สารบัญวารสาร

 

เมนูไข่

 

อบรมหญ้าแฝก

 

สมาชิกสหกรณ์โคนม
ซับไม้แดง

 

การเกษตรแบบ
ผสมผสานตามแนว
พระราชดำริ

 

กสิกรรมไร้สารพิษ
วังน้ำเขียว

 

ศูนย์สาธิตพืชไร่
 และพืชสวน

 

ข่าวสั้น

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปตรวจเยี่ยม การดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ

       สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จฯ แปรพระราชฐาน ไปยังพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ในระหว่าง วันที่ 9 มกราคม - 6 กุมภาพันธ์ 2544 เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ และทรงเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดาร อาทิเช่น โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ บ้านอาข่า (เก่า) แม่ตาช้าง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบ้านซิแบร อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ โครงการสถานีสาธิตและถ่ายทอดการเกษตร ป่าไม้  สิ่งแวดล้อม ตามพระราชดำริ บ้านลีซอแปกแซม อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่  โครงการฟาร์มตัวอย่าง บ้านแม่ตุงติง อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่  โครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านขุนแตะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โครงการป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริสวนป่าสิริกิติ์ บ้านโม่งหลวง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ฯลฯ ในการนี้ ได้พระราชทานความช่วยเหลือ และพระราชทานแนวพระราชดำริ ให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินกิจกรรม เพื่อยกระดับความเป็นอยู่และพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร พร้อมทั้งทรงติดตาม การดำเนินงานโครงการศิลปาชีพที่ได้พระราชทานพระมหากรุณา รับราษฎรที่มีฝีมือด้านศิลปาชีพต่าง ๆ เข้าไว้ เป็นสมาชิกศิลปาชีพ ซึ่งทำให้ราษฎรมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และตั้งใจในการพัฒนาฝีมือ เพื่อสร้างความเป็นอยู่ของตนเอง ให้ดีขึ้นเป็นลำดับ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

       เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2543 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงาน โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลพบุรี-สระบุรี  หลังจากได้ทรงรับฟังการบรรยายสรุป รายงานความก้าวหน้า โครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์แล้ว  ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร แผนผังการก่อสร้างโครงการต่อเนื่อง ระบบส่งน้ำชลประทาน ที่สูบน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระบบควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ จากนั้นได้เสด็จประทับรถยนต์ทอดพระเนตรบริเวณ สันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่ง ได้ก่อสร้างเสร็จเมื่อปี 2542    และเปิดดำเนินการสนองพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ และบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก และลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร  ตลอดจนเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ต่อจากนั้นได้เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้ารอรับเสด็จฯ และทรงปล่อยปลาลงในอ่างเก็บน้ำ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเกี่ยวข้าวนาปีในแปลงนาสาธิต โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก

       เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2543 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเกี่ยวข้าวนาปี ณ แปลงนาสาธิต โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก โดยมีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในฐานะผู้แทนมูลนิธิชัยพัฒนากราบบังคมทูลถวายรายงาน การดำเนินงานและเฝ้ารับเสด็จฯ  พร้อมด้วยผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ผู้ว่าราชการ จังหวัดนครนายก อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เจ้าหน้าที่สำนักงาน กปร. และส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบรรดานักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และกลุ่มเกษตรกร ซึ่งลงเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ด้วย
       การเสด็จพระราชดำเนินเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ ทรงปักดำข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 1 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2543 รวมอายุข้าวถึงวันที่เก็บเกี่ยว 123 วัน โดยในปีนี้ได้ผลผลิตประมาณ 55 ถัง/ไร่ ซึ่งส่วนหนึ่งศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จักได้จัดเป็นเมล็ดพันธุ์ บางส่วนจักได้สีเป็นข้าวสารเพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย ต่อไป
       หลังจากการเก็บเกี่ยวครั้งนี้แล้ว คณะทำงานจะดำเนินการปลูกข้าวโพดหวานพันธุ์ไฮบริกซ์ 10 และหลังจากเก็บข้าวโพดแล้ว จะดำเนินการปลูกถั่วเขียวคลุมดินไว้เพื่อดำเนินการ ไถกลบ และจะเริ่มดำนาได้อีกครั้งประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2544
       โครงการทำนาในพื้นที่ว่างเปล่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นการดำเนินงานเพื่อสนองพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามหลักการ "พออยู่ พอกิน" ที่ได้  พระราชทานไว้ให้เป็นหลักในการเผชิญสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

 

กังหันน้ำชัยพัฒนา กับ รางวัลสิ่งประดิษฐ์ดีเด่นของโลก

       Mr.Jose Loriaux ประธาน The Belgian Chamber of Inventor ซึ่งเป็นองค์กรสิ่งประดิษฐ์ที่เก่าแก่ที่สุดของยุโรป ได้เชิญให้หน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทย นำผลงานสิ่งประดิษฐ์ เข้าร่วมแสดงในงานนิทรรศการ "Brussels Eureka 2000 : 49 th World Exhibition Innovation, Research and New Technology ระหว่างวันที่ 14 - 20 พฤศจิกายน 2543 ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม ซึ่งในงานดังกล่าว มีการนำผลงานการแสดงนิทรรศการ กว่า 100 ประเทศ ประกอบไปด้วยประเทศในยุโรป และเอเชีย ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนา ได้นำผลงานการประดิษฐ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง "เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย (กังหันน้ำชัยพัฒนา)" ไปแสดงนิทรรศการในงานดังกล่าว รวมทั้งผลงานการประดิษฐ์คิดค้นจากหน่วยงานต่างๆ รวม 21 ผลงาน
       ในการนี้ คณะกรรมการนานาชาติและกรรมการประจำชาติได้ประกาศมอบถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล และประกาศนียบัตร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการประดิษฐ์คิดค้นผลงานเรื่อง "เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย (กังหันน้ำชัยพัฒนา)" ซึ่งมีรางวัลต่างๆ ดังนี้

1. รางวัลจากคณะกรรมการนานาชาติ
     1.1 ถ้วยรางวัล Minister J CHABERT ( Minister of Economy of Brussels Capital Region ) พร้อมเงินรางวัล 2,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งเป็นรางวัลผลงานด้านสิ่งประดิษฐ์ดีเด่น มอบโดย รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของกรุงบรัสเซลส์
     1.2 ถ้วยรางวัล Grand Prix International (International Grand Prize) เป็นรางวัลผลงานด้านการประดิษฐ์ดีเด่นสูงสุด มอบโดยองค์กรด้านสื่อมวลชนหนังสือพิมพ์ระดับโลก (International Council of the World Organization of Periodical Press)
     1.3 เหรียญรางวัล Prix OMPI Femme Inventeur Brussels EUREKA 2000 พร้อมประกาศนียบัตร เป็นรางวัลด้านสิ่งประดิษฐ์ดีเด่นระดับโลก ที่มอบให้แก่ผู้ประดิษฐ์ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะเลิศ มอบโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาของโลก (World Organization of Intellectual Property)

2. รางวัลจากกรรมการประจำชาติ
     2.1 ถ้วยรางวัล Yugoslavia Cup เป็นรางวัลสรรเสริญในพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มอบโดย กลุ่มประเทศยูโกสลาเวีย
     2.2 เหรียญรางวัล Gold Medal with Mention พร้อมประกาศนียบัตร เป็นรางวัลสรรเสริญ ในพระอัจฉริยภาพแห่งการใช้เทคโนโลยี แบบมีประสิทธิภาพ มอบโดย กลุ่มคณะกรรมการ BRUSSEL EUREKA 2000

       จากรางวัลดังกล่าว เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ "กังหันน้ำชัยพัฒนา" ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ประหยัด และเรียบง่าย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ เพื่อลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้เป็นที่รู้จักต่อนานาประเทศ
 

Home 

Mail to Chaipattana Network 

Thai Language