ฉบับเดือน เมษายน ๒๕๔๕

 
 
 
 
 
 
 
 
 
ของขวัญมีชีวิตแด่พระเจ้าแผ่นดิน
โดย Mrs. Bonnie Davis
แปลโดย ศุลีพร บุญบงการ


     ดิฉันและครอบครัวมาเมืองไทยเป็นครั้งแรกในปี 2510 เนื่องจาก จิม สามีของดิฉัน มีโอกาสได้ทำงานกับโครงการทางด้านการเกษตร จิมทำงานวันจันทร์-วันศุกร์ที่ต่างจังหวัด และกลับกรุงเทพฯ ในวันศุกร์ตอนกลางคืน เพื่อมาอยู่กับดิฉันและลูกชายช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จิมทำงานประจำอยู่ที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นอำเภอที่มีประวัติศาสตร์ของแม่น้ำป่าสักอันน่าหลงใหล เขาเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามพื้นที่ต่างๆ เช่น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา อำเภอลำนารายณ์ จังหวัดลพบุรี อำเภอตาคลี จังหวัดชัยนาท และอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เป็นต้น

     ทุกเสาร์-อาทิตย์ จิมจะเล่าเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับเกษตรกรและชาวบ้านให้พวกเราฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิถีชีวิต หรือมิตรภาพที่จิมได้รับจากชาวบ้าน จิมมักได้รับเชิญให้ร่วมรับประทานอาหาร ซึ่งบางครั้งก็มีเพียงข้าว น้ำปลาพริก และผักต่างๆ ตามแต่จะหาได้ ถ้ามื้อไหนมีปลาในสำรับถือว่าเป็นมื้อพิเศษทีเดียว แม้ว่าบางตัวจะเล็กมากก็ตาม เล็กกว่า fingerlings ปลาเล็กๆ พวกนี้ถูกจับก่อนที่จะโตเต็มที่และขยายพันธุ์ได้เสียอีก

      จากประสบการณ์การเดินทางและความประทับใจที่จิมมีต่อชาวบ้าน ทำให้จิมพูดเสมอว่า สักวัน หลังจากที่เรากลับไปอเมริกาแล้ว เขาอยากจะทูลเกล้าฯ ถวายพันธุ์ปลาโตเร็วเป็นของขวัญแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะจิมรู้สึกว่าถ้าปลาพวกนี้ได้อยู่ภายใต้การดูแลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วนั้น จะได้รับการเลี้ยงดูจนกระทั่งโตเต็มที่ ก่อนที่จะนำไปปล่อยลงแม่น้ำ ทะเลสาบ เขื่อน ลำธาร หรือที่ไหนก็ได้ ที่พวกมันจะขยายพันธุ์ และเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรและชาวบ้านต่อไป

      เราได้ส่งพันธุ์ปลาโตเร็วมาเมืองไทย แต่กว่าที่พวกมันจะมาถึงสนามบินดอนเมืองได้นั้น เรารู้เลยว่า มันไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้

      ขั้นตอนแรก ก็คือ การหาฟาร์มปลาที่มีพันธุ์ปลาที่เราต้องการ ปลาจะต้องได้รับการดูแลอย่างดี และมีสภาพที่ดีด้วย กรมประมงและสัตว์ป่าของรัฐเวอร์จิเนีย ได้แนะนำฟาร์มปลาซึ่งอยู่ห่างจากฟาร์มเวอร์จิเนียของเราทางรถยนตร์ประมาณ 2 ชั่วโมง เราขับรถไปที่ฟาร์มปลาแห่งนี้ และมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเจ้าของฟาร์มในสิ่งที่เราต้องการ เราถามเรื่องราคา และต้องการทราบว่าปลาขนาดที่เราต้องการจะได้เมื่อไหร่ เรายังถามด้วยว่าเขายินดีจะช่วยเราหรือไม่ คำตอบก็คือ เขากระตือรือร้นที่จะช่วย และดูจะตื่นเต้นกับความคิดของเรามาก เขาได้บอกกับเราด้วยว่า เขาไม่เคยส่งปลาไปที่ไหนไกลถึงครึ่งโลกมาก่อน จากนั้น เขาอธิบายว่าตู้ขนส่งควรเป็นประเภทไหน ตู้ขนส่ง 1 ตู้ ควรบรรจุ fingerlings เท่าไหร่จึงจะปลอดภัย และอย่างอื่นอีกมากมาย เขาจะให้ออกซิเจนและถุงพลาสติกแก่เรา ส่วนทางเราต้องจัดหากล่องโฟมที่ทนความร้อนในขนาดที่พอเหมาะ น้ำแข็งแห้ง และต้องจัดการเตรียมทุกอย่างให้พร้อมที่จะขนส่งไปยังสนามบินที่เมืองนอร์โฟก รัฐเวอร์จิเนีย และเดินทางต่อไปยังกรุงเทพฯ เราบอกเขาว่าแล้วเราจะติดต่อมาใหม่

