"ขาดทุนคือกำไร"
แนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่ถือว่าเป็นลักษณะพิเศษ คือ การมุ่งเน้นให้ผลของการดำเนินงานนั้นตกถึงมือประชาชนโดยตรงเป็นเบื้องแรก
เพื่อบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าคือ "การพออยู่ พอกิน" ขณะเดียวกับที่เป็นการปูพื้นฐานไว้สำหรับความ
"อยู่ดี กินดี" ต่อไปในอนาคตด้วย ดังนั้นจึงมีลักษณะของการมองผลสำเร็จที่เป็นการ
"คุ้มค่า"
มากกว่าการ " คุ้มทุน"
ดังพระราชดำรัสว่า "ขาดทุนคือกำไร"
(Our loss is our gain) กำไรนั้น คือ ความอยู่ดีมีสุขของประชาชนที่จำเป็นต้องลงทุน
ด้วยแนวคิดที่เป็นหลักของการพัฒนาอันมั่นคงเช่นนี้ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
จังหวัดลำพูน จึงเป็นอีกโครงการหนึ่งที่ได้ถือกำเนิดขึ้นจากน้ำพระราชหฤทัยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่ทรงห่วงใยในทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนคุณภาพชีวิตของพสกนิกรในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาว
เฉกเช่นเดียวกับราษฎรในภูมิภาคอื่นที่ได้รับพระเมตตานั้น ดุจกัน
พระราชดำริ
ณ ลุ่มน้ำแม่อาว
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสภาพพื้นที่บริเวณที่จะก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่อาวน้อย
ตำบลนครเจดีย์ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน และได้พระราชทานพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาวน้อยที่ประสบปัญหาป่าเสื่อมโทรม
ดินมีคุณภาพไม่ดี ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตของราษฎรในพื้นที่เป็นอย่างมาก
โดยให้มีการจำแนกประเภทป่าเสื่อมโทรมในบริเวณที่ราบแต่ดินยังมีคุณภาพดี
จัดสรรให้ราษฎรที่ไม่มีที่ทำกินได้เข้าอยู่เป็นการถาวร เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายป่า
ส่วนพื้นที่ดอย พื้นที่เนินสูง หรือภูเขา รวมทั้งพื้นที่ที่ดินมีคุณภาพไม่ดี
และเสียสภาพป่าไปแล้วให้ปลูกป่าทดแทน นอกจากนี้ ให้จัดระเบียบชุมชน พัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ
ในลุ่มน้ำแม่อาว เพื่อช่วยให้ราษฎรมีน้ำใช้เพาะปลูก และอุปโภคบริโภคได้ตลอดปี
ตลอดจนจำแนกและวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน การปรับปรุงฟื้นฟูสภาพดิน แก้ไขปัญหาการชะล้างและการพังทลายของหน้าดิน
|
|
|
สภาพพื้นที่ของโครงการส่วนใหญ่จะเป็นสวนลำใย
จนกล่าวได้ว่า "ลำใยคือลำพูน ลำพูนคือลำไย"
|
การดำเนินโครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาท
ตลอดระยะเวลาของการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันสนองพระราชดำริ ตั้งแต่ปี 2536 จนถึงปัจจุบัน
โดยกำหนดกรอบแนวทางในการพัฒนาตามแผนแม่บทระยะที่ 1 (พ.ศ. 2536-2540) และระยะที่
2 (พ.ศ. 2541-2544) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาวให้อยู่ในสภาพที่อุดมสมบูรณ์
ควบคู่ไปกับการจัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย พัฒนาระบบสาธารณูปโภค ยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของราษฎร
รวมทั้งสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการจัดการลุ่มน้ำให้แก่ราษฎรในพื้นที่โครงการ
