"พรุเราต้องเก็บไว้. . . เพราะมีความสำคัญ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม. . ."
(พระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินไปทอด พระเนตรโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำบางนราอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทางชลมารคตามลำน้ำบางนรา จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2535)

พรุโต๊ะแดง : ป่าพรุผืนสุดท้ายของไทย
           พรุ เป็นภาษาสามัญที่ชาวบ้านทางภาคใต้ใช้เรียกพื้นที่ ที่มีลักษณะเป็นที่ลุ่มชื้นแฉะหรือน้ำแช่ขัง มีซากผุพัง ของพืชทับถม ซึ่งเวลาเหยียบย่ำจะยุบตัว และให้ความรู้สึกหยุ่นๆ
           ป่าพรุเป็นแหล่งควบคุมความสมดุลย์ตามธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ป่าพรุในประเทศไทยมีอยู่ด้วยกันหลายแห่ง พบกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในหลายจังหวัด บางแห่งก็เป็นพรุเล็กๆมีเนื้อที่เพียงเล็กน้อย ส่วนบางแห่งนั้นเป็นพรุที่มีขนาดใหญ่มีเนื้อที่นับแสน ไร่ สภาพและลักษณะของพรุแต่ละแห่งจะแตกต่างกัน ไปทั้งความหนาและสภาพการสลายตัวของพืชพันธุ์
           พรุโต๊ะแดงเป็นหนึ่งในจำนวนพื้นที่พรุที่มีอยู่ใน ประเทศไทย มีเนื้อที่รวมกันทั้งสิ้นประมาณ 187,040 ไร่หรือร้อยละ 71.4 ของพื้นที่พรุที่มีอยู่ทั้งหมดใน จังหวัดนราธิวาส โดยมีอาณาบริเวณอยู่ในพื้นที่บางส่วน ของอำเภอตากใบ อำเภอสุไหงปาดี อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอเจาะไอร้อง และอำเภอเมือง ในจำนวนพื้นที่ทั้ง หมดนี้ มีพื้นที่ที่กรมป่าไม้ได้ประกาศให้เป็นเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯสยามบรมราชกุมารี เมื่อปีพ.ศ. 2534 อยู่ประมาณ 125,000 ไร่ หรือร้อยละ 66.8 ของพื้นที่พรุโต๊ะแดงทั้ง หมด และนอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ "ศูนย์วิจัยและ ศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร" ซึ่งตั้งขึ้นเนื่องใน วโรกาสเฉลิมพระชนมายุครบ 3 รอบของสมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
           ปัจจุบันป่าพรุโต๊ะแดง เป็นป่าพรุที่จัดว่ามีความอุดม สมบูรณ์มากที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในประเทศไทย ข้อมูลจากการสำรวจและศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพรุโต๊ะแดง ของกรมป่าไม้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ป่าพรุโต๊ะแดง เป็นศูนย์รวมพันธุกรรมทางธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มี ความหลากหลายและทรงคุณค่า มีพันธุ์ไม้ไม่น้อยกว่า 470 ชนิด และในจำนวนนี้พบว่าเป็นพันธุ์พืชหายากที่ เป็นเฉพาะถิ่น (Endemic Species ) และใกล้สูญพันธุ์ นอกจากนี้ยังค้นพบสัตว์ป่าอาศัยอยู่ในพรุแห่งนี้กว่า 300 ชนิด เป็นสัตว์ที่ค้นพบเป็นครั้งแรก ในประเทศไทยหลายอย่าง เช่น ค้างคาวดายัค กระรอกบินแก้มแดง หนูสิงคโปร์ แมวป่าหัวแบน ฯลฯ และเนื่องจากพื้นที่พรุมีน้ำแช่ขังอยู่ตลอดทั้งปี การไหลเวียนของน้ำจึงเป็นไปอย่างช้าๆ การผุสลายโดยการหมักของซากอินทรีย์วัตถุที่เกิดขึ้น อย่างช้าๆนี้ ทำให้น้ำในพื้นที่พรุกลายเป็นแหล่งอาหาร อันอุดมสมบูรณ์ของตัวอ่อนของสัตว์น้ำชนิดต่างๆ วงจรและห่วงโซ่อาหารได้เกิดขึ้นและวนเวียนอยู่ อย่างต่อเนื่อง ป่าพรุโต๊ะแดงจึงเป็นทั้งแหล่ง ทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์และเปรียบเสมือนประตู นำไปสู่ความรู้อันเป็นรากฐานทางวิชาการแขนงต่างๆ ซึ่งจะยังประโยชน์ให้แก่มนุษย์ต่อไปในอนาคต
สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุโต๊ะแดง
           นับตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา ป่าพรุได้ถูกทำลายลง อย่างรวดเร็ว ทั้งจากน้ำมือมนุษย์ที่ไม่ตระหนักในคุณ ค่าของทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และจากไฟป่าที่เกิด จากการลุกไหม้ขึ้นเองตามธรรมชาติ ความสูญเสียเหล่านี้ได้ถูกตอกย้ำยิ่งขึ้น เมื่อคราวเหตุ การณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่กระจายไปตามจุดต่างๆทั่ว บริเวณพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง ระหว่างเดือนมีนาคม 2541 ต่อเนื่องมาจนถึงเดือนมิถุนายน 2541
           เป็นเวลากว่า 3 เดือนที่ไฟได้คุกรุ่นและลุกไหม้สลับกัน ไปตามจุดต่างๆ ส่งผลให้พื้นที่ป่าได้รับความเสียหาย เป็นบริเวณกว้างรวมทั้งสิ้น 14,837 ไร่ หรือประมาณ ร้อยละ 7.07 ของพื้นที่พรุโต๊ะแดงทั้งหมด ทำให้สภาพอากาศโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงปาดี อำเภอเมือง อำเภอตากใบและอำเภอเจาะไอร้อง มีหมอกควันปก คลุมหนาทึบเป็นเวลาติดต่อนานนับเดือน คุณภาพอากาศที่เลวร้ายส่งผลกระทบให้มีผู้ป่วยด้วย โรคระบบทางเดินหายใจกว่า 1,400 ราย
           จากการประมวลสถานการณ์การเกิดไฟไหม้พรุโต๊ะ แดงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้ให้เห็นว่า การเติบโต และการขยายตัวของชุมชนเมืองบริเวณรอบขอบพื้นที่ พรุ เป็นมูลเหตุสำคัญที่ส่งผลสืบเนื่องให้เกิดการบุกรุก เข้าครอบครองพื้นที่โดยกลุ่มนายทุนและราษฎรที่ ต้องการเข้าทำประโยชน์ อีกทั้งยังมีปัจจัยเอื้ออำนวยให้ เกิดสถานการณ์ดังกล่าวอีกหลายประการ นับตั้งแต่ ขอบเขตของพื้นที่พรุที่ยังไม่ชัดเจน สภาพอากาศที่แห้ง แล้งผิดปกติในปีที่ผ่านมา รวมถึงจุดอ่อนในการ บริหารจัดการทั้งในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา ไฟป่า
พระราชปณิธานในการแก้ไขสถานการณ์
           โดยที่พื้นพรุโต๊ะแดงซึ่งเป็นพื้นที่ที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พยายามรักษาพื้นป่านี้ไว้มิให้ถูกทำลาย และให้ทำการ ศึกษาค้นคว้า ทดลอง วิจัย เกี่ยวกับดินและน้ำในป่าพรุ เพื่อนำผลการศึกษาทดลองไปใช้ประโยชน์ในการ แก้ไขปัญหาเรื่องดิน ซึ่งเป็นมูลเหตุแห่งปัญหาทั้งปวง ที่ส่งผลให้พื้นที่เกษตรกรรมของจังหวัดนราธิวาส และพื้นที่อื่นๆ ที่มีลักษณะเดียวกันทำการเพาะปลูก ไม่ได้ผล