      ก่อนที่จะดำเนินการต่อไปนั้น เราจำเป็นต้องได้รับพระบรมราชานุญาตเสียก่อน เราจึงส่งจดหมายไปถึงหม่อมหลวงทวีสันต์ ลดาวัลย์ ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นราชเลขาธิการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อธิบายถึงสิ่งที่เราต้องการ พร้อมทั้งแจ้งเวลาที่จะจัดส่ง และแจ้งด้วยว่าเราจะจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง อย่างเดียวที่เราต้องการให้ทางกรุงเทพฯ ดำเนินการ ก็คือ การนำปลาจากสนามบินดอนเมืองไปยังสถานที่เลี้ยง

      เราส่งจดหมายได้ส่งถึง หม่อมหลวงทวีสันต์ ในวันที่ 7 มิถุนายน 2521 และไม่กี่วันหลังจากนั้น เราก็ได้รับคำตอบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยินดีรับของขวัญจากเรา หม่อมหลวงทวีสันต์ได้ถามถึงขนาดและจำนวนของตู้ขนส่ง ขั้นตอนการเลี้ยง ชื่อของสายการบิน เที่ยวบิน รวมทั้งวันและเวลาที่เครื่องลง

      เราได้จัดซื้อตู้ขนส่ง ถ่ายเอกสารข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับพันธุ์ปลา คุยกับสายการบินทั้งหลายในเมืองนอร์โฟก และโทรศัพท์ถึงสำนักงานใหญ่ของสายการบินต่างๆ

      ปัญหาใหญ่ปัญหาแรกที่เราพบ ก็คือ การที่ปลาอยู่ในเครื่องบินโดยที่ไม่มีการหยุดพักเลยนั้น ความร้อนที่มากเกินไปอาจทำให้ปลาเล็กๆ เหล่านั้นตายได้

      แต่แล้วทุกอย่างก็ลงตัว หรือว่าเราคิดไปเอง!

      เมื่อเราไปถึงสนามบินนอร์โฟก เพื่อจองพื้นที่และจ่ายค่ามัดจำ ทางสายการบินได้เปลี่ยนใจเอาดื้อๆ ไม่ยอมส่งปลาเป็นๆ ไปยังกรุงเทพฯ เพราะกลัวว่าจะเกิด "ปัญหาระหว่างประเทศ" ขึ้นถ้าปลาตาย

      ในที่สุดเราได้ติดต่อกับผู้จัดการของสายการบินแพน-อเมริกา ที่รัฐวอชิงตัน ดี.ซี. เขาได้บอกกับเราว่า ถ้าเราสามารถนำปลาไปยังรัฐวอชิงตันได้ เขาจะจัดการเรื่องการขนส่งที่เหลือจนถึงกรุงเทพฯ ให้เอง ในสมัยนั้นสายการบินแพน-อเมริกาเป็นสายการบินที่บินข้ามขั้วโลก ซึ่งเป็นเส้นทางตรง จึงทำให้เดินทางได้รวดเร็วกว่าสายการบินอื่น ตอนนั้นจิมบอกกับเราว่า ถ้าไม่เหลือทางอื่นแล้ว เราคงต้องขับรถนำปลาพวกนี้ไปยังรัฐวอชิงตันเอง แต่แล้วเราก็ได้รับโทรศัพท์จากสายการบินหนึ่งในสนามบินนอร์โฟก ว่าพวกเขาสามารถติดต่อกับสายการบินแพน-อเมริกาในรัฐวอชิงตันได้ พวกเขายินดีที่จะส่งต่อพันธุ์ปลาให้กับสายการบินแพน-อเมริกาโดยตรง ถ้าเรานำปลาไปให้เขาที่สนามบินนอร์โฟก

