". . . การพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานที่มั่นคงพร้อมพอสมควร และปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญ และฐานะทางเศรษฐกิจ ขั้นที่สูงโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญจากเศรษฐกิจ ให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศ และของประชาชนด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่างๆ ขึ้นซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด ดังเห็นได้จากที่อารยประเทศหลายประเทศกำลังประสบปัญหา ทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงอยู่ในเวลานี้. . ."
           พระราชดำรัสที่ได้อัญเชิญมาไว้ ณ ที่นี้ ได้พระราชทานตั้งแต่ 18 กรกฎาคม 2517 นั้น แม้จะเป็นปี 2542 แล้วก็ยังเป็นปรัชญาในการพัฒนาประเทศที่ทันสมัย และใช้ได้ดีในเหตุการณ์ปัจจุบัน ขณะเดียวกันโครงการต่างๆ ที่ได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการ ตั้งแต่ปี 2495 เป็นต้นมา จะมีลักษณะสอดคล้อง กับพระราชดำรัส ทำให้มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประเภทต่างๆ ในปัจจุบันประมาณสามพันโครงการแล้วซึ่งโครงการนั้นๆ หากเจ้าหน้าที่ดำเนินการได้ถูกต้องตามพระราชดำริแล้วผลประโยชน์ จะเกิดขึ้นกับพสกนิกรของพระองค์ทุกหมู่ทุกเหล่า โดยเฉพาะเกษตรกรตามชนบท "ทฤษฎีใหม่" เป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาทางการเกษตร สำหรับเกษตรกรที่ยากจน มีที่ดินทำกินน้อย และหลักการที่สำคัญคือเป็นระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง ที่เกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองได้
           หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริ ให้นำทฤษฎีใหม่ไปทดลองทำที่บ้านแดนสามัคคี หมู่ที่ 13 ตำบลคุ้มเก่า จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งได้มีการดำเนินงานโครงการ โดยใช้ชื่อว่า "โครงการพัฒนาพื้นที่เกษตรน้ำฝนบ้านแดนสามัคคี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ" เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการ ได้พระราชทานพระราชดำริให้ขยายผลไปสู่เกษตรกรบริเวณ ใกล้เคียงภายใต้ชื่อ "โครงการขุดสระเก็บกักน้ำตามทฤษฎีใหม่" หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้สนองพระราชดำริ และช่วยเหลือเกษตรกรตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา โดยการขุดสระใช้พื้นที่ 1 ไร่ ขนาดความจุ 5,000-8,000 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้เกษตรกรจะต้องสมทบเงินเป็นค่าใช้จ่ายสระละ 5,000 บาท ต่อมามีงบประมาณเข้ามาช่วยเหลือ จึงลดลงเหลือ 4,100 บาท
ผลของความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
