นับจากวันที่ 15 สิงหาคม 2531 จนถึงขณะนี้ เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริ
ให้มีการดำเนินการปรับปรุงสภาพพื้นที่ และพัฒนาชุมชน ตลอดจนให้มีการจัดตั้งวัดขึ้นบริเวณบึงพระราม 9 เขตห้วยขวาง
กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยูในบริเวณใกล้เคียงกับที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จำนวน 130 ไร่ที่ได้มีพระ
ราชดำริให้ทดลองแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียด้วยวิธีเติมอากาศที่บึงพระราม 9

จุดเน้นพระราชดำริ : จัดตั้งวัด - พัฒนาชุมชน บนพื้นฐานหลักการ "บวร"

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธี
ฝังลูกนิมิต

       ย้อนหลังไปในอดีตนับร้อยนับพันปีมาแล้วที่สังคมไทยมี "วัด" เป็นศูนย์
กลางของการพัฒนา "บ้าน" หรือชุมชนไทย เมื่อครั้งในอดีตมี "วัด" เป็น
ศูนย์รวมจิตใจในการดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนา หรือกิจกรรมอันเป็นประ
โยชน์แก่ชุมชน "บ้าน" หรือชุมชนจะร่วมกับ "วัด" โดยการสนับสนุนที่
สำคัญจาก "โรงเรียน หรือ ราชการ" ร่วมกันดำเนินการในลักษณะ 3 ประสาน
"บ้าน - วัด - ราชการ" หรือเรียกโดยย่อว่า "บวร"
       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักและเห็นความสำคัญในบทบาท
ของ "บ้าน - วัด - ราชการ" ในลักษณะดังกล่าว จึงมีแนวพระราชดำริที่จะให้
ดำเนินการจัดตั้งวัดขึ้นในบริเวณชุมชนบึงพระราม 9 เพื่อเป็นทั้งพุทธสถานใน
การประกอบกิจของพระสงฆ์ในการสืบทอดและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในขณะ
เดียวกันเพื่อเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจของราษฎรในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ
ทั้งที่เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทางศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนการ
พัฒนาชุมชนบริเวณบึงพระราม 9 ร่วมกับทางโรงเรียนหรือส่วนราชการต่าง ๆ
ตามหลักการ "บวร" เฉกเช่นที่เคยเป็นอยู่ในสังคมไทยเมื่อครั้งอดีต

การสนองพระราชดำริ : ราษฎร์ - รัฐ ร่วมพัฒนา

       เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริดังกล่าวข้างต้น มูลนิธิชัยพัฒนาได้ร่วม
ประสานการดำเนินการกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งประชาชนโดยทั่วไป ภาค
เอกชน ตลอดจนส่วนราชการต่าง ๆ ในการจัดตั้งวัดขึ้น บนที่ดินที่นางสาว
จวงจันทร์ สิงหเสนี น้อมเกล้าฯ ถวาย จำนวน 8 - 2 - 54 ไร่ โดยได้รับอนุญาต
จากกรมการศาสนาให้สร้างวัดได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2534 ซึ่งพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามวัดแห่งใหม่นี้ว่า "วัดพระราม 9
 กาญจนาภิเษก"
และในระยะเวลาใกล้เคียงกันนั้นเอง พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดิน จำนวน 5 - 0 -
 01 ไร่ (ซึ่งนางสาวจวงจันทร์ สิงหเสนี น้อมเกล้าฯ ถวายเพิ่ม) ให้กรุงเทพ
มหานครในการสร้างโรงเรียน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน
นามว่า "โรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก" และได้เปิดสอนตั้งแต่ในระดับ
อนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2539 เป็นต้นมา

       ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระ
กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ
พระราชดำเนินแทนพระองค์ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถวัดพระราม 9 กาญ
จนาภิเษก และเปิดป้ายอาคารเรียนโรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก และเพื่อให้
การดำเนินการจัดตั้งวัดและดำเนินกิจการของวัดเป็นไปอย่างมีระบบ ระเบียบ
และมีประสิทธิภาพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรง
ลงพระนามาภิไธยในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาและคณะกรรมการ
อำนวยการพัฒนาวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก โดยให้ทำหน้าที่ในการวางแผน
ควบคุม กำกับดูแลการดำเนินงานและพัฒนาวัด เพื่อให้เป็นไปตามแนวพระราช
ดำริ และเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระ
กรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเขตวิสุงคามสีมาบริเวณอุโบสถวัดพระราม 9
กาญจนาภิเษก อันจะมีผลให้พระภิกษุสงฆ์สามารถกระทำสังฆกรรมได้ตามพระ
วินัย