      การติดต่อทางโทรศัพท์มีขึ้นอีกหลายครั้ง เช่นเดียวกับการตรวจสอบตารางเวลา เราตรวจสอบครั้งแล้วครั้งเล่าจนแน่ใจ จึงโทรศัพท์ไปที่ฟาร์มปลาเพื่อยืนยัน และจัดวันในการบรรจุและขนส่ง มีการจัดพิมพ์แถบป้ายชื่ออย่างเรียบร้อย รวมทั้งเอกสารและจดหมายต่างๆ ก็ได้รับการถ่ายเอกสารเรียบร้อยเช่นกัน เพื่อส่งไปพร้อมกับตู้ขนส่งพันธุ์ปลา

      และในวันหนึ่งของเดือน กรกฎาคม 2521 เราขับรถปิ๊กอัพไปที่ฟาร์มปลาตอนตีสี่ เจ้าของฟาร์มปลาได้รอเราอยู่แล้ว เขาแยกปลาที่จะขนส่งไว้เสร็จเรียบร้อยก่อนหน้านี้หนึ่งวัน และบรรจุน้ำแข็งแห้งลงในถุงพลาสติกวางไว้ที่ก้นของกล่องโฟม จากนั้นใส่ปลาบางส่วนลงในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ที่มีน้ำอยู่ครึ่งหนึ่ง เติมออกซิเจนลงไป แล้วจึงปิดถุงและปิดผนึกกล่อง เจ้าของฟาร์มแนะนำว่าเราควรเพิ่มปลา large-mouth bass ไปด้วยอีก 25 ตัว เพื่อความหลากหลาย เราก็ได้ทำตามคำแนะนำนั้น ตอนที่เราขับรถออกมาจากฟาร์มไปที่สนามบินนอร์โฟก รู้สึกว่าเจ้าของฟาร์มปลาจะดูตื่นเต้นเล็กน้อยกับการเดินทางในครั้งนี้

      เมื่อเราไปถึงแผนกคลังสินค้า เจ้าหน้าที่สนามบินกำลังรอเราอยู่ ดิฉันเข้าไปในสำนักงานเพื่อจัดการเรื่องเอกสารและจ่ายค่าขนส่ง เจ้าหน้าที่ได้ขออนุญาตถ่ายเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปเข้ากรอบรูปและติดไว้บนผนังของสำนักงาน เพราะพวกเขาไม่เคยมีส่วนร่วมในการส่งของขวัญมีชีวิต เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระเจ้าแผ่นดินที่ไหนเลย!

      จากนั้นเราขับรถไปที่สำนักงาน Western Union ในเมืองนอร์โฟก เพื่อส่งโทรเลขถึงหม่อมหลวงทวีสันต์ การส่งโทรเลขดูเหมือนจะแน่นอนกว่าการโทรศัพท์ เพราะชื่อภาษาไทยต่างๆ นั้นอ่านยากเหลือเกิน หลังจากที่เราถึงบ้านแล้ว เราได้โทรศัพท์ไปหาผู้จัดการสายการบินแพน-อเมริกา เพื่อบอกว่าเราได้ส่งพันธุ์ปลาไปเรียบร้อยแล้ว เขาขอให้เราแจ้งด้วยเมื่อปลาไปถึงกรุงเทพฯ อย่างปลอดภัย

      จากนั้นสิ่งที่เราทำได้อย่างเดียว ก็คือ รอ

      หม่อมหลวงทวีสันต์ โทรเลขมาบอกเราว่า "กล่องบรรจุปลา 5 กล่อง ได้มาถึงกรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้วในสภาพที่สมบูรณ์" ไม่มีปลาตัวไหนตายเลย!

      จดหมายฉบับถัดมาแจ้งให้เราทราบว่า ปลาเหล่านั้นได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด กรมประมง ตามพระราชประสงค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว