ฉบับเดือน เมษายน ๒๕๔๕

 
 
 
 
 
 
 
 
 

เรียบเรียงโดย
ลลิต ถนอมสิงห์



"กูแบซีรา" เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่ที่บ้านปูลากาชิง ตำบลกอลำ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี สภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม ดินเป็นดินร่วนปนทราย ทางเข้าหมู่บ้านเป็นดินลูกรัง ราษฎรที่นี่มีด้วยกัน 78 ครัวเรือน 371 คน ส่วนใหญ่ทำนาเป็นอาชีพหลักและมีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นเป็นอย่างมาก ในช่วงฤดูฝน น้ำฝนจะไหลมาจากเขาตูมและเขาลานควาย ไหลทะลักเข้าสู่บริเวณพื้นที่การเกษตรของหมู่บ้าน ที่ถูกปิดกั้นโดยถนนและคันคูส่งน้ำ จึงทำให้น้ำเอ่อล้นทะลักเข้าสู่หมู่บ้าน เกิดน้ำท่วมขังบริเวณหมู่บ้าน นาข้าว พืชผักและไม้ผลได้รับความเสียหาย ไม่สามารถเก็บเกี่ยวพืชผลได้ตามฤดูกาล สัตว์เลี้ยงตายและไม่มีที่อยู่อาศัย ถนนหนทางภายในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมขัง ยิ่งไปกว่านั้น ในฤดูแล้งไม่มีน้ำกินน้ำใช้ ในบ่อน้ำตื้นที่ราษฎรขุดไว้ น้ำจะมีสนิมไม่สามารถใช้ดื่มกินได้ ราษฎรในบ้านกุแบซีราจึงมีความยากลำบากเป็นอย่างมาก
"แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาทุกข์ยากเดือดร้อนนี้"

พระมหากรุณาธิคุณ สถิตแนบในฤทัย

     ครั้นเมื่อ 6 กันยายน 2544 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ แปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจและติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริในเขตพื้นที่ภาคใต้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับทราบถึงปัญหาของราษฎรบ้านกูแบสีรา จึงมีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จฯ เยี่ยมเยียนและตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยพระองค์เอง

     ณ บ้านกูแบซีรานี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงศึกษาข้อมูลและสอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ โดยการเสด็จฯ ขึ้นไปบนบ้าน นายดอเลาะ บือแน ชาวมุสลิม ทำให้ทรงรับทราบปัญหาด้วยภาษายาวีผ่านล่าม ว่าราษฎรที่นี่ขาดแคลนน้ำดื่ม และเมื่อถึงฤดูฝนก็ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง เพราะไม่มีคูน้ำช่วยในการระบายน้ำ

     นายดอเลาะ กราบบังคมทูลว่า "ไม่เคยมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใดเสด็จฯ มาที่บ้าน"
"ทุกพระองค์ทรงห่วงใยราษฎร ก็เพราะเป็นห่วงจึงได้มา"

     พระราชกระแสที่ทรงตอบนายดอเลาะไปนั้น สร้างความปลื้มปิติแก่นายดอเลาะ และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความห่วงใยที่ทรงมีต่อพสกนิกร

เมื่อว่างจากการทำนาราษฎรจะรับจ้างทำทองม้วน


พระราชดำริ : แก้ไขเป็นขั้นตอน ครอบคลุมทั้งระบบ

     วันนั้น เป็นเวลามืด ใกล้ 19.30 น. ยังทรงรับฟังสภาพปัญหาของพื้นที่จากส่วนราชการที่กราบบังคมทูลรายงาน ทั้งเรื่องน้ำ ดิน และความเป็นอยู่ของราษฎร จากนั้นจึงได้พระราชทานคำแนะนำ และแนวทางในการแก้ไขปัญหาว่า

"ให้แก้ไขปัญหาเรื่องเร่งด่วนก่อน พร้อมทั้งศึกษาในภาพรวม เมื่อได้ศึกษาในภาพรวมทั้งระบบแล้วให้ดูว่าส่วนใดจะแก้ไขอย่างไร และให้แก้ไขไปทีละส่วนเป็นขั้นตอน จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งระบบ"

ทั้งนี้ มีรับสั่งให้ประสานงานกันให้ดี


     เมื่อส่วนราชการได้รับทราบพระราชดำริแล้ว สำนักงาน กปร. จังหวัดปัตตานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้แต่งตั้ง คณะกรรมการดำเนินการขึ้น เพื่อกำกับ ดูแล ดำเนินการจัดทำแผนงานและกำหนดแนวทางในการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ซึ่งปัญหาที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ ปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้ และน้ำท่วมขัง ตลอดจนการใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตรในพื้นที่ การกำหนดแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ และความจำเป็นพื้นฐานต่าง ๆ ได้แก่ การคมนาคม การศึกษา และการสาธารณสุข

น้ำฝนจะไหลมาจากเขาตูมและเขาลานควายท่วมขังพื้นที่การเกษตรของราษฎร
สภาพบ่อน้ำที่ชาวบ้านใช้อุปโภคบริโภค
บ้านพักอาศัยของราษฎรหมู่บ้านกูแบซีรา
โรงเรียนประจำหมู่บ้าน ซึ่งเปิดสอนเฉพาะชั้นประถมปีที่ 2,3 และ 6