           นับจากเริ่มขุดสระแรกในปี 2537 จนกระทั่งถึงวันที่ สำนักงาน กปร. เข้าไปรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกรเพื่อทำการประเมินผล เมื่อเดือนสิงหาคม 2541 ปรากฏว่าได้มีการขุดสระให้กับเกษตรกรที่มีความสนใจที่ตำบลคุ้มเก่า ตำบลกุดสิมคุ้มใหม่ ตำบลหนองผือ ตำบลกุดปลาค้าว และตำบลสระพังทอง อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ รวมทั้งสิ้น 233 สระ เมื่อขุดสระแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจกจ่ายพันธุ์ปลา สัตว์ และพืช พร้อมกับให้การอบรมความรู้ต่างๆ แก่เกษตรกรเหล่านั้นเพื่อให้สามารถนำไปดำเนินการตามทฤษฎีใหม่ได้ และในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2539 จึงได้ดำเนินการจดทะเบียน จัดตั้งเป็น"สหกรณ์การเกษตรเขาวง"
ผลแห่งการดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาท
           ประชาชนอำเภอเขาวงเดิมเป็นชาวผู้ไทย (ภูไท) อพยพจากเมืองวังฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงแถบเมืองรุกขนคร ประเทศลาวมากว่า 100 ปีแล้ว สำหรับเกษตรกรที่ร่วม โครงการนี้มีการตั้งชุมชนแบบหนาแน่น บ้านเรือนอยู่เป็นกลุ่ม แยกจากที่ทำกิน มีอาชีพหลักทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ผู้ที่มี อาชีพหลักเป็นอย่างอื่นก็จะมีการเกษตรเป็นอาชีพรอง บางครัวเรือนมีที่ทำกินมากกว่าสองแปลง เมื่อเฉลี่ยแล้วแต่ละครัวเรือนมีที่ดิน 27.8 ไร่ แต่ส่วนใหญ่มีไม่ เกิน 20 ไร่ เมื่อขุดสระขนาด 1 ไร่แล้ว น้ำจากสระจะใช้ ประโยชน์ได้มากหรือน้อย อย่างไร ขึ้นอยู่กับชนิดพืชที่ปลูก ความรู้ความเข้าใจของเกษตรกรเกี่ยวกับการใช้น้ำและดินให้ ได้ประโยชน์คุ้มค่า เกษตรกรแต่ละคนจึงใช้พื้นที่ในการเพาะ ปลูกรอบสระไม่เท่ากัน อย่างไรก็ดีเกษตรกรในโครงการได้ใช้ "ทฤษฎีใหม่" เป็นแนวทางในการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับ สภาพพื้นที่ของตนเอง จากการสัมภาษณ์เกษตรกร 109 ครัวเรือนโดยวิธีการสุ่มด้วย วิธีการทางสถิติจากเกษตรกร 233 ครัวเรือน ได้ข้อสรุปดังนี้
การทำนา
           ทุกครัวเรือนได้มีการทำนา ซึ่งก่อนนี้หากฝนทิ้งช่วงจะเกิด ปัญหาในการเพาะกล้าหรือทำให้เมล็ดข้าวลีบ ข้าวไม่พอกิน แต่เมื่อมีสระน้ำทำให้มีน้ำใช้ในการเพาะกล้าและสามารถสูบ น้ำไปใช้ในนาเมื่อมีความจำเป็น จึงช่วยให้ข้าวมีผลผลิต สมบูรณ์ตามฤดูกาล เกษตรกรเกือบทั้งหมดมีข้าวบริโภคใน ครัวเรือนอย่างพอเพียง มีผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น คือ มีผลผลิตเฉลี่ย ไร่ละ 31.5 ถัง และมีจำนวนไม่น้อยที่มีผลผลิตต่อไร่มากกว่า 40 ถัง ซึ่งผู้ทำนามากกว่าครึ่งมีข้าวเหลือจากการบริโภค ในครัวเรือน ขายเป็นรายได้ มีเกษตรกรเพียงส่วนน้อยที่ผลิต ข้าวไม่พอกิน เพราะเพิ่งจะเข้ามาร่วมโครงการทฤษฎีใหม่ แต่มีความเชื่อมั่นว่าอีกไม่นานเมื่อสระเก็บน้ำได้ดีแล้วจะมีข้าว พอกินเหมือนครอบครัวอื่นๆ นอกจากนั้นเมื่อหมดฤดูเกี่ยว ข้าวแล้ว เกษตรกรประมาณหนึ่งในสี่ได้มีการปลูกพืชหลังนา ในพื้นที่บางส่วน ได้แก่พืชไร่ เช่น ข้าวโพดหวาน ยาสูบ และ บางส่วนก็ได้ปลูกผักชนิดต่างๆ เช่น ผักบุ้ง ผักชี บวบ แตงกวา ฟักทอง เป็นต้น เป็นรายได้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง
