ฉบับ เดือน เมษายน ๒๕๔๖       

เรียบเรียงโดย :: วิกรม คัยนันท์

การรอคอย

        ระยะเวลา 4 ปีเศษ ที่ทุกชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานบนเกาะแสมสารแห่งนี้ เฝ้าคอยวันที่จะได้กราบบังคมทูลผลการปฏิบัติงานและความก้าวหน้าของงานด้านการอนุรักษ์พันธุ์พืชของประเทศ แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชบริเวณเกาะแสมสารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ วันสำคัญวันนั้น กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ ทุกชีวิต ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้อง ต่างร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมพลังกันจัดเตรียมงาน เตรียมนิทรรศการ แผ่นป้ายอธิบาย เพื่อเตรียมกราบบังคมทูลรายงานอย่างขะมักเขม้น เหงื่อทุกหยดประสานกับเสียงหอบหายใจดัง แต่ทุกใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้ม ที่จะได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง และหากมีใครสังเกตก็จะเห็นปลาว่ายไล่โฉบขึ้นเหนือผิวน้ำคล้ายขึ้นมาทักทายร่วมยินดีพร้อมๆ ไปกับต้นไม้ใบหญ้าที่พริ้วไหวซ้ายขวา ทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวาสดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

        ย้อนหลังไปเมื่อ 3 กันยายน 2541 ณ สถานที่แห่งนี้ องค์ประธานโครงการได้พระราชทานพระราชดำริ ในการดำเนินโครงการโดยสรุปได้ คือ ให้ทำโครงการที่มีความหลากหลายของชีวภาพ ตั้งแต่บนยอดเขาลงไปสู่ชายทะเล รวบรวมพันธุ์พืชบริเวณรอบเกาะแสมสารเข้าไว้ในโครงการ รวมทั้งให้มีการศึกษาด้านการนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ จัดหาแหล่งน้ำให้พอเพียงแก่การใช้ ดึงชุมชนและเยาวชนเข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างจิตสำนึกด้วย และนี่คือ ที่มาของการเตรียมงานอย่างคึกคัก เต็มใจ ในวันนี้ วันที่ 27 กันยายน 2545 ณ เกาะแสมสาร

    เรือเร็วลาดตระเวนชายฝั่ง (Sea Fox) ของหน่วยสงครามพิเศษทางเรือดูงามสง่า น่าเกรงขาม ได้วิ่งระหว่างท่าเรืออ่าวลึก (บริเวณที่จอดเรือจักรีนฤเบศร์) และท่าเรือเกาะแสมสาร หลายเที่ยวแล้วในวันนี้ เพื่อรับส่งข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปยังเกาะแสมสาร สำหรับส่วนที่มีจำนวนมากเป็นร้อย ได้รับทราบว่า ได้ขึ้นเรือใหญ่ที่ทหารเรือใช้สำหรับยกพลขึ้นบกไปตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งรวมถึงทีมข่าวของสำนักข่าวต่างๆ ได้ล่วงหน้าไปด้วยแล้ว
     สำหรับคณะของเราเดินทางร่วมกับนายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่ อีกหลายสิบชีวิตมุ่งหน้าสู่เกาะแสมสาร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีเท่านั้น คณะก็ได้มายืนอยู่บนท่าเรือของเกาะแสมสารแล้ว ซึ่งที่นั้นปรากฏให้เห็นความวุ่นวาย แต่แฝงไว้ด้วยความมีระเบียบ มีให้เห็นเป็นจุดๆ ประปราย รอเวลาสงบเข้าที่อย่างมีขั้นตอน
ทรงพระสุหร่ายและเจิมแผ่นป้ายโลหะสัมฤทธิ์

 

ความเปลี่ยนแปลง

           เมื่อได้มายืนอย่างมั่นคงบนเกาะและได้ตระเวนดูรอบๆ เกาะแล้ว ก็ได้พบเห็นความก้าวหน้าของการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งเป็นการก่อสร้างอย่างมีระเบียบภายใต้ความเข้มงวดและระมัดระวังถึงผลที่จะเกิดกับสิ่งแวดล้อม เน้นให้กลมกลืนกับธรรมชาติ และไม่ทำลายธรรมชาติมาก ส่วนที่ได้ดำเนินการเสร็จไปแล้ว ได้แก่ ท่าเทียบเรือ ระบบน้ำจืด แหล่งน้ำสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ ระบบไฟฟ้า โรงอนุบาลไม้หายาก หรือใกล้สูญพันธุ์ จากข้อมูลที่ได้มายังพบว่า นอกจากบนเกาะแสมสารแล้ว ยังมีเกาะแรดที่อยู่ข้างๆ ได้ก่อสร้างแหล่งน้ำและโรงอนุบาลพันธุ์ไม้ใกล้สูญพันธุ์ เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการอนุรักษ์อย่างเข้มงวดจริงจังไว้อีกแห่งหนึ่งด้วย

