โครงการพัฒนาป่าชุมชน บ้านอ่างเอ็ด ตำบลตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี

 

 

โครงการพัฒนาป่าชุมชน บ้านอ่างเอ็ด
ตำบลตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี

 

ความเป็นมา/แนวพระราชดำริ

 

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี   พระราชทานพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา  ดำเนินการรับโอนที่ดินซึ่งครอบครัวลักคุณะประสิทธิ์ ขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ  ถวายที่ดิน จำนวน 14 แปลง  เนื้อที่รวม 160 ไร่ 1 งาน 46 ตารางวา ตั้งอยู่ที่ ตำบลตกพรม  อำเภอขลุง  จังหวัดจันทบุรี  เพื่อใช้ประโยชน์ในมูลนิธิชัยพัฒนา  โดยได้ดำเนินการจัดทำโครงการพัฒนาป่าชุมชนให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาหาความรู้ เพื่อการอนุรักษ์ และฟื้นฟูสภาพป่าไม้ รวมทั้งสนับสนุนให้ชุมชนมีความเข้าใจ และรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน
  เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2553 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ และได้พระราชทานพระราชดำริ ดังนี้
         - ให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่ จัดฝึกอบรมนักเรียนในเรื่องสัตว์ป่าและพันธุ์ไม้ต่างๆ ในป่าชุมชน โดยเน้นการมีส่วนร่วมในรูปแบบของรุ่นพี่สอนรุ่นน้อง (มัธยมสอนประถม)
   - รวมกลุ่มเยาวชนปลูกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นเสริมในพื้นที่ เช่น สมุนไพรพื้นบ้านต่างๆ เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้ท้องถิ่น
         - ประชาสัมพันธ์โครงการผ่านระบบสารสนเทศ เพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าชุมชน โดยให้นักเรียนในพื้นที่รายงานผ่านเจ้าหน้าที่โครงการ เข้ามายังมูลนิธิชัยพัฒนา
         - จัดหาที่ดินให้ราษฎร เพื่อช่วยดูแลโครงการ
 

 

หน่วยงานรับผิดชอบ

 

 

สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา  กรมป่าไม้   กรมวิชาการเกษตร   สำนักงานเทศบาลตำบลตกพรม 

ผลการดำเนินงาน

 

 

สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมป่าไม้   กรมวิชาการเกษตร และ   สำนักงานเทศบาลตำบลตกพรม ดำเนินการจัดทำโครงการพัฒนาป่าชุมชน บ้านอ่างเอ็ด แบ่งพื้นที่ดำเนินการ ดังนี้
 1. พื้นที่ป่าชุมชนประมาณ 80 ไร่ ดำเนินการปรับปรุง และฟื้นฟูสภาพพื้นที่เดิมที่เป็นป่ายางพารารกร้าง ไม่มีการใช้ประโยชน์ และมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์  โดยมอบหมายให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) กรมป่าไม้ ดำเนินการสำรวจจัดทำแนวเขตศึกษาสำรวจพันธุ์ไม้ จัดทำเส้นทางเดินและป้ายชื่อความหมาย ในบริเวณพื้นที่ป่าชุมชน    รวมทั้งจัดทำโครงการฝึกอบรมเยาวชนในพื้นที่ ทำการเกษตรในรูปแบบวนเกษตร เพื่อปลูกฝังเยาวชนและราษฎรในบริเวณพื้นที่ให้เกิดความสำนึกในคุณค่าของป่าไม้ในชุมชน 
  2. พื้นที่นอกป่าชุมชนประมาณ 60 ไร่ จัดแบ่งให้กับหน่วยงานต่างๆ รับผิดชอบดำเนินงาน ดังนี้
                - สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จังหวัดจันทบุรี (กรมวิชาการเกษตร) จัดทำแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสาน จำนวน 5 ไร่ และจัดทำแปลงทดสอบพันธุ์ปาล์มจำนวน 4 ไร่
                - สำนักงานเทศบาลตำบลตกพรม ดำเนินการปรับปรุงสภาพพื้นที่ที่อยู่นอกเขตป่าชุมชน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเข้าชมโครงการ  ได้แก่ การจัดสร้างอาคารเอนกประสงค์สำหรับใช้ฝึกอบรม การจัดสร้างบ้านพักพนักงาน การจัดทำแหล่งน้ำของโครงการ ปรับปรุงพื้นที่ทำลานกิจกรรมของชุมชนเพื่ออนุรักษ์พันธุ์ต้นไม้ ลานกางเต๊นท์ รวมพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ นอกจากนี้ ได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบบริเวณพื้นที่โครงการ
 ในปี 2553 สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาได้สนับสนุนการดำเนินงานโครงการ ได้แก่ งานส่งเสริมระบบ           วนเกษตร งานเพาะชำกล้าไม้มีค่า งานศึกษาวิจัยและฝึกอบรมเยาวชนเรื่องความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค และปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ภายในโครงการ เช่น การซ่อมแซมศาลาวิชาการ การซ่อมแซมถนนลูกรัง การจัดวางระบบระบายน้ำ และการปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจเข้าชมโครงการฝึกอบรมราษฎรในเรื่องระบบวนเกษตร อย่างต่อเนื่อง
  ด้านการขยายผลการพัฒนา จัดทำโครงการเยาวชนรวมใจชัยพัฒนา เพื่อจัดฝึกอบรมนักเรียนในเรื่อง สัตว์ป่าและพันธุ์ไม้ต่างๆ ในป่าชุมชน โดยเน้นการมีส่วนร่วมในรูปแบบของรุ่นพี่สอนรุ่นน้อง และได้รวมกลุ่มเยาวชนให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ท้องถิ่น และสมุนไพรพื้นบ้านต่างๆ ด้วยการปลูกป่าเสริมเข้าไปในพื้นที่ของโครงการ เพื่อสนองแนวพระราชดำริ
 

การดำเนินงานในระยะต่อไป

 

 

1.  ฝึกอบรมเยาวชนและราษฎร ให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่า ด้วยการจัดกิจกรรมต่อเนื่องจากปี 2553
2.  ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำข้อมูลพื้นฐานของโครงการ และป่าชุมชนในด้านต่างๆ เช่น สัตว์และพืชพันธุ์ไม้หายาก
3.  ปลูกพันธุ์ไม้ท้องถิ่น และสมุนไพรพื้นบ้านเพิ่มเติม ในบริเวณป่าชุมชนและพื้นที่ว่างของโครงการ
4.  ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น พัฒนาผลิตภัณฑ์ของท้องถิ่นสำหรับนำส่งภัทรพัฒน์ เช่น เครื่องจักสานจากต้นคลุ้ม-คล้า เพื่อส่งเสริมอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน
5.  เพาะพันธุ์กล้าไม้หายากเพื่อจัดจำหน่าย สร้างรายได้ให้กับโครงการ