การปลูกพืชแบบผสมผสาน
           บริเวณรอบๆ ของสระเป็นพื้นที่ประมาณ 1-8 ไร่ เกษตรกรได้ปลูกพืชผสมผสานโดยเฉลี่ยแล้วแต่ละครัวเรือน จะปลูกประมาณ 2.4 ไร่ เป็นพืชที่ปลูกได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริและ เกษตรอำเภอเขาวง บางส่วนเกษตรกรเองก็หามา สมทบด้วย จึงมีพืชที่ปลูกหลากหลาย คือ กล้วย มะม่วง ขนุน มะขาม น้อยหน่า ละมุด มะนาว ฝรั่ง มะพร้าว มะละกอ ลำไย หวาย ไผ่ ฯลฯ แต่ละแปลงได้ปลูกไม้เหล่านี้ไปแล้วประมาณ 300 ต้น นอกจากนั้นยังมีพืชไร่ เช่น ข้าวโพด พืชผัก เช่น ผักกาด บวบ ถั่วฝักยาว มะเขือ พริกขี้หนู พริกหยวก ฟักทอง ตลอดจนข่า ตะไคร้ โหระพา ฯลฯ ปลูกคละกันไป ที่ดินแปลงใดที่มีการขุดสระมาตั้งแต่ปี 2537-2538 จะมีทั้ง พืชยืนต้นและพืชผักมาก บางครัวเรือนจะปลูกเต็มพื้นที่หมดแล้ว ไม้ผลก็เริ่มจะให้ผลผลิต สำหรับพืชผักสวนครัวนั้น นอกจากจะใช้บริโภคในครอบครัวแล้ว จะเหลือขายในชุมชนทำให้ครอบครัวมีรายได้ อีกทางหนึ่งด้วย บางครัวเรือนที่ขุดสระมานานแล้ว จะมีรายได้จากการขายพืชผักต่างๆ เกือบทุกวัน คือ ประมาณ 100-300 บาท ถือเป็นรายได้หลักของครอบครัว
           เป็นที่น่ายินดีว่าการเพาะปลูกของเกษตรกรส่วนใหญ่ จะใช้ปุ๋ยธรรมชาติคือ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยพืชสด แต่ก็มีบ้างที่ใช้ปุ๋ยเคมีเสริมด้วย ที่ใช้ปุ๋ยธรรมชาติอย่างเดียวหรือปุ๋ยเคมีอย่างเดียวมีน้อย ขณะเดียวกันการกำจัดศัตรูพืชก็จะใช้วิธีชีวภาพ หรือวิธีกล จึงเป็นแนวทางที่ชี้ให้เห็นว่าเกษตรกรเริ่ม ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และใช้วิธีการเพาะปลูก ที่นำไปสู่การเกษตรแบบยั่งยืนซึ่งเป็นแนวทางที่สำคัญ ของ "ทฤษฎีใหม่"
การเลี้ยงสัตว์
           น้ำในสระที่ขุดนั้นนอกจากใช้เพื่อการเพาะปลูกแล้ว ยังใช้ในการเลี้ยงสัตว์ด้วย สัตว์ที่เลี้ยงเป็นสัตว์ที่คู่มา กับชาวชนบทไทย เช่น ไก่พื้นบ้านที่ได้ขาดหายไปก็มี การส่งเสริมให้เลี้ยงกันเกือบทุกบ้าน บ้านละ 10-20 ตัว เป็นการเลี้ยงตามธรรมชาติสำหรับบริโภคในครัวเรือน ส่วนเป็ดมีเลี้ยงบ้างเพียงไม่กี่ครัวเรือน สุกรนั้นมีเลี้ยง บางครัวเรือนๆ ละ 1-2 ตัว โค กระบือก็เช่นกัน จะเป็นพันธุ์พื้นเมืองที่เลี้ยงไว้ตามธรรมชาติเพื่อใช้งาน และนำปุ๋ยมาใช้ในการเพาะปลูก นอกจากนั้นในสระ เมื่อเก็บกักน้ำได้แล้ว หน่วยประมงก็จะมาปล่อยปลา ให้ ซึ่งประกอบด้วย ปลาตะเพียน ปลานิล ปลาไน ปลานวลจันทร์ ปลายี่สก และปลาอื่นๆ ขณะนี้แต่ละสระส่วนใหญ่จะมีปลาไม่เกิน 5,000 ตัว ผลที่ได้จากการเลี้ยงสัตว์ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ คือได้บริโภคในครัวเรือนนอกจากจะเพิ่มโปรตีนให้ กับครอบครัวเกษตรกรได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังเป็นการลดรายจ่ายอีกด้วย ขณะนี้มีหลายครัวเรือนที่ มีสัตว์เลี้ยงเหล่านี้เหลือบริโภคในครัวเรือนแล้วนำไป ขายเป็นรายได้ ซึ่งในอนาคตจะมีมากขึ้นตามลำดับ อย่างแน่นอน
