Issue : April 2002

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 



สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปทรงติดตามการดำเนินงาน
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

     สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2544

     การเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานในครั้งนี้ เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรและติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และงานศิลปาชีพพิเศษ อาทิเช่น โครงการแก้ไขปัญหาดินเค็มในเขตจังหวัดสกลนคร โดยการทำคันดินแบ่งเขตการทำนาเกลือและนาข้าวให้ชัดเจนและขุดลอกลำห้วย เพื่อเร่งระบายน้ำเค็ม ทำให้เกษตรกรนาเกลือและเกษตรกรนาข้าวหยุดทะเลาะกัน ซึ่งมีพระราชกระแสว่า
ดีใจ ที่ราษฎรสามารถตกลงกันได้”
และเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการจัดแปลงที่ทำกินของราษฎร ณ ศูนย์การพัฒนาพื้นที่ชายแดนบ้านแปดอุ้ม อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี และโครงการฟาร์มตัวอย่างหนองหมากเฒ่าตามพระราชดำริ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เพื่อทอดพระเนตรกิจกรรมของโครงการ ทรงเก็บผลผลิตจากแปลงผักและทรงปล่อยปลา

     การเสด็จฯ ไปศูนย์การพัฒนาพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครราชสีมา ได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการอนุรักษ์ป่าไม้และช้างป่า โดยพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยการปลูกพืชเพิ่มอาหารช้างป่า เช่นเดียวกับแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานเพื่อแก้ไขปัญหาช้างป่าที่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างออกมาทำลาย หรือหากินในพื้นที่ของราษฎร นอกจากนี้ ได้เสด็จฯ ไปทรงเปิดโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ณ บ้านดงยอ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร พระราชทานพันธุ์ปลา ไก่ และปุ๋ย แก่ราษฎร ที่อาศัยภายในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริให้ทดลองใช้ ประโยชน์พื้นที่ขนาดเล็กประมาณ 2 ไร่ สนับสนุนราษฎรให้มีความเชื่อมั่นในการทำมาหากิน มีผลผลิตพอเพียงแก่การเลี้ยงชีพได้
 
    ส่วนด้านงานศิลปาชีพพิเศษ ได้เสด็จฯ ไปยังโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านจาร อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านยางน้อย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อทอดพระเนตรผลงานศิลปาชีพของสมาชิก ได้แก่ ผ้าไหม ทองเหลือง เครื่องปั้นดินเผา ตัดเย็บเสื้อผ้า ชุบเงินชุบทอง ผ้าบาติก และดอกไม้ประดิษฐ์ เป็นต้น
 
    การเสด็จฯ เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในครั้งนี้ ได้พระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และการเกษตร ตลอดจนคณะแพทย์พระราชทาน เพื่อตรวจรักษาสุขภาพร่างกายให้แก่ราษฎรในทุกหมู่บ้านด้วย นับเป็นพระกรุณาธิคุณยิ่งที่ทรงมีต่อราษฎรผู้ยากไร้ ณ แผ่นดินอีสาน

 

 

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
เสด็จฯ แทนพระองค์ ในพิธีน้อมเกล้าฯ ถวายพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์

     เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2544 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในพิธีน้อมเกล้า ฯ ถวายพระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา เขาชีจรรย์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สำนักงาน กปร. และประชาชนเฝ้ารับเสด็จ

     พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา เป็นพระพุทธรูปแกะสลักนั่งปางมารวิชัยอยู่บนหน้าผาเขาชีจรรย์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แกะสลักโดยใช้แสงเลเซอร์แบบเซาะร่องเป็นลายเส้นสีทอง พระพักตร์หันไปยังมณฑปวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ขนาดหน้าพระเพลากว้าง 109 เมตร มีฐานบัวคว่ำ บัวหงาย สูง 5 เมตร ลึก 69 เมตร ความสูงถึงยอดพระเกตุมาลา 150 เมตร เป็นพระพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่ สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้า ฯ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติเป็นที่ 50 และเป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาล ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์เขาชีจรรย์ไม่ให้ถูกทำลายอีกด้วย

 

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จฯ ไปทรงเกี่ยวข้าว ณ ร้อยพระจุลจอมเกล้า

     เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก เพื่อทรงเกี่ยวข้าวในแปลงนาสาธิตโครงการทำนาในพื้นที่ว่างเปล่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมี นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการ กปร. และรองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา พลโท ชาตรี ศิรศรัณย์ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นายเชิดวิทย์ ฤทธิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ

     การเสด็จฯ ในครั้งนี้ ได้ทอดพระเนตรนิทรรศการการดำเนินงานของศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี นิทรรศการโครงการสวนเกษตรแบบพอเพียงภายในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และนิทรรศการรถเกี่ยวนวดข้าว จากนั้น เสด็จฯ ไปทรงรถเกี่ยวนวดข้าวในแปลงนาสาธิต ซึ่งเป็นรถที่บริษัท สยามคูโบต้าอุตสาหกรรม จำกัด ได้น้อมเกล้าฯ ถวาย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2544 ณ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา และข้าวที่ทรงเกี่ยวในปีนี้เป็นข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 ซึ่งมีคุณสมบัติในการหุงต้มที่ดี คือ มีความนุ่มและมีกลิ่นหอม ใกล้เคียงกับข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105

     การดำเนินงานโครงการทำนาในพื้นที่ว่างเปล่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ดำเนินการตามพระราชกระแสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2541 เพื่อเป็นต้นแบบและแหล่งความรู้ทางด้านเกษตรกรรมให้แก่เกษตรกรทั่วไป

 

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในเขตพื้นที่ภาคใต้

     สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในเขตจังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี ในระหว่างวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2544 เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส โดยประทับเรือพระที่นั่งทอดพระเนตรและศึกษาสังคมพืชลุ่มน้ำคลองโต๊ะแดง และเสด็จฯ ไปโครงการทดลองปลูกดอกไม้เมืองหนาว บ้านปิยมิตร 2 ตำบลเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อทอดพระเนตรแปลงปลูกดอกไม้เมืองหนาวของเกษตรกร
 
    นอกจากนี้ ได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมโรงเรียนปอเนาะห์และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในเขตจังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี เพื่อทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน เช่น การเรียนการสอนในห้องเรียน ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ห้องพยาบาล โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ร้านสหกรณ์ โรงอาหาร งานประดิษฐ์ และได้พระราชทานสิ่งของแก่นักเรียน พระราชทานพันธุ์ไม้ผลแก่ราษฎร ตลอดจนทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ

 

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จฯ ไปทรงเปิดโครงการศูนย์บริการวิชาการเกษตรของมูลนิธิชัยพัฒนา

     เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเปิดโครงการศูนย์บริการวิชาการเกษตรของมูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยมีกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จ

     จากนั้น ได้เสด็จฯ ไปทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายโครงการ ทรงปลูกไม้มงคล ทอดพระเนตรนิทรรศการ และประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังแปลงผักสวนครัว เพื่อทรงหว่านเมล็ดพันธุ์ผัก ทรงเก็บผลผลิตข้าวโพดที่ปลูกในโครงการ และพระราชทานพระราชวโรกาสให้เกษตรกร 8 ราย ที่เคยทำกินอยู่เดิมในพื้นที่และได้รับพระราชานุญาตให้เข้ามาอยู่อาศัยและทำกินในโครงการ ทูลเกล้าฯ ถวายผลผลิต

     ศูนย์บริการวิชาการเกษตรแห่งนี้ จะเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ทางวิชาการการเกษตรแบบง่าย ๆ ที่อยู่ใกล้ตัวเมือง อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร แหล่งผลิตพืชผลทางการเกษตรที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยจากสารพิษอีกด้วย

 

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

     สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอำนาจเจริญ ในระหว่างวันที่ 10-13 ธันวาคม 2544 เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานและทอดพระเนตรกิจกรรมต่าง ๆ ของศูนย์พัฒนาการเกษตรผสมผสาน บ้านหนองบัว หมู่ที่ 9 ตำบลดอนกอก อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ และศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้าน อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

     นอกจากนี้ ได้เสด็จฯ ไปทรงเปิดศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกาญจนาภิเษก อุบลราชธานี และเสด็จฯ เยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในเขตจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดอำนาจเจริญ ทอดพระเนตรกิจกรรมโครงการอาหารกลางวันตามพระราชดำริ พร้อมทั้งพระราชทานสิ่งของแก่ผู้แทนครู ตำรวจตระเวนชายแดน นักเรียน และพระราชทานพันธุ์ไม้ผลแก่ราษฎร สำหรับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านป่าก่อ อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในกิจกรรมโครงการอาหารกลางวันนั้น กรมชลประทานจะได้พิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

