ระยะเวลา
4 ปีเศษ ที่ทุกชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานบนเกาะแสมสารแห่งนี้
เฝ้าคอยวันที่จะได้กราบบังคมทูลผลการปฏิบัติงานและความก้าวหน้าของงานด้านการอนุรักษ์พันธุ์พืชของประเทศ
แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชบริเวณเกาะแสมสารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
วันสำคัญวันนั้น กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ ทุกชีวิต ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้อง
ต่างร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมพลังกันจัดเตรียมงาน เตรียมนิทรรศการ
แผ่นป้ายอธิบาย เพื่อเตรียมกราบบังคมทูลรายงานอย่างขะมักเขม้น
เหงื่อทุกหยดประสานกับเสียงหอบหายใจดัง แต่ทุกใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้ม
ที่จะได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง และหากมีใครสังเกตก็จะเห็นปลาว่ายไล่โฉบขึ้นเหนือผิวน้ำคล้ายขึ้นมาทักทายร่วมยินดีพร้อมๆ
ไปกับต้นไม้ใบหญ้าที่พริ้วไหวซ้ายขวา ทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวาสดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ย้อนหลังไปเมื่อ
3 กันยายน 2541 ณ สถานที่แห่งนี้ องค์ประธานโครงการได้พระราชทานพระราชดำริ
ในการดำเนินโครงการโดยสรุปได้ คือ ให้ทำโครงการที่มีความหลากหลายของชีวภาพ
ตั้งแต่บนยอดเขาลงไปสู่ชายทะเล รวบรวมพันธุ์พืชบริเวณรอบเกาะแสมสารเข้าไว้ในโครงการ
รวมทั้งให้มีการศึกษาด้านการนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ จัดหาแหล่งน้ำให้พอเพียงแก่การใช้
ดึงชุมชนและเยาวชนเข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างจิตสำนึกด้วย
และนี่คือ ที่มาของการเตรียมงานอย่างคึกคัก เต็มใจ ในวันนี้
วันที่ 27 กันยายน 2545 ณ เกาะแสมสาร
จุดแรก ที่จะเสด็จพระราชดำเนินถึงเป็นลานเฮลิคอปเตอร์
ซึ่งหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ เรียกบริเวณนี้ว่า หาดลูกลม
เมื่อ 4 ปีที่แล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จฯ
และประทับแรมบริเวณชายหาดแห่งนี้ ซึ่งในคืนนั้นมีเต่ากระขึ้นวางไข่บนหาดนี้ด้วย
และ ณ จุดนี้ นักเรียนนายเรือกว่า 100 นาย ยืนเข้าแถวเตรียมรอรับเสด็จ
พร้อมนายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการและคณะปฏิบัติการวิทยาการอยู่อย่างมีความสุข
เนื่องจากอากาศในขณะนั้นแม้จะเป็นเวลาเลยเที่ยงมาเล็กน้อย
แต่อากาศก็มิได้ร้อนอย่างที่เคยเป็น กลับปรากฏมีกลุ่มเมฆลอยผ่านบังแสงอาทิตย์สลับไปมาอยู่เป็นช่วงๆ
และมีสายลมอ่อนพริ้วโชยไปมา ทำให้สบายตัวอยู่บ้าง
จุดสอง จัดนิทรรศการบนทางเดินขึ้นและลงเขาประมาณ
30 จุด คณะของเรามาคอยรับเสด็จอยู่ ณ ที่แห่งนี้ เมื่อได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งบินใกล้เข้ามา
หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้น เสียงวิทยุของนายทหารที่อยู่ใกล้ๆ
รายงานให้รับทราบว่า ฮ. พระที่นั่งได้เดินทางมาถึงเกาะแล้ว
ซึ่งใกล้เวลาที่จะได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จและกราบบังคมทูลรายงาน
สำหรับจุด 2 นี้ เป็นเส้นทางเดินขึ้นเขาเพื่อสำรวจรายละเอียดของพันธุ์ไม้และสิ่งก่อสร้าง
มีระยะทางกว่า 4,600 เมตร แต่ในการจัดครั้งนี้ตัดระยะทางเหลือ
1,200 เมตร ระหว่างทางมีการจัดแสดงนิทรรศการเป็นจุด แต่ละจุดมีขนาดแตกต่างตามขนาดของข้อมูล
รวมทั้งสิ้น 30 กว่าจุด มีการแสดงรายละเอียดของการค้นพบใหม่ๆ
บนเกาะ รวมถึงชนิดและพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตจากเกาะต่างๆ ในพื้นที่สัตหีบ
จำนวน 21 เกาะ ในอ่าวไทย 5 เกาะ ในทะเลอันดามัน 2 เกาะ ซึ่งได้พบทรัพยากรชีวภาพและกายภาพที่หลากหลายและหายากหลายอย่าง
โดยเฉพาะทรัพยากรพืช มีการรวบรวมพันธุกรรมพืชในรูปของเมล็ด
กิ่ง ต้น ราก ได้ทั้งหมด 700 ชนิด อาทิเช่น ต้นกฤษณา จันทน์
พลอง ตะเคียนทอง ลำใยป่า จันทน์ผา เป็นต้น และนอกจากนี้
ยังพบซากฟอสซิล แร่แมงกานีส กิ้งก่าบิน และที่สำคัญ ได้ค้นพบหอยนกขมิ้นสายพันธุ์ใหม่
ซึ่งยังไม่เคยพบที่ใดในโลก และนำมาจัดแสดงอยู่ในจุดเรียงรายตามทางเดินนี้ด้วย
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินผ่านยังจุดแสดงนิทรรศการทุกๆ จุด
ทรงสอบถามข้อมูลทั่วไปและวิชาการ และ ณ ที่นี้เอง เราจะได้ยินพระสุรเสียงซักถามข้อมูลที่ทรงสงสัย
และทรงพระสรวลมาเป็นระยะๆ เนื่องจากทรงเล่าเรื่องที่ทรงได้พบเห็นมาจากที่ต่างๆ
ให้ข้าราชการและผู้ที่เฝ้าฯ อยู่โดยรอบได้รับฟังเรื่องที่เป็นเกร็ดขบขันแต่แฝงแนววิชาการ
ยังความสดชื่นแก่ผู้ที่ได้ตามเสด็จ ซึ่งได้ทั้งความสุขและยังได้รับทราบข้อมูลทางวิชาการไปด้วย