 

การค้นพบ

จุดแรก ที่จะเสด็จพระราชดำเนินถึงเป็นลานเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ เรียกบริเวณนี้ว่า หาดลูกลม เมื่อ 4 ปีที่แล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จฯ และประทับแรมบริเวณชายหาดแห่งนี้ ซึ่งในคืนนั้นมีเต่ากระขึ้นวางไข่บนหาดนี้ด้วย และ ณ จุดนี้ นักเรียนนายเรือกว่า 100 นาย ยืนเข้าแถวเตรียมรอรับเสด็จ พร้อมนายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการและคณะปฏิบัติการวิทยาการอยู่อย่างมีความสุข เนื่องจากอากาศในขณะนั้นแม้จะเป็นเวลาเลยเที่ยงมาเล็กน้อย แต่อากาศก็มิได้ร้อนอย่างที่เคยเป็น กลับปรากฏมีกลุ่มเมฆลอยผ่านบังแสงอาทิตย์สลับไปมาอยู่เป็นช่วงๆ และมีสายลมอ่อนพริ้วโชยไปมา ทำให้สบายตัวอยู่บ้าง

จุดสอง จัดนิทรรศการบนทางเดินขึ้นและลงเขาประมาณ 30 จุด คณะของเรามาคอยรับเสด็จอยู่ ณ ที่แห่งนี้ เมื่อได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งบินใกล้เข้ามา หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้น เสียงวิทยุของนายทหารที่อยู่ใกล้ๆ รายงานให้รับทราบว่า ฮ. พระที่นั่งได้เดินทางมาถึงเกาะแล้ว ซึ่งใกล้เวลาที่จะได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จและกราบบังคมทูลรายงาน สำหรับจุด 2 นี้ เป็นเส้นทางเดินขึ้นเขาเพื่อสำรวจรายละเอียดของพันธุ์ไม้และสิ่งก่อสร้าง มีระยะทางกว่า 4,600 เมตร แต่ในการจัดครั้งนี้ตัดระยะทางเหลือ 1,200 เมตร ระหว่างทางมีการจัดแสดงนิทรรศการเป็นจุด แต่ละจุดมีขนาดแตกต่างตามขนาดของข้อมูล รวมทั้งสิ้น 30 กว่าจุด มีการแสดงรายละเอียดของการค้นพบใหม่ๆ บนเกาะ รวมถึงชนิดและพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตจากเกาะต่างๆ ในพื้นที่สัตหีบ จำนวน 21 เกาะ ในอ่าวไทย 5 เกาะ ในทะเลอันดามัน 2 เกาะ ซึ่งได้พบทรัพยากรชีวภาพและกายภาพที่หลากหลายและหายากหลายอย่าง โดยเฉพาะทรัพยากรพืช มีการรวบรวมพันธุกรรมพืชในรูปของเมล็ด กิ่ง ต้น ราก ได้ทั้งหมด 700 ชนิด อาทิเช่น ต้นกฤษณา จันทน์ พลอง ตะเคียนทอง ลำใยป่า จันทน์ผา เป็นต้น และนอกจากนี้ ยังพบซากฟอสซิล แร่แมงกานีส กิ้งก่าบิน และที่สำคัญ ได้ค้นพบหอยนกขมิ้นสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งยังไม่เคยพบที่ใดในโลก และนำมาจัดแสดงอยู่ในจุดเรียงรายตามทางเดินนี้ด้วย