 

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จฯ เพื่อทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ครั้งที่ 1/2544


     เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ครั้งที่ 1/2544 ณ ห้องประชุมอาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการประชุม ดังนี้

     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา นายพิมลศักดิ์ สุวรรณทัต กรรมการและรองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นกรรมการและเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา สืบแทน พลตรี ประถม บุรณศิริ ที่ถึงแก่อนิจกรรม และนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เป็นกรรมการและรองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา

     สำหรับการดำเนินงานโครงการและกิจกรรมของมูลนิธิชัยพัฒนาในรอบปีที่ผ่านมา ได้เน้นการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งราษฎรมีจิตศรัทธาน้อมเกล้าฯ ถวาย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิได้นำมาพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม อาทิ เช่น

     - การจัดทำแปลงสาธิตการใช้เทคโนโลยีการเกษตรในรูปแบบต่างๆ ในที่ดินที่ตำบลละหารบอน อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเป็นทางเลือกแก่เกษตรกรบริเวณใกล้เคียงให้นำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อให้สามารถพึ่งตนเองได้อย่างมั่นคง
 
    - การจัดจ้างนักเรียนทุนในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งสำเร็จการศึกษาด้านการเกษตรมาทำงานในพื้นที่โครงการสาธิตทฤษฎีใหม่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ได้มีโอกาสปฏิบัติงานในพื้นที่จริง และมีความรู้เกี่ยวกับแนวคิดทฤษฎีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ประกอบการพัฒนาในพื้นที่การเกษตรของตน หรือเป็นแกนนำในการพัฒนาท้องถิ่นต่อไปในอนาคต

     - การจัดตั้งสหกรณ์การเกษตร เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ราษฎรในพื้นที่โครงการพัฒนาที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนาบ้านบึงแวง ตำบลศรีภิรมย์ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก โดยความร่วมมือของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก กรมส่งเสริมสหกรณ์

     - การฟื้นฟูพื้นที่โครงการสาธิตการพัฒนาพื้นที่การเกษตรแบบผสมผสานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านติ้ว อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี หลังน้ำท่วมโดยได้สนับสนุนพันธุ์พืชต่างๆ และจัดอบรมให้ความรู้ด้านวิชาการเกษตรหลักสูตรเร่งด่วน 1 วัน ซึ่งเกษตรกรได้นำความรู้ไปใช้ในการปลูกข้าวและพืชหลังนา จนได้ผลผลิตดี สามารถเก็บบริโภคและมีเหลือพอที่จะนำไปจำหน่ายได้อีกด้วย นอกจากนี้กรมชลประทานได้สนับสนุนงานก่อสร้างทำนบดินด้านที่ติดกับลำห้วยกุดแฮ่เพื่อป้องกัน น้ำไหลเข้าพื้นที่ ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อเดือนมกราคม 2545

 

 

องคมนตรีตรวจเยี่ยมการดำเนินงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ
และโครงการพัฒนาส่วนพระองค์

     เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2544 ฯพณฯ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สำนักงาน กปร. เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากรพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี โดยมีนายวิเชียร สาคเรศ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ บรรยายสรุปความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ และนำตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ฯ อาทิ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน และระบบชลประทานน้ำเค็ม เพื่อการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลอ่าวคุ้งกระเบน เป็นต้น

     จากนั้น วันที่ 19 พฤศจิกายน 2544 เดินทางไปยังโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีนายกวี อังศวานนท์ ผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์ และนายชัยจิตร รัฐขจร ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปโครงการ ซึ่งมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย โครงการข้าวครบวงจร โครงการเกษตรแบบผสมผสาน โครงการตลาดเพื่อชุมชน และโครงการเลี้ยงกุ้งที่เป็นมิตรกับนาข้าว ทั้งนี้ เพื่อศึกษาและทดสอบผลกระทบด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมเสริมของโครงการฯ

     โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ที่ดินที่ราษฎรน้อม
เกล้าฯ ถวายบริเวณริมแม่น้ำบางปะกง ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี และสำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ได้ซื้อที่ดินข้างเคียงเพิ่มเติมเป็นพื้นที่ทั้งสิ้น 384 ไร่ เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาให้เป็นแหล่งน้ำและการประมงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และยังได้นำที่ดินมาพัฒนาสนับสนุนโครงการทฤษฎีใหม่ และส่งเสริมระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง รวมทั้งการพัฒนาในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเป็นแบบอย่างแก่เกษตรกร หรือผู้ที่สนใจได้เข้าไปศึกษาและนำไปปฎิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพที่ยั่งยืนต่อไป

 

 

เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ตรวจเยี่ยมศูนย์บริการวิชาการเกษตร จังหวัดปทุมธานี


     เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2544 นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายพิมลศักดิ์ สุวรรณทัต เหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ รองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงาน กปร. และเจ้าหน้าที่บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าโครงการศูนย์บริการวิชาการเกษตร ของมูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยมีผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปความก้าวหน้าของโครงการ

     ศูนย์บริการวิชาการเกษตร มูลนิธิชัยพัฒนา ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2541 โดยเริ่มจากการจัดระบบชลประทาน และจัดแปลงสาธิตต่างๆ ควบคู่ไปกับการจัดโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ถนนเข้าโครงการ ไฟฟ้า ประปา ในปัจจุบันโครงการมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตในโครงการ เช่น ข้าว ไม้ผล พืชไร่ พืชผัก สวนครัว และไม้ดอกไม้ประดับ เป็นต้น นอกจากนี้ โครงการได้จัดที่ดินทำกินในลักษณะทฤษฎีใหม่ให้แก่ ราษฎร 8 ราย ที่เคยเช่าที่นาอยู่เดิม เข้ามาอาศัยและทำกินในพื้นที่โครงการ รายละ 8 ไร่ ซึ่งมีผลผลิตที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้แล้วเช่นกัน
ในอนาคต บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด จะรับซื้อผลผลิตจากโครงการ โดยในเบื้องต้นจะเข้าร่วมในการวางแผนการเพาะปลูกด้วย ศูนย์บริการวิชาการเกษตรของมูลนิธิชัยพัฒนาแห่งนี้ จะเป็นศูนย์รวมแห่งความรู้ทางวิชาการ วิธีการปฏิบัติโดยใช้เทคโนโลยีชาวบ้าน และผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัยจากสารพิษ และได้มาตรฐาน ที่นักวิชาการ เกษตรกร และประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้ ณ ที่แห่งนี้ได้

 

Brussels Eureka 2001 ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น แด่
พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

     เมื่อวันที่ 14-20 พฤศจิกายน 2544 The Belgian Chamber of Inventor ซึ่งเป็นองค์กรสิ่งประดิษฐ์ที่เก่าแก่ที่สุดของยุโรป ได้จัดงาน Brussels Eureka 2001:50th Anniversary of the World Exhibition of Innovation, Research and New Technology ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม เพื่อแสดงผลงานประดิษฐ์คิดค้น รวมทั้งมอบรางวัลให้แก่นักประดิษฐ์ หรือนักวิจัยที่มีผลงานดีเด่น ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาด้านต่างๆ ของโลก

     สำหรับในปีนี้ คณะกรรมการนานาชาติ ซึ่งเป็นผู้แทนจาก 30 ประเทศ ประเทศละ 1 คน ได้มีมติทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลและประกาศนียบัตร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติในพระปรีชาสามารถที่ทรงประดิษฐ์คิดค้นผลงานท ี่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ดังนี้

     ผลงานประดิษฐ์คิดค้นในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล คือโครงการน้ำมันไบโอดีเซล สูตรสกัดจากน้ำมันปาล์ม โครงการทฤษฎีใหม่ และโครงการฝนหลวง โดยได้รับประกาศนียบัตร (Diploma D'Unconcept Nouveau de Developpment de la Thailande) พร้อมถ้วยรางวัล ด้วยเป็นผลงานที่เกิดจากความคิดใหม่ หรือแนวใหม่ในการพัฒนาประเทศไทย และรางวัลเหรียญทอง พร้อมประกาศเกียรติคุณ (Gold medal with mention) ให้แก่ผลงานประดิษฐ์ ทั้ง 3 ดังกล่าวด้วย