รายได้และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
           จากการที่ได้มีการทำนา ปลูกพืชผสมผสานซึ่งมีทั้งพืช ผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น เลี้ยงเป็ด ไก่ โค กระบือ และมีปลา ในสระ ปัจจุบันครัวเรือนเหล่านี้มีอาหารบริโภคใน ครัวเรือนได้ครบถ้วนตามหมวดหมู่ เพราะมีไก่ ไข่ ปลา ถั่วต่างๆ เป็นโปรตีน มีข้าว เผือก มัน ให้คาร์โบไฮเดรต และสัตว์กับพืชที่บริโภคให้ไขมัน พืชผักต่างๆ ก็จะให้วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่จะช่วย เสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง ผลไม้ในแปลงที่มีอยู่ หลายชนิดก็จะให้วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ เช่นกัน นอกจากนั้นยังมีเหลือขายเป็นรายได้ของครอบครัว เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูกแล้วจะมีรายได้สุทธิ จากการดำเนินงานตามโครงการสระเก็บกักน้ำตาม ทฤษฎีใหม่ปีการเพาะปลูก 2539/2540 ครัวเรือนละ 7,995 บาท แต่ถ้าเป็นผู้ที่ขุดสระน้ำมาตั้งแต่ปี 2537 จะมีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 17,533 บาท หรือผู้ที่ขุด สระปี 2538 มีรายได้เฉลี่ย 10,750 บาท หากเป็นครัว เรือนที่ขยันสามารถใช้พื้นที่ให้มีประสิทธิภาพสูงเป็น เกษตรกรก้าวหน้าหรือเกษตรกรดีเด่นในโครงการจะมี รายได้สุทธิจากแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ในปีที่ผ่านมา ถึง 90,000 บาท นอกจากรายได้ดังกล่าวแล้ว เกษตรกรเหล่านี้ยังมีรายได้จากทางอื่นอีกด้วย เช่น การรับจ้าง การทำงานหัตถกรรมในครอบครัว โดยเฉพาะการทอผ้า ค้าขายเล็กๆน้อยๆทำให้ ครอบครัวมีรายได้สุทธิรวมทั้งสิ้นเฉลี่ยครัวเรือนละ 25,700 บาท ผู้ที่ขุดสระปี 2537 มีรายได้สุทธิ รวมทั้งสิ้นเฉลี่ยครัวเรือนละ 34,561 บาท และเกษตร กรดีเด่นมีรายได้ 93,580 บาท นับเป็นความสำเร็จใน การดำเนินงานที่เห็นผลอย่างชัดเจนในเวลาเพียง 3-4 ปี เพราะความจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต คือที่อยู่อาศัยและอาหารนั้น ราษฎรเหล่านี้มีครบถ้วน ทั้ง 5 หมู่ที่ปลอดภัยจากสารพิษ และถูกต้อง ตามสุขอนามัย สามารถลดค่าใช้จ่ายและค่าอาหาร ทำให้มีรายได้สำหรับใช้จ่ายในด้านอื่นๆ มากขึ้น ได้ใช้แรงงานในครอบครัวตลอดฤดูกาล การที่ต้องอพยพไปทำงานรับจ้างในเมืองใหญ่ในหน้า แล้งเมื่อหมดฤดูการทำนาได้ลดลงอย่างชัดเจน เกษตรกรในพื้นที่ได้กล่าวว่า "ก่อนที่จะเข้าร่วม โครงการนั้น เมื่อถึงหน้าแล้งจะมีความกลุ้มใจว่าจะไป หางานที่ไหนทำ จะทำอะไร จะมีอะไรกิน แต่ปัจจุบันก็กลุ้มเหมือนกัน ว่าจะมีเวลาไปงานบวช งานแต่งบ้างไหม เพราะเดี๋ยวจะเก็บผักไม่ทัน อาหารการกินก็ไม่ต้องห่วงแล้วทุกอย่างมีอยู่ในบ้าน"
ความสุขความภูมิใจของประชาชน