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินผ่านยังจุดแสดงนิทรรศการทุกๆ จุด ทรงสอบถามข้อมูลทั่วไปและวิชาการ และ ณ ที่นี้เอง เราจะได้ยินพระสุรเสียงซักถามข้อมูลที่ทรงสงสัย และทรงพระสรวลมาเป็นระยะๆ เนื่องจากทรงเล่าเรื่องที่ทรงได้พบเห็นมาจากที่ต่างๆ ให้ข้าราชการและผู้ที่เฝ้าฯ อยู่โดยรอบได้รับฟังเรื่องที่เป็นเกร็ดขบขันแต่แฝงแนววิชาการ ยังความสดชื่นแก่ผู้ที่ได้ตามเสด็จ ซึ่งได้ทั้งความสุขและยังได้รับทราบข้อมูลทางวิชาการไปด้วย

 

   
ความหลากหลายทางชีวภาพ พบตั้งแต่ ปลวก เชื้อรา ต่อเนื่องลงไปจนถึงใต้ทะเล นิทรรศการธรรมชาติที่มีชีิวิตแสดงให้เห็นการเกิดของเห็ด

 

หัวใจของการอนุรักษ์

      นอกเหนือจากคณะปฏิบัติการวิทยาการ ซึ่งมีบุคลากรที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้ว ยังมีบุคลากรจากกองทัพเรือไทย กรมป่าไม้ กรมชลประทานเข้ามาร่วมมือสนับสนุนเป็นแรงผลักดันให้การอนุรักษ์ ซึ่งเน้นการปกป้องพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่น (Endemic Species) ของประเทศไทยไม่ให้ประเทศอื่นแอบอ้างสิทธิ์ได้ ประสบผลดีมาเป็นลำดับ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการดำเนินงานทุกๆ โครงการของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว น้ำก็นับเป็นความสำคัญหนึ่งของโครงการที่ขาดไม่ได้ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินมาถึงจุดที่สามารถเห็นอ่างเก็บน้ำแสมสาร ได้ทรงหยุดซักถามอย่างสนพระทัยอีกเช่นเคยถึงปริมาณความจุ ความสามารถในการส่งน้ำของแหล่งน้ำ ตลอดจนขั้นตอนต่างๆ ของการก่อสร้าง

         เมื่อผ่านความลำบากมาจนถึงจุดสูงสุดของเกาะแสมสารก็พบกับคำจารึก ที่ว่า "กองทัพเรือทำงานนี้เพื่อความมั่นคงของประเทศ" ประโยคนี้จารึกอยู่บนแผ่นโลหะสัมฤทธิ์ ตั้งไว้บนยอดเนินเขาที่สูงสุดของเกาะแสมสาร ทรงเจิมและทรงพระสุหร่ายแผ่นจารึกนี้ ซึ่งกองทัพเรือได้จัดสร้างขึ้นด้วยความตระหนักถึงนัยแห่งกระแสพระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานแก่พลเรือเอก ประเสริฐ บุญทรง ผู้บัญชาการทหารเรือ ในโอกาสที่เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานแนวทางการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กองทัพเรือ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 ว่า การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลที่อุดมด้วยความหลากหลายของทรัพยากร เป็นกิจที่สำคัญอันหนึ่งของกองทัพเรือ ในการปกป้องอธิปไตยและรักษาความมั่นคงของชาติทางทะเล

ความสำเร็จ

          ก่อนเสด็จฯ กลับในวันนั้น ได้เสด็จฯ ลง ณ ชายหาดลูกลม ทรงปล่อยเต่ากระ ที่หน่วยสงครามพิเศษทางเรือได้นำไข่ที่แม่เต่ากระวางไข่ เมื่อ 4 ปีที่แล้วมาเพาะฟักและเลี้ยงดูอย่างดี รอคอยการกลับลงสู่ทะเล จากนั้นได้เสด็จพระราชดำเนินขึ้นเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งกลับยังกรุงเทพมหานคร แม้เสียงเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งจะจางหายไปนานแล้ว แต่เข้าใจว่า ผู้ที่เข้าเฝ้า ฯ ส่งเสด็จอยู่ ณ ที่แห่งนั้นคงยังได้ยินพระสุรเสียงแว่วอยู่ในโสตประสาทของทุกคน ที่รับสั่งว่า ชื่นชมและชมเชยการปฏิบัติงานของคณะทำงานทุกหน่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทหารเรือ และที่สำคัญ คือ ทรงขอให้ทุกๆ หน่วยงานทำโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชที่เกาะนี้เกาะเดียวก็เพียงพอแล้ว