พระอุโบสถ

พิธีประดิษฐาน พระประธาน

พระประธาน

งานจุลกฐินสามัคคี ปี พ.ศ. 2542

กิจกรรมวันพระ

       ความก้าวหน้าในการดำเนินการจนถึงปัจจุบันได้มีการก่อสร้างอาคารพื้นฐาน
ภายในวัดอาทิ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิพระ-เณร เป็นต้น เสร็จเรียบร้อยแล้ว
และมีพระภิกษุสามเณรอยู่ประจำตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2540 ต่อมาเมื่อวัน
ที่ 3 มกราคม 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ทรง
ประกอบพิธีเททองหล่อองค์พระประธานประจำอุโบสถวัดพระราม 9 กาญจนา
ภิเษก ซึ่งออกแบบโดยนาวาอากาศเอก อาวุธ เงินชูกลิ่น อธิบดีกรมศิลปากร โดย
ได้ออกแบบทั้งสิ้น 7 แบบ มีลักษณะรูปแบบที่ต่างกัน ซึ่งสำนักงานเลขาธิการ
มูลนิธิชัยพัฒนาได้นำแบบทั้ง 7 ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่
หัว เพื่อทอดพระเนตร จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรม
ราชวินิจฉัยเลือกแบบพระพุทธรูปปางมารวิชัย (ชนะมาร) โดยได้ทรงแก้ไขแบบ
อีกเล็กน้อย และในการจัดสร้างองค์พระประธานดังกล่าว คณะอนุกรรมการ
ดำเนินการก่อสร้างฯ ได้มอบหมายให้นายนนทิวรรธณ์ จันทนผะลิน คณบดีคณะ
จิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้ปั้นองค์พระประธาน พระสาวกและฐาน
พระ

       องค์พระพุทธรูปปางมารวิชัยมีพุทธลักษณะแบบรัตนโกสินทร์ หล่อด้วย
ทองเหลืองผสมทองมีลักษณะผสมผสานระหว่างอุดมคติ กับลักษณะเหมือนจริง
มีพระเกศาเป็นแบบอุดมคติ แต่มีลักษณะห่มจีวรแบบพระสงฆ์ที่เหมือนจริง มี
ขนาดความสูงจากทับเกษตร (หน้ากระดาน) ถึงปลายรัศมี 180 เซนติเมตรขนาด
หน้าพระเพลา 120 เซนติเมตร ตั้งอยู่บนฐานพระและฐานชุกชี มีฉัตร 7 ชั้น
 เหนือพระเศียร มีพระสาวกนั่งพนมมืออยู่เบื้องซ้ายและเบื้องขวาองค์พระ
ประธาน ซึ่งได้ประกอบพิธีอัญเชิญพระประดิษฐานในโบสถ์ เมื่อวันที่ 7 พฤศ
จิกายน 2542 ที่ผ่านมา โดยมีพิธีฝังลูกนิมิตในเดือนกุมภาพันธ์ 2543 และจะ
จัดให้มีพิธีสมโภชน์วัดในช่วงกลางปี 2543 นี้

       สำหรับในส่วนของความร่วมมือกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาชุม
ชนนั้น ในขณะนี้บทบาทนำยังคงอยู่ที่วัด กิจกรรมสำคัญต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการ
มาแล้วอย่างต่อเนื่องมีหลายลักษณะได้แก่กิจกรรมทางศาสนา ประกอบด้วยการ
จัดเทศนาสั่งสอนประชาชนทุกวันพระ และการนำพุทธศาสนิกชนประกอบพิธี
บูชาในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันเข้าพรรษา
 และวันอาสาฬหบูชา) กิจกรรมพิธีการในวันสำคัญต่าง ๆ อาทิ วันขึ้นปีใหม่
วันสงกรานต์ วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันลอยกระทง เป็นต้น และกิจกรรมเผย
แพร่และอบรม อาทิ การจัดบรรยายวิชาพระพุทธศาสนาแก่เยาวชน การจัดอบรม
จิตภาวนาแก่นักเรียน และเยาวชน การคัดเลือกนักเรียนเข้ารับประทานอาหาร
กลางวัน และร่วมกิจกรรมทางศาสนากับทางวัดภายใต้โครงการข้าวก้นบาตร
การจัดห้องอ่านหนังสือและห้องโสตทัศนศึกษาเกี่ยวกับพุทธศาสนาและพระราช
กรณียกิจ ตลอดจนกิจกรรมการตรวจสุขภาพผู้สูงอายุร่วมกับคณะแพทย์โรง
พยาบาลจุฬาลงกรณ์ และกิจกรรมธรรมะสัญจร

แนวทางดำเนินงานต่อไป : มุ่งมั่น - สืบสาน หลักการ "บวร"

       การพัฒนาชุมชนบริเวณบึงพระราม 9 โดยมีวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก
และโรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกัน
ดำเนินการ โดยได้รับเงินสนับสนุนจากมูลนิธิชัยพัฒนา และเงินบริจาคภาคเอกชน
และประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามที่จะดำเนินงาน
สนองพระราชดำริตามแนวทาง "บวร" ที่เป็นรูปธรรม ภาพตัวอย่างของวัดขนาด
เล็กในชุมชนเมืองที่เน้นความประหยัด - เรียบง่าย มีการจัดระบบ ระเบียบภายใน
ที่เหมาะสม เป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาเป็นที่พักพิงทางใจ และเป็นแกนนำในการ
พัฒนาแห่งนี้ จะเป็นรูปแบบตัวอย่างของการพัฒนาชุมชนเมืองที่สำคัญต่อไปใน
อนาคต อันจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ในการสร้างความเป็นปึกแผ่นของสังคม
เพื่อเป็นพื้นฐานของการพัฒนาประเทศที่มั่นคงและยั่งยืนสืบไป

 

แผนที่ตั้งวัดพระราม 99 กาญจนาภิเษก

 

 

mail to  Chaipattana Network