ประกอบด้วยแผนงานหลัก 6 แผนงาน และแผนงานรอง 1 แผนงาน คือ แผนงานทรัพยากรน้ำ
แผนงานทรัพยากรป่าไม้ แผนงานทรัพยากรดิน แผนงานพัฒนาเส้นทางคมนาคม แผนงานพัฒนาอาชีพในและนอกการเกษตร
แผนงานพัฒนาสังคม และแผนงานด้านการบริหารโครงการ
โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดลำพูน ห่างจากอำเภอเมือง 20.5
กิโลเมตร และห่างจากที่ว่าการอำเภอป่าซาง 7.1 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ
127,058 ไร่ เป็นเนื้อที่อยู่ในเขตอำเภอป่าซาง 122,058 ไร่ และอยู่ในเขตอำเภอบ้านโฮ่ง
5,000 ไร่ มีราษฎรอาศัยและทำมาหากินในเขตพื้นที่โครงการ ทั้งหมด 5,652
ครัวเรือน 20,046 คน
การดำเนินโครงการที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา
ดังนี้
ทรัพยากรน้ำ
พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและเพื่อการอุปโภคบริโภค ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ
ปรับปรุงแหล่งน้ำโดยการขุดลอกหนองน้ำ คู คลองธรรมชาติ สร้างฝาย จัดทำระบบท่อผันน้ำจากฝายไปสู่อ่างเก็บน้ำเพื่อเป็นการสนับสนุนแหล่งน้ำต้นทุน
ขุดสระทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก รวมทั้งได้จัดหาแหล่งน้ำใต้ดิน โดยการเจาะน้ำบาดาล
และจัดทำประปาหมู่บ้าน
ทรัพยากรป่าไม้
ป้องกันรักษาป่า ประชาสัมพันธ์เพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้ พัฒนาแหล่งนันทนาการทางธรรมชาติให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว
สนับสนุนกิจกรรมการปลูกป่า เพาะชำกล้าไม้ พัฒนาระบบเกษตร และป่าไม้ เป็นต้น
ทรัพยากรที่ดิน
ปฏิรูปที่ดิน สำรวจรังวัด และจัดสรรที่ดินให้ราษฎรเข้าทำประโยชน์ พร้อมทั้งมีการติดตามการทำประโยชน์ที่ดินของเกษตรกร
ในส่วนงานพัฒนาที่ดิน ได้จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำพร้อมกับการปรับปรุงดินควบคู่กันไป
และยังจัดอบรมเกษตรกรเรื่องการพัฒนาที่ดินอีกด้วย
เส้นทางคมนาคมและสาธารณูปโภค
ก่อสร้างถนนลาดยาง ถนนลูกรัง เพื่อใช้ในการเดินทางและขนส่งผลผลิตออกสู่ตลาด
ก่อสร้างถนนคอนกรีตภายในหมู่บ้านและเข้าไปพื้นที่สวนเกษตร มีการขยายเขตไฟฟ้า
และติดตั้งหมายเลขโทรศัพท์ให้แก่หมู่บ้านในเขตพื้นที่โครงการ
พัฒนาอาชีพ
ส่งเสริมโครงการเคหกิจการเกษตร การปลูกขยายพันธุ์พืช จัดกิจกรรมประมงโรงเรียน
ประมงหมู่บ้าน เลี้ยงวัว เลี้ยงสัตว์ปีกทั้งในครัวเรือนและโรงเรียน จัดฝึกอบรมเกษตรกรในด้านต่างๆ
เช่น ความรู้เกี่ยวกับสหกรณ์ ตัดเย็บเสื้อผ้า จักสาน ศิลปะประดิษฐ์ ฝึกอบรมด้านการตลาด
เป็นต้น
การพัฒนาสังคม
สร้างที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน สนับสนุนอาหารเสริม (นม) อาหารกลางวันแก่เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
จัดอุปสมบทพระภิกษุและสามเณรภาคฤดูร้อน จัดบริการสาธารณสุขในสถานบริการ
สาธารณสุขมูลฐาน กิจกรรมพัฒนาเยาวชน เป็นต้น
การบริหารโครงการ
งานอำนวยการและบริหารโครงการ ติดตามประเมินผลความก้าวหน้าของโครงการ รวมทั้งจัดสัมมนาและทัศนศึกษาแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
และผู้นำหมู่บ้านในเขตพื้นที่โครงการ
ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา การดำเนินงานโครงการมีความครบถ้วนสมบูรณ์อย่างเห็นได้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม
อาทิ การพัฒนาทรัพยากรน้ำทั้งแหล่งน้ำผิวดินและใต้ดิน สภาพป่าไม้ดีขึ้น
พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ไม่มีไฟป่าในบริเวณพื้นที่โครงการ เพราะความร่วมมือของภาครัฐ
ภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนในพื้นที่โครงการที่ช่วยกันป้องกัน รักษา และอนุรักษ์สภาพป่าไม้
ผลของการพัฒนาทรัพยากรน้ำและป่าไม้ ส่งผลให้ดินได้รับการฟื้นฟูตามมา ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ในทรัพยากรทุกๆ
ด้านเกิดตามขึ้นมาอย่างเป็นวงจรและส่งเสริมกันอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็น ถนน ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ การพัฒนาอาชีพทั้งในและนอกภาคเกษตร
รวมทั้งการพัฒนาสังคม
|
|
|
สภาพถนนคอนกรีตภายในหมู่บ้านและเริ่มมีถึงพื้นที่สวนลำไย
|
ผลแห่งความสำเร็จของการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาว
การประเมินผลโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
เพื่อให้ทราบถึงความครบถ้วนและสอดคล้องของกิจกรรมในการดำเนินงานสนองพระราชดำริ
ตลอดจนความก้าวหน้า ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการดำเนินงาน เพื่อนำผลที่ได้มาเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข
อันจะทำให้เกิดประโยชน์ในการวางแผนการดำเนินงานต่อไป
ชาวสวนผู้ยิ่งใหญ่
เกษตรกรที่นี่มีอาชีพหลักในการทำสวนลำไยมากที่สุด เพราะสามารถสร้างรายได้หลักที่สำคัญและให้ความมั่นคงแก่ครอบครัว
มีอาชีพรองด้วยการรับจ้างแรงงานทั่วไป ได้แก่ งานจักสาน รับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป
พื้นที่ถือครอง
เกษตรกรมีพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินเป็นของตนเอง โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ
5.9 ไร่ ต่อครัวเรือน แต่ไม่เกิน 5 ไร่ ซึ่งในปัจจุบันได้จัดสรรพื้นที่ทำกินถาวรตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดิน
และสามารถมอบหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01)
ให้ราษฎรไปแล้ว 791 ราย 948 ฉบับ เนื้อที่ประมาณ 7,065 ไร่
ป่าฟื้นคืนความอุดม
สภาพของป่าไม้ เป็นพื้นที่ป่าสงวน 80,000 ไร่ แบ่งเป็นเขตป่าสมบูรณ์ 40,000
ไร่ และเป็นเขตป่าเสื่อมโทรม 40,000 ไร่ ได้จัดแบ่งเขตพื้นที่ป่าไม้ชัดเจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
59,060 ไร่ ปัจจุบันนี้ การบุกรุกพื้นที่ป่าลดลง เนื่องจากมีการควบคุม
ดูแล และป้องกันอย่างจริงจัง การเกิดไฟป่ามีน้อยมากทำให้สภาพป่าฟื้นตัวดีขึ้น
ราษฎรมีความรู้ความเข้าใจในประโยชน์ของการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้เป็นอย่างดี
เข้ามาเป็นอาสาสมัครช่วยกันป้องกันดูแล รวมทั้งมีส่วนร่วมในการปลูกป่าในโอกาสพิเศษต่างๆ
หรือเข้ามาร่วมในกิจกรรมปลูกป่าแบบประชาอาสาเพิ่มมากขึ้น
น้ำท่าสมบูรณ์ จากการพัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่เดิม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งน้ำใต้ดิน ทำให้ราษฎรมีน้ำกิน น้ำใช้อย่างพอเพียงและครอบคลุมในบริเวณพื้นที่โครงการ