           ด้วยพระปรีชาญาณอันลึกล้ำในด้านการพัฒนา อาจกล่าวได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง ตระหนักถึงความสำคัญของป่าพรุที่หลงเหลืออยู่เป็น ผืนสุดท้ายของไทยนี้เป็นอย่างดีว่าเปรียบเสมือนเป็น แหล่งทรัพยากรต้นทุนขนาดใหญ่ ที่จะทำหน้าที่ผลิต วัตถุดิบหล่อเลี้ยงความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่จังหวัด นราธิวา
           จากพระราชปณิธานดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ น้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมและสำนึกในภารกิจอัน สำคัญอยู่ตลอดมา โดยได้ร่วมกันพยายามทุกวิถีทางที่ จะป้องกันการลุกลามของไฟป่าไม่ให้ขยายขอบเขต ออกไปมากยิ่งขึ้น แต่การปฏิบัติการดับไฟของหน่วย งานต่างๆในระยะเริ่มแรกยังมีความหลากหลาย แต่ละหน่วยต่างยึดมั่นแนวคิดในการทำงานของตน เป็นวิธีการที่ถูกต้องในการดับไฟ
           ในท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤตนี้พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยและติดตามข่าว คราวในการแก้ไขปัญหาการดับไฟอย่างใกล้ชิดมาโดย ตลอด โดยได้มีพระราชดำรัสเป็นแนวทางในการแก้ไข ปัญหาแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ทุกระยะ โดยเฉพาะกับสำนัก ฝนหลวงที่ปฏิบัติการดับไฟทางอากาศ และหลังจากได้ มีการแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจและจัดตั้งศูนย์เฉพาะ กิจดับไฟป่าพรุโต๊ะแดงขึ้น เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2541 ปรากฏว่าการปฏิบัติงานและการประสานการดับไฟป่า เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ก็เนื่องจากผู้ ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต่างก็ได้รับรู้ด้วยความ ปลาบปลื้มโดยทั่วกันว่า พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ปฏิบัติ งานด้วยความเหน็ดเหนื่อยแต่เพียงลำพังอีกต่อไป ด้วยยังมีพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวคอยเป็นแสงสว่างนำทางไปสู่การแก้ไข วิกฤตการณ์นั้น จนในที่สุดทุกอย่างก็ได้กลับคืนเข้าสู่ สภาวะปกติเมื่อไฟป่าได้ดับสนิทลงทุกจุด เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2541 ด้วยการรวมแรงรวมใจจากทุกฝ่าย
สืบสานพระราชปณิธานสู่ยุทธศาสตร์ห้าประการ
           ด้วยความห่วงใยในพสกนิกรและพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะรักษาผืนป่าอันทรง คุณค่านี้ไว้ คณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษา การพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีฯพณฯนาย จุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นประธาน จึงได้มีมติใน การประชุมเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2541 ให้จัดทำแผน เตรียมพร้อมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟไหม้พื้นที่ พรุโต๊ะแดงขึ้น เพื่อรับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย กรอบแนวทางการดำเนินงานและวางแผนป้องกันและ แก้ไขปัญหา ซึ่งต่อมาฯพณฯนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.)
           จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารการวางแผน เตรียมพร้อมเพื่อป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ไฟไหม้ พื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง โดยมี เลขาธิการ กปร. เป็นประธานกรรมการ
           คณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย กรอบแนวทางการดำเนินงาน อำนวยการกำกับดูแล การปฏิบัติภายใต้แนวคิดจากบทเรียนเมื่อครั้งวิกฤต การณ์ที่ผ่านมา ว่าการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟไหม้ พื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดงนี้ จะต้องเตรียมความพร้อมในการ ป้องกันปัญหาในด้านต่างๆเป็นลำดับแรกควบคู่ไปกับ การให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของการปฏิบัติงาน เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น และจากแนวคิดดังกล่าวนี้ ได้นำไปสู่ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน 5 ประการ คือ
           1) การเตรียมความพร้อมและเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ โดยการจัดทำZoning พื้นที่พรุและพื้นที่อนุรักษ์ให้ชัด เจน กำหนดมาตรการพัฒนาแต่ละพื้นที่ รวมถึงการจัด ระเบียบการปกครองเพื่อการจัดตั้งถิ่นฐาน การวางแผน จัดหาพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารการจัดการน้ำในพื้นที่ พรุและพื้นที่ขอบพรุ ศึกษารูปแบบวิธีการจัดทำร่องน้ำ ในพรุ การเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังการบุกรุก และการเกิดไฟไหม้พื้นที่พรุ ตลอดจนการศึกษาวิจัยที่ เป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหา
           2) การเตรียมความพร้อมและเพิ่มศักยภาพของคนกลุ่ม เป้าหมาย คือประชาชนในพื้นที่ ให้มีการจัดตั้งกลุ่ม ราษฎรอาสาสมัคร เพื่อให้มีบทบาทและส่วนร่วมใน การดูแลรักษาป่าพรุ การประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างจิต สำนึกในการหวงแหนและดูแลรักษาป่า กลุ่มคนเป้า หมายอีกกลุ่ม ก็คือ กำลังคนภาครัฐที่ปฏิบัติงาน โดยการฝึกซ้อมและฝึกอบรมการปฏิบัติให้แก่กำลังพล การสร้างความรู้ความเข้าใจในเชิงวิชาการรวมกันเกี่ยว กับป่าพรุ
           3) การเตรียมความพร้อมเฉพาะกิจประจำปี ก่อนถึงระยะเวลาที่คาดว่าจะเกิดไฟไหม้ โดยการรณ รงค์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนระมัดระวังการ เกิดไฟไหม้ การสำรวจตรวจการณ์อย่างต่อเนื่อง การวางแผนทำฝน เทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น การเตรียมความพร้อมด้าน กำลังพล เครื่องมือ เครื่องใช้ และการบริหารการจัด การน้ำ
           4) การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานแก้ไขและระงับ สถานการณ์ไฟไหม้ โดยการจัดทำแผนปฏิบัติการดับ ไฟร่วมกัน การซักซ้อมการปฏิบัติงาน การพัฒนาและ เพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้
           5) การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยการสร้าง ความร่วมมือในการดำเนินงานโดยมีจุดมุ่งหมายการ ดำเนินงานร่วมกัน การนำมาตรการทางกฎหมายมา บังคับใช้อย่างจริงจังกับราษฎรหรือกลุ่มบุคคลที่บุกรุก ทำลายป่า และการวางแผนพัฒนาพื้นที่พรุระยะยาวเพื่อ ความยั่งยืน
           ยุทธศาสตร์ทั้งห้าประการนี้ นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการ กปร. ในฐานะประธานคณะกรรมการ บริหารการวางแผนเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันและแก้ไข สถานการณ์ไฟไหม้พื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง ได้นำความ กราบบังคมทูลถวายรายงาน สมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทราบฝ่าละอองพระบาท เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพื้นที่ พรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส วันที่ 23 กันยายน 2541
           ภาพอนาคตของพรุโต๊ะแดงภายใต้กรอบแนวทางของ ยุทธศาสตร์ห้าประการนี้ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ หน่วยงานต่างๆจะได้ร่วมแรงร่วมใจกันสนองพระราช ปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อการ อนุรักษ์ป่าพรุผืนสุดท้ายแห่งนี้ไว้ให้เป็นทรัพยากรอัน ทรงคุณค่าของแผ่นดินสืบไป
 
HOME
BACK
English Language
 
mailto:special@mail.rdpb.go.th