 

ด้วยพระปรีชา พลิกปัญหาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

     ปัญหาน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค แก้ไขด้วยการจัดทำประปาหมู่บ้านแบบบาดาลขนาดกลางและจัดส่งให้ถึงราษฎรในพื้นที่ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณหมู่บ้านและที่ทำกิน โดยการขุดคลองและทำอาคารระบายน้ำท่อลอดในบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรนั้น จะจัดวางระบบจากระบบส่งน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี เพื่อให้ราษฎรได้รับน้ำอย่างทั่วถึง และสามารถทำการเกษตรได้อย่างสมบูรณ์ในช่วงฤดูแล้ง

     การพัฒนาพื้นที่เพื่อการเกษตร ได้วางแผนให้นำผลการศึกษาทดลองของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ นำมาประยุกต์ใช้ให้แก่ราษฎร ทั้งในด้านการแก้ไขและปรับปรุงดิน โดยการสาธิตการพัฒนาที่ดิน ปรับปรุงพื้นที่ดินเสื่อมโทรม และจัดระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ลุ่มให้ราษฎรสามารถประกอบอาชีพทางการเกษตรได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

     การพัฒนาอาชีพการเกษตรและส่งเสริมรายได้ให้แก่ราษฎร โดยวางแผนการส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตโดยเฉพาะข้าว ส่งเสริมการปลูกไม้ผลพันธุ์ดี ส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษ เกษตรผสมผสาน และการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช สำหรับงานด้านปศุสัตว์ มีการส่งเสริมการเลี้ยงโค แพะ และสัตว์ปีกอย่างถูกต้อง ด้านการประมง มีการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อให้ราษฎรพอมีพอกินต่อการยังชีพต่อไป

     พร้อมกันนี้จะได้พัฒนาและส่งเสริมอาชีพนอกภาคการเกษตรควบคู่กันไป โดยจัดตั้งกลุ่มอาชีพสตรี กลุ่มอาชีพเยาวชน จัดตั้งหมู่บ้านตัวอย่าง ฝึกอาชีพเพื่อยกระดับสาขาช่างฝึกจักร สาขาอาหารและขนม และสาขาทอเสื่อ ที่ดำเนินการอยู่แล้วในท้องถิ่นให้มีคุณภาพและมีรายได้ที่สูงขึ้น

     ทั้งนี้ จะมีการดูแลโครงสร้างพื้นฐานและความจำเป็นพื้นฐานของราษฎร ด้วยการปรับปรุงถนนให้สามารถสัญจรได้ตลอดทั้งปี ตลอดทั้งดูแลแก้ไขปัญหาสาธารณสุขมูลฐานด้วยการรณรงค์และเร่งรัดการมีส้วมใช้ เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาเด็กขาดสารอาหาร

พระบารมีแผ่ไพศาล ประชาราษฎร์พ้นทุกข์ภัย

     ด้วยพระราชประสงค์ที่จะบำบัดทุกข์และบำรุงสุขแก่ราษฎรบ้านกูแบซีรา สมเด็จพระบรมโอรสา ธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จึงมีพระราชกระแสให้รับโครงการพัฒนาพื้นที่บ้านกูแบซีราไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากผลการพัฒนาที่เกิดขึ้นนี้ ไม่เพียงแต่ราษฎรที่บ้านกูแบซีราเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์ แต่ยังทำให้ราษฎรในเขตพื้นที่บ้านปูลากาซิง และบ้านใกล้เคียงในตำบลกอลำ อำเภอยะรัง ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาในจุดนี้อีกด้วย

     แนวทางการพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระบรมโอรสา ธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นั้น เป็นการดำเนินการตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นพระราชประสงค์ที่จะให้ทุกหน่วยงานประสานและร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชนภายใต้แผนงานที่กำหนดไว้ เป็นการลดปัญหาความซ้ำซ้อน และการขาดการดูแลเอาใจใส่ ยิ่งไปกว่านั้นรูปแบบการพัฒนาที่พระราชทานไว้นี้ จะเป็นการพัฒนาจากจุดเล็กไปหาจุดใหญ่ เป็นการระเบิดจากข้างใน ในระดับพื้นที่และขยายผลสู่ระดับชาติต่อไป และไม่มีพระราชประสงค์ที่จะให้ทำอะไรใหญ่โตเกินความจำเป็น ค่อยเป็นค่อยไป และที่สำคัญราษฎรจะต้องมีส่วนร่วม และมีความพร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนสืบไป

     เมื่อพระราชภารกิจที่บ้านกูแบซีราเสร็จสิ้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จฯ กลับยังศาลาศิลปาชีพบ้านปาตาติมอ ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ในเวลา 21.00 น. เพื่อทรงปฏิบัติพระราชภารกิจในฐานะราชองครักษ์พิเศษเพื่อถวายความปลอดภัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเสด็จพระราชดำเนินถึงพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ก็เป็นเวลาล่วง 22.00 น. ไปแล้ว

น่าภูมิใจกับชาวไทยที่มีมกุฎราชกุมารที่ทรงคอยดูแลเอาใจใส่ทุกข์สุขของราษฎรถึงเพียงนี้
ขอทรงเป็นมิ่งขวัญของชาวไทยสืบไป