โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์

ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม 

 

 

ความเป็นมา

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการรับโอนที่ดินซึ่งนางสาวประยงค์ นาคะวะรังค์ ข้าราชการบำนาญโรงพยาบาลทรวงอก กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข ขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจำนวน 5 แปลง พื้นที่รวม 21 ไร่ 12 ตารางวา ในตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของมูลนิธิชัยพัฒนา โดยมูลนิธิชัยพัฒนาได้รับโอนเป็นกรรมสิทธิ์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2545

 

แนวพระราชดำริ 

1. พัฒนาและอนุรักษ์ศิลปกรรม วิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของชุมชนอัมพวาทั้งในด้านกายภาพ  และการดำเนินชีวิตของผู้อาศัยในพื้นที่และชุมชน  โดยการเข้ามามีส่วนร่วมในการประกอบอาชีพ  และประกอบกิจกรรมภายในพื้นที่

2. พัฒนาพื้นที่ให้เกิดศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  เชื่อมโยงกับอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2)  และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ  ของจังหวัดสมุทรสงคราม  รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้พื้นเมือง  การรักษาระบบนิเวศน์ของสวนผลไม้  และแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชุมชนอัมพวา

3. สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับชุมชนจากการจำหน่ายผลผลิต  ผลิตภัณฑ์แปรรูป  และค่าตอบแทนจากการให้บริการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

4. ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาแบบบูรณาการ  โดยสร้างโอกาสให้ชุมชน  องค์กรท้องถิ่น  และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้อง  เข้ามามีส่วนร่วมและมีบทบาทในการบริหารจัดการพื้นที่  เพื่อให้เกิดความสมดุลในการพัฒนา และการพึ่งพาตนเองของชุมชนตามแนวคิดระบบเศรษฐกิจพอเพียง

 

หน่วยงานรับผิดชอบ    สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา


ผลการดำเนินงาน

ได้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรือนแถวไม้ริมคลองอัมพวา จัดสร้างเรือนแถวร้านค้าชุมชน และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณลานอเนกประสงค์ และในสวน โดยได้เริ่มดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาในปี 2551 แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่

1.  พื้นที่สวนชัยพัฒนานุรักษ์  จัดพื้นที่สวนผลไม้ดั้งเดิมให้เป็นแหล่งเรียนรู้ถึงภูมิปัญญาและวิถีชีวิตท้องถิ่นอัมพวาในด้านการเกษตร โดยเฉพาะไม้ผลที่เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของอัมพวา รวมทั้งส่งเสริมให้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเกษตรระหว่างเกษตรกร ชาวสวน นักวิชาการ และผู้สนใจ

2.  ลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ และลานสวนชัยพัฒนานุรักษ์ เป็นลานอเนกประสงค์สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น งานเทศกาล และกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน รวมทั้งจัดพื้นที่ร้านค้าชุมชน เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชน และคนในท้องถิ่นเช่าพื้นที่เพื่อจำหน่าย หรือจัดแสดงสินค้าที่เป็นของท้องถิ่น เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และการมีส่วนร่วมของชุมชน

3.  พื้นที่เรือนแถวไม้ริมคลองอัมพวา  กิจกรรมที่ให้การส่งเสริม ได้แก่ ร้านชานชาลา เป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม และของว่าง โดยร้านชานชาลาจะเป็นพื้นที่เปิดเชื่อมโยงกิจกรรมริมคลองอัมพวา ลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ และพื้นที่สวน รวมทั้งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิชัยพัฒนา และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ห้องนิทรรศการชัยพัฒนานุรักษ์  เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ และกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนแม่กลอง และอัมพวา การส่งเสริมให้ผู้เช่าอาศัยเรือนแถวไม้ริมคลองอัมพวาของมูลนิธิชัยพัฒนาเปิดร้านขายของ หรือจัดกิจกรรมที่สะท้อนสภาพวิถีชีวิตอัมพวา ส่งเสริมการค้าขายทางเรือ โดยการให้เช่าเรือ และการจัดระเบียบการค้าขายริมคลองอัมพวา

 

ทั้งนี้ ในปี 2553 มีผลการดำเนินงานที่สำคัญได้แก่

1.      กิจกรรมธุรกิจโครงการ

1.1.  ร้านค้าชุมชน จัดให้ชุมชนเช่าร้านค้าภายในบริเวณลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ และลานสวนชัยพัฒนานุรักษ์ รวมทั้งส่งเสริมการค้าขายทางเรือ โดยได้ร่วมกับผู้ประกอบการกำหนดกติกาในการดำเนินการ และดูแลความเป็นระเบียบของพื้นที่ มีการส่งเสริม และให้ความรู้กับร้านค้าในด้านต่างๆ ในปี 2553 มีรายได้จากการให้เช่าร้านค้า คิดเป็นร้อยละ 11 ของรายรับทั้งหมดของโครงการฯ

1.2.  ร้านชานชาลา เป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่มและอาหารว่าง ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “หน้าร้านชุมชน หน้าบ้านอัมพวา” นำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจัดแสดง แนะนำ และพร้อมจำหน่าย ลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวสามารถซื้ออาหารจากเรือหรือร้านจำหน่ายอาหารอื่นแล้วนำเข้ามารับประทานภายในร้านชานชาลาได้ ร้านชานชาลาดำเนินธุรกิจบนหลักเอื้อเฟื้อพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน กลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวครอบครัว กลุ่มนักเรียนนักศึกษา โดยเป็นกลุ่มลูกค้าชาวไทยเป็นหลัก และมีกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นซึ่งในปัจจุบันมีประมาณ 6 % ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ผลประกอบการจากการจำหน่ายเครื่องดื่ม และอาหารว่าง สร้างรายได้ให้โครงการมากที่สุด คิดเป็น ร้อยละ 75 ของรายรับทั้งหมดของโครงการฯ

1.3.  การขอเช่า/ใช้พื้นที่จัดกิจกรรมของหน่วยงานต่างๆ มีหน่วยงานต่างๆ ให้ความสนใจ และเข้ามาขอเช่าพื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้น ทำให้มีโครงการมีรายได้จากการให้เช่าพื้นที่ และเป็นการสร้างโอกาสให้แก่ร้านค้าภายใน และภายนอกโครงการ ในปี 2553 โครงการฯ มีรายได้จากการให้เช่า/ใช้พื้นที่จัดกิจกรรมของหน่วยงานต่างๆ คิดเป็นร้อยละ 3 ของรายรับทั้งหมดของโครงการฯ

2.      กิจกรรมอนุรักษ์และพัฒนาชุมชน

2.1   การศึกษาดูงานและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ มีผู้สนใจขอเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานโครงการฯ  เป็นจำนวนมาก ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานศึกษาต่างๆ รวมทั้งบุคคลที่สนใจทั่วไป โดยพาคณะดูงานเข้าเยี่ยมชมโครงการฯ และเข้าเยี่ยมชมชุมชนโดยรอบพื้นที่ ซึ่งมีแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม แหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร และวิสาหกิจชุมชนที่หลากหลาย นอกจากนี้มีรายการโทรทัศน์ และรายการสารคดีการท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายทำรายการในโครงการ ทั้งนี้  โครงการได้ทำการประชาสัมพันธ์ให้แต่ละกลุ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาชุมชนให้เกิดขึ้นต่อไป โดยระหว่างเดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2553 มีผู้เข้าศึกษาดูงานจำนวน 141 คณะ

2.2   ห้องนิทรรศการชัยพัฒนานุรักษ์ ร่วมกับชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ที่ขอใช้ห้องนิทรรศการ สำหรับจัดแสดงนิทรรศการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวอัมพวา โดยในปี 2553 มีการจัดนิทรรศการรวมทั้งสิ้น 9 ครั้ง ได้แก่ นิทรรศการ “เรือไทย...ศิลปะแห่งสายน้ำ” นิทรรศการ “การเดินทางของหิ่งห้อย” นิทรรศการ “100 ปีชาตกาล ครูเอื้อ สุนทรสนาน” และนิทรรศการ “สานศิลป์ ละอองศิลป์ ครั้งที่ 1” เป็นต้น นอกจากนี้ ได้จัดทำและจำหน่ายไปรษณียบัตรชุดภาพเขียนงานจักสานทางมะพร้าว จำหน่ายในห้องนิทรรศการ และได้จัดกิจกรรมสาธิตการจักสานทางมะพร้าวบริเวณด้านหน้าห้องนิทรรศการเป็นประจำทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

2.3   กิจกรรมสวนชัยพัฒนานุรักษ์ ส่งเสริมให้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเกษตรระหว่างเกษตรกรชาวสวน นักวิชาการ และผู้สนใจเข้าเยี่ยมชม ดำเนินการปรับแต่งภูมิทัศน์ภายในสวน รวมทั้งศึกษาพันธุ์ไม้ผลและพันธุ์พืชอื่นๆ เพื่อนำเข้ามาปลูกเพิ่ม ส่วนพันธุ์ไม้เดิมที่มีอยู่ก็ดูแลรักษาโดยการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น และองค์ความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของชาวสวนและบุคคลทั่วไป ปรับปรุงฟื้นฟูไม้ผล และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยในปี 2553 โครงการมีรายได้จากสวนชัยพัฒนานุรักษ์ คิดเป็นร้อยละ 1 ของรายรับทั้งหมดของโครงการฯ ในปี 2553

 

3.      ผลการดำเนินงานด้านการเงิน

ในปี 2553 (มกราคม – ตุลาคม 2553) โครงการมีรายรับรวมทั้งสิ้น 2,469,389.85 บาท และรายจ่ายรวมทั้งสิ้น 5,283,643.62 บาท ประมาณการรายรับ จำนวน 4,958,528.00 บาท โดยโครงการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการรายรับ ควบคุมการใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตัดทอนรายจ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ลงทุนแล้วก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชน

 

แนวทางการดำเนินงานในปี 2554

โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ ตั้งเป้าหมายเพิ่มรายรับในปี 2554 เป็นประมาณ  4,958,528.00 บาท รวมทั้งควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดรายจ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ มุ้งเน้นการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการลงทุนเป็นหลัก และให้ความสำคัญต่อกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนด้วย  โดยแนวทางการดำเนินกิจกรรม ดังนี้

1.กิจกรรมธุรกิจโครงการ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าชุมชน “โอทอปของดีอัมพวา” ร่วมกับร้านค้าในโครงการฯ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งร่วมกับร้านค้าปรังปรุงสภาพร้านค้า และพื้นที่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเพิ่มจำนวนร้านค้า และทำข้อตกลงในการดำเนินงานร่วมกัน นอกจากนี้จะได้ ปรับปรุงสถานที่ให้เหมาะสมแก่การใช้ประโยชน์ ได้แก่ ปรับปรุงระบบความร้อนของอาคาร กลิ่นและระบบน้ำทิ้งห้องน้ำ อ่างล้างมือที่ถูกสุขลักษณะ ทางเดินและสะพานในสวน ติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย เป็นต้น

2. กิจกรรมส่งเสริมทางวัฒนธรรม โดยสร้างความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกจังหวัด องค์การพัฒนาเอกชน และภาคธุรกิจ โดยมุ่งเน้นกิจกรรมทางการตลาดให้สอดคล้องกับการส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น

3. การขอเช่า/ใช้พื้นที่จัดกิจกรรมของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน เพิ่มการประชาสัมพันธ์ไปยังหน่วยงานต่างๆ และจะพิจารณาการกำหนดค่าใช้สถานที่ตามความเหมาะสม

4. ร้านจำหน่ายอาหารว่างชานชาลา เพิ่มผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ ได้แก่ น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ น้ำม่วงชื่นบรรจุขวด และจัดทำผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก ดำเนินการปรับปรุงโต๊ะ เก้าอี้นั่ง ที่ชำรุดทั้งหมด และติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติมเนื่องจากไฟที่ติดไว้เดิมถูกบดบังแสงสว่างจากต้นไม้ที่โตขึ้น ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัย รวมทั้งพัฒนาทักษะของพนักงาน ด้านการผลิตสินค้า ด้านการบริการ  ด้านการประชาสัมพันธ์ และการใช้ภาษาต่างประเทศ

5. ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ใช้อาคารเรือนรับรองเปิดจำหน่ายสินค้าชุมชน และสินค้าจากโครงการต่างๆ ของมูลนิธิชัยพัฒนา รวมถึงผลิตภัณฑ์ชุมชนจากจังหวัดใกล้เคียง เป็นการส่งเสริมรายได้แก่ชุมชน เพิ่มรายได้ให้แก่โครงการฯ

6. กิจกรรมพัฒนาชุมชน จัดกิจกรรมฝึกอบรมสร้างอาชีพให้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การฝึกอบรมภาษาอังกฤษ การฝึกอบรมนวดแผนไทย การจักสานก้านมะพร้าว ฝึกต่อเรือจำลอง การทำอาหารและขนมไทย งานช่างไฟฟ้า และเครื่องตัดหญ้า เป็นต้น โดยประสานงานกับหน่วยงานราชการต่างๆ และภาคเอกชน มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาชุมชน และเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ รวมถึงโอกาสในการจำหน่ายสินค้าของโครงการฯ

7. ห้องนิทรรศการชัยพัฒนานุรักษ์ จัดนิทรรศการเป็นประจำตลอดทั้งปี โดยความร่วมมือจากชุมชน และมุ่งเน้นกลุ่มนักเรียนในจังหวัดสมุทรสงครามให้มาเยี่ยมชมมากยิ่งขึ้น  

8. กิจกรรมสวนชัยพัฒนานุรักษ์ ใช้พื้นที่ดินที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ดำเนินการเร่งปลูกไม้ผลในแปลง เพื่อเป็นตัวอย่างการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน และทำการทดลองเลี้ยงปลาในร่องสวนเพื่อเพิ่มรายได้ และสามารถขยายผลให้กับเกษตรกรต่อไป

ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชานุมัติรับมอบที่ดินที่ นางสาววณี ดวงคุ้ม และนางสาวประทิน ดวงคุ้ม ราษฏรตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม น้อมเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงใช้ในกิจกรรมของมูลนิธิชัยพัฒนา เนื้อที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 5 ไร่ เป็นพื้นที่สวนต่อเนื่องติดกับโครงการฯ โดยจะได้ขยายเป็นพื้นที่สวนเกษตรผสมผสานแบบดั้งเดิม เพื่อเชื่อมโยงการดำเนินงาน และกิจกรรมแหล่งท่องเที่ยวกับอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2) และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ของชุมชน เพื่อสร้างโอกาส และส่งเสริมการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ต่อไป