     ผลงานประดิษฐ์คิดค้นในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล คือ งานมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ โดยได้รับประกาศนียบัตร (Diploma D'Unconcept Original de Developpment Rural de la Thailande) พร้อมถ้วยรางวัล ด้วยเป็นผลงานความคิดริเริ่มในการพัฒนาชนบทของประเทศไทย และรางวัลเหรียญทอง พร้อมประกาศเกียรติคุณ (Gold medal with mention) ให้แก่ ผลงาน การฝึกอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร (Training Program to improve farmer’s income) และผลงาน ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร

     นอกจากนี้ คณะกรรมการแห่งชาติบัลกาเรีย มีมติทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล SPECIAL PRIX for his Majesty the King of Thailand และ SPECIAL PRIX for Her Majesty the Queen of Thailand พร้อมประกาศนียบัตร Honored Member of BACCI (Bulgarian American Chamber of Commerce & Industry) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถด้วย

     การมอบรางวัลให้แก่ผลงานประดิษฐ์ที่นำมาแสดงในงานดังกล่าวนี้ คณะกรรมการมีกฎเกณฑ์การพิจารณารางวัล โดยคำนึงถึง ความใหม่ (Newness, Novelty) ความริเริ่ม หรือความแปลก (Creativiness, Originity) ความเป็นประโยชน์ต่อสังคม (Social Utility) เทคโนโลยี (Technology) และความสามารถในการเติบโตทางการค้า (Commercial Potentiality) ดังเช่นที่ คณะกรรมการนานาชาติได้ประกาศไว้เมื่อครั้งที่มีมติทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัล PRIX OMPI Femme Inventeur Brussels Eureka 2000 ซึ่งเป็นรางวัลด้านการประดิษฐ์ดีเด่นระดับโลกที่มีเพียง 1 รางวัล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2543 ในงาน Brussels Eureka 2000 ครั้งที่ 49 ว่า "รางวัลต่างๆ ที่ประกาศในวันนี้ มิใช่ว่าจะพิจารณามอบให้กันง่ายๆ สิ่งประดิษฐ์ทุกๆ สาขา จะต้องสามารถนำไปใช้งานได้กว้างขวาง เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้ทั่วโลก ดังนั้น กังหันน้ำชัยพัฒนา จึงเป็นที่น่าสรรเสริญให้เป็นสิ่งประดิษฐ์ดีเด่นในครั้งนี้



  ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
 


     วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2544
     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นำนายมานพ ตุงคเศรวงศ์ และครอบครัว เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แทนพระองค์ ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน 100,000 บาท โดยเสด็จพระราชกุศลสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา

     วันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2545
     สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นำคณะบุคคลเข้าเฝ้าฯ ถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา ดังนี้

- คณะกรรมการเพื่อการสาธารณประโยชน์ของบริษัทในกลุ่ม บริษัท ร่วมทุนระหว่าง บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กับบริษัท ดาว เคมิคอล ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน จำนวน 200,000 บาท

 - คณะผู้บริหาร ครู ผู้ปกครองและนักเรียนโรงเรียนนราธิปพิทยา ทูลเกล้าฯ ถวายเงินราย ได้จากการจัดงาน “วันนราธิป” จำนวน 166,489 บาท

     วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2545
     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นำ นายเพรียว ปุษยไพบูลย์ เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แทนพระองค์ ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน 1,500,000 บาท โดยเสด็จพระราชกุศลสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา

 

  คณะบุคคลมอบเงินสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
 

     วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2544
     นางชัยนรินทร์ หุตะสิงห์ และเจ้าหน้าที่โรงแรมสยามซิตี้ มอบเงินรายได้จากการจัดงาน “เบญจรงค์ประดับพลอยร้อยบุปผา” ร่วมกับโรงแรมสยามซิตี้ จำนวน 214,000 บาท
โดยมีนายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้รับมอบ


     วันอังคารที่ 25 ธันวาคม 2544
     นายนคร มุธุศรี และคณะชาวหมู่บ้านธารารมณ์ มอบเงินรายได้จากการจัดงาน “วันพ่อแห่งชาติ” จำนวน 31,099 บาท
โดยมีนายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้รับมอบ

     วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ 2545
     บริษัท เอพีเอ็ม เทรนนิ่ง จำกัด โดยคุณลัฐิกา พันธุ์ภักดี ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด และคณะ มอบเงินรายได้จากการจัดงาน CEO Forum จำนวน 51,851.79 บาท
โดยมีนายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้รับมอบ