           ความสุขเหนือสิ่งใดของประชาชนคือความสุขใน ครอบครัว การประเมินผลครั้งนี้พบได้อย่างชัดเจนว่า เกษตรกรส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้ที่ได้ร่วมโครงการมา เป็นเวลานานพอสมควรจะตอบว่า มีความภาคภูมิใจที่ สุดที่ได้มีโอกาสร่วมโครงการ ครอบครัวมีความสุข เพราะมีอาหารกินตลอดปี มีงานทำตลอดปี หน้าแล้งก็มีงานทำอยู่กับครอบครัวไม่ต้องไปหางานทำ ได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้า มีสุขภาพที่แข็งแรงเพราะได้ ออกกำลังในการทำงานที่มีสารพิษน้อย มีรายได้ทำให้หนี้สินหมด มีเงินต่อเติมบ้าน ลดค่าใช้จ่ายประจำวัน มีน้ำใช้เกือบตลอดปี แม้จะมีช่วงแล้งบ้างแต่เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนเข้าร่วม โครงการเห็นได้ชัดเจนว่าดีกว่าเดิมมาก
           การขุดสระเก็บกักน้ำตามทฤษฎีใหม่ที่อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ เกษตรกรมีการดำเนินชีวิต แบบพอเพียง เพราะมีการผลิตที่มีการใช้เทคโนโลยี ที่เหมาะสม คือทำการเกษตรแบบผสมผสาน มีการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่าและยั่งยืน คือใช้ที่ดิน ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการปลูกพืชหลากหลายเต็มพื้นที่ ทำให้เกิดความสมดุลตามธรรมชาติ ใช้ปุ๋ยธรรมชาติ ใช้สารเคมีน้อยเท่าที่จำเป็น มีความพอดีทางเศรษฐกิจ คือมีอาหารบริโภคในครอบครัวอย่างพอเพียง ลดรายจ่ายที่เคยใช้ในการซื้ออาหารบริโภค และสำคัญที่สุด คือมีครอบครัวที่มีความสุข มีจิตใจที่ดี มีความเอื้อเฟื้อต่อสังคม และมีจิตใจที่จะมีส่วนช่วย สังคมตลอดไป ผลจากความสำเร็จเหล่านี้เองทำให้ การย้ายถิ่นของเกษตรกรไปทำงานในเมืองใหญ่ช่วง หน้าแล้งลดลงอย่างชัดเจน และสมาชิกในครอบครัวที่ ย้ายไปอยู่ที่อื่นอย่างถาวรได้เริ่มกลับมายังอำเภอเขาวง บ้างแล้ว เพื่อร่วมโครงการทฤษฎีใหม่ และครัวเรือนที่ เพิ่งจะเริ่มโครงการเมื่อเห็นความสำเร็จของผู้อื่น ก็มีความตั้งใจว่าจะต้องทำให้ที่ดินของตน เกิดความเขียวชอุ่มอย่างผู้ที่ประสบ ความสำเร็จแล้วด้วย
           อย่างไรก็ตามการขุดสระเก็บกักน้ำตามทฤษฎีใหม่ก็ยัง มีปัญหาที่ควรจะแก้ไขอยู่บ้างนั่นคือน้ำในสระยังมี ปริมาณน้ำน้อยโดยเฉพาะฤดูแล้ง ขอบสระบางสระถูก กัดเซาะพังทลายทำให้ดินลงไปในสระเป็นผลทำให้ สระน้ำตื้นเขิน ดินที่ไม่เหมาะกับการเพาะปลูกสำหรับ บางแปลง และยังมีศัตรูพืชมาก ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็น ปัญหาที่แก้ไขได้ และจะได้รับการแก้ไขต่อไปเพราะ ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและเกษตรกรเองมีความตั้งใจ ที่จะปรับปรุงแก้ไขให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ ยิ่งๆขึ้น เพื่อบรรลุถึงพระบรมราชปณิธานของพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งตลอดเวลาทรงคิดค้นวิธี การเพื่อให้พสกนิกรชาวไทยอยู่อย่างมีความสุข พอมี พอกิน พอใช้ ในขั้นต้น และทำให้ประเทศชาติมีความ มั่นคงและรุ่งเรืองตลอดไป
 
HOME
BACK
English Language
 
mailto:special@mail.rdpb.go.th