โครงการอุทยานการอาชีพ ชัยพัฒนา ตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

โครงการอุทยานการอาชีพ ชัยพัฒนา

ตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

 

ความเป็นมา

 

     สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิ
ชัยพัฒนา ดำเนินการรับโอนที่ดินซึ่งนางสาวคมคาย นิลประภัสสร ขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน  ตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จำนวน  35 ไร่ 2 งาน 1 ตารางวา  เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของมูลนิธิชัยพัฒนา

พระราชดำริ

 

คณะกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนาได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2548 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2548 อนุมัติในหลักการ แนวทางการดำเนินงาน และการบริหารจัดการ โครงการอุทยานการอาชีพในที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เพื่อให้วิทยาการและบริการวิชาการ โดยเฉพาะด้านการอาชีพในหลากหลายรูปแบบแก่เยาวชน และประชาชนผู้สนใจ พร้อมทั้งให้บริการทางสังคมแก่ท้องถิ่น เพื่อให้สามารถดำเนินการตามแนวพระราชดำริในการส่งเสริมให้เป็นศูนย์วิชาการ และศูนย์ข้อมูลทางด้านการพัฒนาอาชีพ ตลอดจนเป็นแหล่งฝึกอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

หน่วยงานรับผิดชอบ    สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา

 

วัตถุประสงค์

 

1. เพื่อเป็นแหล่งวิชาการและแหล่งข้อมูลด้านการพัฒนาอาชีพ ตลอดจนเป็นแหล่งฝึกอาชีพภายในพื้นที่ เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนและประชาชนผู้สนใจทั่วไปโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งเป็นต้นแบบของแหล่งการเรียนรู้ในด้านการอาชีพ และการให้บริการทางวิชาการที่หลากหลายครบวงจร

 

2. เพื่อปลูกฝังและเผยแพร่ปรัชญาตามแนวพระราชดำริให้กับผู้เข้ารับการอบรม และขยายผลไปสู่ท้องถิ่นและชุมชน เพื่อเพิ่มศักยภาพ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน รวมทั้งอนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้สามารถใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่นและชุมชนอย่างยั่งยืน

 

3. เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งธุรกิจท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยว และแหล่งบริการทางสังคมแก่เยาวชน และประชาชนทั่วไป

 

เป้าหมาย

 

อุทยานการอาชีพชัยพัฒนา จังหวัดนครปฐม จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์วิชาการ และศูนย์ข้อมูลด้านการอาชีพ สามารถให้บริการแก่เยาวชน และประชาชนผู้สนใจในจังหวัดนครปฐม และจังหวัดใกล้เคียง โดยจะเปิดดำเนินการภายในเดือนกรกฎาคม 2552 ทั้งนี้ เป้าหมายหลักในการดำเนินงานโครงการจะไม่แสวงหากำไร แต่จะให้สามารถสร้างรายได้เพียงพอสำหรับการดำเนินกิจกรรม

 

แนวทางการดำเนินงาน

กิจกรรมของโครงการแบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย

1.  ด้านบริการวิชาการ จัดกิจกรรมด้านวิชาการเพื่อเสริมสร้างให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพ และพัฒนาตนเองให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย

-  การจัดอบรมวิชาชีพต่างๆ ให้เยาวชน ประชาชนในจังหวัดนครปฐม และจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะบุคคลที่ขาดโอกาสทางด้านการศึกษาในระบบ โดยเนื้อหาวิชาชีพจะต้องเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ สังคม และสอดคล้องกับความจำเป็นและความต้องการของท้องถิ่น เพื่อให้สามารถนำความรู้ความสามารถไปประกอบอาชีพ และพัฒนาตนเองให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- ห้องสมุดประชาชนสมัยใหม่ มีระบบจัดเก็บ รวบรวม และรักษาหนังสือ วารสาร จุลสารและเอกสารตีพิมพ์ที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถค้นคว้าความรู้ และเรียนรู้วิชาการต่างๆ โดยเน้นข้อมูลด้านการอาชีพ จากห้องสมุดที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากล รวมทั้งให้บริการสืบค้นทางสารสนเทศ บริการยืม – คืน หนังสืออัตโนมัติ และบริการ Edutainment

- ห้องปฏิบัติการทางภาษา และคอมพิวเตอร์

2.  ด้านบริการสังคม เป็นการจัดกิจกรรมในโครงการเพื่อให้บริการแก่ชุมชน รวมถึงกิจกรรมเชิงธุรกิจนำรายได้มาสนับสนุนการดำเนินงานด้านวิชาการ เพื่อให้โครงการสามารถพึ่งตนเองได้ โดยกิจกรรมต่างๆ จะประกอบด้วย

- ห้องสัมมนาจัดเลี้ยงที่ทันสมัย ขนาดความจุโต๊ะจีนได้ 45 โต๊ะ ทั้งนี้ สามารถกั้นเป็นห้องเล็กได้ 3 ห้อง รวมทั้ง พื้นที่กลางแจ้งสำหรับให้บริการจัดเลี้ยง

- ร้านจำหน่ายสินค้า ประกอบด้วย ร้านค้า ซึ่งจะจัดทำเป็นมินิมาร์เก็ตขายสินค้าสุขภาพที่ผลิตจากท้องถิ่น  และร้านค้าย่อย 7 ร้าน จำหน่ายผลิตภัณฑ์/บริการหลากหลายรูปแบบ เช่น สินค้าภายใต้โครงการในพระราชดำริ สินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ร้านอาหารยอดนิยม ร้านหนังสือ ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ตลอดจนร้านขายสินค้าจากผลิตผลของผู้เข้ารับการฝึกอาชีพ ฯลฯ

- สถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งประกอบด้วย สระน้ำขนาดใหญ่ สวนสาธารณะ และลู่วิ่งออกกำลังกาย

 

ผลการดำเนินงาน

1.  ด้านกายภาพ ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้าง และระบบสาธารณูปการ รวมทั้งดำเนินการตกแต่งภายในอาคารต่างๆ แล้วเสร็จ ประกอบด้วย อาคารวิชาการ อาคารสัมมนา หมู่อาคารร้านค้า ห้องน้ำ ป้อมยาม ระบบถนน ระบบสาธารณูปการ และการติดตั้งกังหันน้ำมูลนิธิชัยพัฒนา และเครื่องกลร่วมกับรางพืชปรับปรุงคุณภาพน้ำ  ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินงานด้านภูมิสถาปัตยกรรมภายในพื้นที่ นอกจากนี้ ในปี 2553 ได้ขอให้โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินการตรวจสอบ และพิจารณาแนวทางการปรับปรุงคุณภาพน้ำในสระน้ำที่ประสบปัญหาความเค็มในระยะยาว โดยในเบื้องต้นได้สูบน้ำจากคลองส่งน้ำด้านหลังโครงการฯ ประมาณ 500 เมตร มาเติมน้ำในสระเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ และได้ขอให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้าง ระบบจัดการน้ำ โดยการก่อสร้างท่อส่งน้ำ เข้าสู่สระด้วยแรงโน้มถ่วง พร้อมบ่อพักน้ำ เพื่อนำน้ำมาเก็บไว้ปรับปรุงคุณภาพน้ำ และใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ ภายในโครงการ

2.  ด้านการวิชาการ ในช่วงเดือนมกราคม-เดือนตุลาคม 2553 ได้จัดให้มีการฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นจำนวน 8 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นการจัดอบรมงานฝีมือ และงานประดิษฐ์ให้แก่กลุ่มแม่บ้าน กลุ่ม OTOP กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้สนใจทั่วไป โดยส่วนใหญ่ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากวิทยาลัยในวังหญิง ได้ใช้อาคารวิชาการอุทยานการอาชีพชัยพัฒนา เป็นสถานที่ฝึกอบรม ได้แก่  การจัดดอกไม้สด เครื่องหอมไทย การร้อยมาลัยบูชาพระ และการแกะสลักผักและผลไม้ เป็นต้น ทั้งนี้ มีผู้สำเร็จการอบรมทั้งสิ้น 179 คน  นอกจากนี้ ได้ดำเนินการตกแต่งภายใน พร้อมติดตั้งระบบสารสนเทศของห้องสมุด โดยห้องสมุดสามารถให้บริการได้ 60 ที่นั่ง ได้รับเจ้าหน้าที่ห้องสมุด และผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ห้องสมุด 2 คน เพื่อให้บริการแก่ผู้มาใช้ห้องสมุด รวมทั้งได้จัดซื้อ และจัดหาหนังสือ และวิเคราะห์หมวดหมู่หนังสือ และทำรายการ พร้อมเตรียมหนังสือ วารสารมูลนิธิชัยพัฒนา และวารสารทั่วไปขึ้นชั้นให้บริการ

3.  ด้านการบริหารจัดการ ได้วางกรอบแนวทางการบริหารจัดการ โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย 1) งานด้านวิทยบริการ ได้แก่ งานฝึกอบรม งานวิชาการ กิจกรรมเชิงสังคม และห้องสมุด 2) งานด้านบริหารงานกลาง และ 3) งานด้านการจัดการธุรกิจ ได้แก่ การให้บริการห้องจัดเลี้ยงอาคารสัมมนา การบริหารงานร้านค้า เป็นต้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดหาบุคลากร และการเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในต้นปี 2554

 

แนวทางการดำเนินงานในปี 2554

  1. ด้านวิชาการ ดำเนินการจัดฝึกอบรมระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการสำรวจความต้องการด้านการฝึกอบรม เพื่อจัดวางแผนการฝึกอบรมที่สอดคล้องกับความต้องการ รวมทั้งจัดวางระบบฐานข้อมูลด้านการฝึกอบรม กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย วิทยากร และผู้เข้ารับการฝึกอบรม  จัดกิจกรรมด้านวิชาการต่างๆ โดยพิจารณาแนวทางการใช้ประโยชน์จากอาคารวิชาการในการจัดกิจกรรมต่างๆ และให้เช่าพื้นที่ภายในอาคารเพื่อจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง  เปิดให้บริการห้องสมุด และจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านต่างๆ
  2. ด้านกิจกรรมเพื่อสังคม และกิจกรรมเชิงธุรกิจ ดำเนินการจัดหาผู้สนใจเช่าพื้นที่ร้านค้า จัดให้มีกิจกรรมสำหรับชุมชน และส่งเสริมประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนเข้ามาใช้บริการ และมาพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งจัดพื้นที่ให้ผู้สนใจเช่าใช้ประโยชน์ เพื่อหารายได้  ในด้านอาคารสัมมนา วางแผน และเตรียมความพร้อมในการให้บริการการจัดเลี้ยง และจัดสัมมนา รวมทั้ง ประสานความร่วมมือกับองค์กรการศึกษา และหน่วยงานเอกชนเข้าร่วมให้บริการ ประชาสัมพันธ์ และเริ่มเปิดให้บริการ