สำหรับอ่างเก็บน้ำ 7 แห่ง ที่สร้างกระจายอยู่ทั่วบริเวณพื้นที่โครงการนั้น
สามารถเก็บกักน้ำได้ 5,740,000 ลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่รับประโยชน์ 9,000
ไร่ ราษฎร 945 ครัวเรือน ส่งน้ำให้แก่ราษฎรโดยการใช้วิธีการปล่อยลงลำเหมืองธรรมชาติ
อย่างไรก็ดี ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม
ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำจะมีเหลือน้อยมาก เพราะปริมาณน้ำในพื้นที่โครงการยังมีไม่มากพอที่จะใช้ประโยชน์
หรือพัฒนาให้เป็นแหล่งน้ำที่มีประสิทธิภาพได้ ประกอบกับปริมาณน้ำฝนในพื้นที่มีแนวโน้มลดลงทุกปี
เป็นเหตุให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้ มีน้ำไม่เพียงพอที่จะส่งให้แก่พื้นที่การเกษตร
ในอดีตครั้งเมื่อยังไม่มีโครงการ การพัฒนาแหล่งน้ำใต้ดิน
โดยการขุดเจาะบ่อบาดาลต้องขุดเจาะหาน้ำที่ความลึกเกินกว่า 100 เมตร และในบางพื้นที่ไม่สามารถนำน้ำขึ้นมาใช้ได้
แต่ปัจจุบันปริมาณน้ำใต้ดินเพิ่มขึ้น ทำให้การขุดเจาะบ่อบาดาลสะดวกขึ้น
เพียงขุดเจาะที่ระดับความลึก 50-70 เมตร ก็สามารถนำน้ำขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้
ในขณะนี้เกษตรกรมีบ่อบาดาลในสวนลำไยเป็นของตนเองแทบทุกครัวเรือน
อาชีพก้าวหน้า
อาชีพหลักของเกษตรกรที่นี่ คือการทำสวนลำไย จึงมีรายได้จากการขายผลลำไยเฉลี่ย
85,249 บาท/ครัวเรือน/ปี ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่โครงการ
ทำให้มีแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการเพาะปลูกเพิ่มมากขึ้น เกษตรกรมีความสะดวกในการนำน้ำขึ้นมาใช้ในการปลูกพืช
ส่งผลให้ลำไยมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น และจากการที่มีแหล่งน้ำสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอนี่เอง
ทำให้เกษตรกรมีการพัฒนาแนวทางการทำสวนลำไย จนเรียกกันว่า "เกษตรกรก้าวหน้า"
เพราะสามารถบังคับให้ต้นลำไยออกผลผลิตนอกฤดูกาลได้ ซึ่งลำไยที่ได้นี้จะมีราคาสูง
เพราะไม่มีการแข่งขันกันมากนักในกลุ่มเกษตรกรรายย่อย นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการเพาะกิ่งพันธุ์ลำไยขาย
ซึ่งเป็นอาชีพใหม่ที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้เสริมที่น่าสนใจอีกอาชีพหนึ่ง
บทส่งท้าย
8 ปีของการดำเนินงานที่ผ่านมา สภาพพื้นที่ที่มีแต่ความแห้งแล้ง
พลันพลิกกลับมาสู่ความชุ่มชื้น ผืนดินคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง
ป่าไม้ฟื้นตัว ปริมาณน้ำใต้ดินสูงขึ้น ราษฎรในโครงการและพื้นที่ใกล้เคียง
ตลอดจนหน่วยงานราชการร่วมกันสนองพระราชดำริด้วยความเต็มใจและไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก
พื้นที่โครงการได้รับการพัฒนา มีระบบสาธารณูปโภคที่พร้อมทุกด้าน ราษฎรได้รับประโยชน์สภาพชีวิตความเป็นอยู่
สภาพสังคมโดยรวมของราษฎรดีขึ้น จนถึงขั้นสามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งนี้ก็ด้วย
"พระเมตตา ประดุจหยาดน้ำทิพย์ ที่พระราชทานชีวิตใหม่ที่ยั่งยืนแก่ราษฎรผู้อยู่ใต้ร่มพระบารมี"