|
ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกล
ในห้วงเวลา
20 ปีที่ผ่านมานี้ โลกได้ประสบกับภาวะวิกฤติการณ์ด้านพลังงาน
และนับวันก็ยิ่งจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งภาวการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก
เนื่องจากประเทศไทยจะต้องนำเข้าเชื้อเพลิงที่ใช้ในประเทศทั้งในรูปของน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในปริมาณที่มาก
ดังเช่นปี 2543 มีการนำเข้าน้ำมันมูลค่าสูงถึง 258,172 ล้านบาท
ในจำนวนนี้เป็นการนำเข้าน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรม
ภาคเกษตรกรรมและภาคขนส่ง มีมูลค่าถึง 12,133 ล้านบาท ทำให้ประเทศไทยขาดดุลการค้าและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาสูง
ประชาชนมีความเดือดร้อนโดยทั่วไป
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงตระหนักถึงสภาพปัญหาดังกล่าว และทรงสนพระทัยเกี่ยวกับการคิดค้นหาวิธีการนำพลังงานทดแทนมาใช้ในประเทศไทยมาโดยตลอด
เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและการพัฒนาชาติไทยให้รอดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ
โดยได้พระราชทานพระราชดำริให้ศึกษาทดลองการนำพลังงานจากลม
น้ำและแสงแดดมาใช้ประโยชน์ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ซึ่งได้รับผลสำเร็จเป็นอย่างดีมาแล้ว ต่อมาได้พระราชทานพระราชดำริให้ศึกษาทดลองการนำพลังงานจากผลผลิตทางการเกษตรมาใช้แทนน้ำมัน
ซึ่งประสบความสำเร็จและนำมาใช้ประโยชน์เป็นเวลา 10 กว่าปีแล้ว
คือ การผลิตก๊าซโซฮอล์ เพื่อนำมาผสมกับน้ำมันเบนซินอ๊อกเทนต่ำให้มีอ๊อกเทนสูง
พร้อมกันนี้ได้มีพระราชดำริให้ศึกษาทดลองการนำน้ำมันจากพืชอื่นๆ
มาใช้แทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรกลอย่างต่อเนื่องแบบเงียบๆ
ซึ่งได้ผลการศึกษาวิจัยและทดลองใช้ในระดับหนึ่งแล้ว
ด้วยความเป็นห่วงพสกนิกรชาวไทยที่เกิดและอาศัยอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร
จะประสบกับความทุกข์ยากจากวิกฤตการณ์น้ำมันที่รุนแรงขึ้นมา
ในช่วง 2-3 ปี มานี้ จึงมีพระราชดำริให้ศึกษาทดลองการนำน้ำมันปาล์มมาใช้แทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรอย่างจริงจัง
เพราะปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีศักยภาพในการนำมาเป็นพลังงานทดแทนน้ำมันดีเซล
และมีปลูกมากที่ภาคใต้ของไทย โดยในปี 2543 มีพื้นที่เพาะปลูก
1,301,618 ไร่ มีผลผลิต 3,403,731 ตัน มีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบใน
9 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 44 บริษัท มีกำลังการผลิตทั้งสิ้น
841,657 ตันต่อปี และมีโรงงานกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์
จำนวน 11 บริษัท ซึ่งมีกำลังการผลิต 56,447 ตันต่อเดือน
ซึ่งผลการศึกษาวิจัยตามแนวพระราชดำริ สรุปได้ว่าน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์สามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลได้
โดยนำมาผสมกับน้ำมันดีเซลเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ดีเซลทุกชนิดในทุกอัตราส่วนตั้งแต่
0.01-99.99% โดยปริมาตร หรือใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ดีเซลได้
100% โดยปริมาตร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงจดสิทธิบัตรไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา
เพื่อรักษาผลงานนี้ไว้ให้เป็นสมบัติของคนไทย และได้พระราชทานพระราชดำริให้มีการศึกษาการนำน้ำมันปาล์มมาใช้แทนน้ำมันดีเซลในลักษณะอื่นๆ
อย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งสร้างความปลื้มปีติยินดีแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศเป็นอย่างยิ่ง
|
|
|
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
ทอดพระเนตรการทดสสอบนำน้ำมันปาล์มเดินเครื่องยนต์
และรถไถนาที่ศูนย์ศึกษาฯพิกุลทอง |
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
ทรงฟังบรรยายและทอดพระเนตรน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์และน้ำมันปาล์มเอสเตอร์
ที่สามารถนำมาใช้แทนน้ำมันดีเซลในเครื่องยนต์
ที่ศูนย์ศึกษาฯพิกุลทอง |
มูลนิธิชัยพัฒนากับการศึกษาทดลองน้ำมันปาล์ม
"ให้ดำเนินการศึกษาการนำน้ำมันปาล์มทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องยนต์
โดยให้นำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในเครื่องจักรกลการเกษตรในอำเภออ่าวลึก
จังหวัดกระบี่ ให้ศึกษาดูว่าน้ำมันมี Duration ยาวนานแค่ไหน
และให้มูลนิธิชัยพัฒนาสนับสนุนงบประมาณศึกษาวิจัยกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้มีพระราชกระแสกับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2543 หลังจากที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปติดตามผลการดำเนินงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ในวันที่ 24 กันยายน 2543 และทอดพระเนตรโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก
ในการนี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เสนอผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการนำน้ำมันปาล์มมาใช้แทนเชื้อเพลิงในเครื่องจักรกล
และมีกระแสพระราชดำรัสกับ ฯพณฯ นายจุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
องคมนตรี นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการ กปร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการต่างๆ
เกี่ยวกับการใช้น้ำมันปาล์มเพื่อเป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมันดีเซลว่า
"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงสนพระทัยเกี่ยวกับการใช้น้ำมันปาล์มผสมน้ำมันดีเซล เพื่อใช้ในเครื่องจักรกลการเกษตร
ควรลองทำในเชิงธุรกิจลักษณะสถานีจำหน่ายในสหกรณ์นิคมอ่าวลึก
จังหวัดกระบี่ และหากขาดแคลนงบประมาณให้เสนอโครงการวิจัยต่อมูลนิธิชัยพัฒนา"
และคณะกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธาน ได้มีการประชุม เมื่อวันที่
29 กันยายน 2543 มีมติเห็นชอบให้มูลนิธิชัยพัฒนาสนับสนุนการศึกษาวิจัยการนำน้ำมันปาล์มมาทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรกล
และเมื่อวันที่
4 ตุลาคม 2543 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริแก่
ฯพณฯ นายจุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา องคมนตรี ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข
วังไกลกังวล สรุปได้ว่า "มีพระราชประสงค์ให้ใช้เงินจากมูลนิธิชัยพัฒนาสำหรับซ่อมแซมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มที่สหกรณ์นิคมอ่าวลึก
จังหวัดกระบี่ และให้ทดลองการใช้น้ำมันปาล์มกับเครื่องยนต์ดีเซลที่สหกรณ์อ่าวลึก
จังหวัดกระบี่ และศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ"
การดำเนินงานสนองพระราชดำริ
แผนการดำเนินงาน
สำนักงานเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาและสำนักงาน
กปร. ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กำหนดแนวทางดำเนินงานโครงการเพื่อสนองพระราชดำริ
เป็น 2 โครงการ คือ
โครงการศึกษาการน้ำมันปาล์มมาทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรกลทางการเกษตร
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบสมรรถนะและประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องจักรกลทางการเกษตร
เมื่อใช้น้ำมันปาล์มลักษณะต่างๆ ทดแทนน้ำมันดีเซล ทั้งลักษณะติดตั้งอยู่กับที่และนำไปทดสอบในสภาพการใช้งานจริง
และนำผลการวิจัยที่ได้ไปเผยแพร่ในภาครัฐและเอกชน เพื่อให้มีการนำน้ำมันปาล์มมาใช้ทดแทนน้ำมันดีเซล
โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 30 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดโครงการในเดือนกรกฎาคม
2546
โครงการปรับปรุงโรงงานต้นแบบสกัดน้ำมันปาล์มสหกรณ์นิคมอ่าวลึก
จังหวัดกระบี่
มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบของโรงงานและปรับปรุงระบบการบริหารจัดการให้สามารถดำเนินกิจการในเชิงธุรกิจ
ให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ รวมทั้งการผลิตน้ำมันปาล์มในขั้นตอนก่อนเป็นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์
สำหรับเป็นเชื้อเพลิงสนับสนุนการศึกษาวิจัยการนำน้ำมันปาล์มมาทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรกลการเกษตรโดยมีระยะเวลาดำเนินงาน
12 เดือน ซึ่งสิ้นสุดโครงการในเดือนกุมภาพันธ์ 2545
|
|
|
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
ทอดพระเนตรเนตรผลิตภัณฑ์ที่ได้จากน้ำมันปาล์ม เช่น
สบู่ มาการีน และเนย เป็นต้น ซึ่งเป็นผลผลิตของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ |
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารีทอดพระเนตรความก้าวหน้า
โครงการปรับปรุงคุณภาพของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก
ที่สหกรณ์นิคมอ่าวลึก เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 |
การดำเนินงานดังกล่าว
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา
ได้พระราชทานพระราชานุมัติแนวทางดำเนินงานและสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิชัยพัฒนา
ให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นผู้ดำเนินการ นอกจากนี้
บริษัท สยามคูโบต้าอุตสาหกรรม จำกัด ได้น้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องยนต์คูโบต้าและรถไถเดินตามพร้อมเครื่องยนต์ขนาด
11 แรงม้า เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยการนำน้ำมันปาล์มมาทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรกลการเกษตร
ผลการดำเนินงาน
โครงการศึกษาการนำน้ำมันปาล์มมาทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรกลการเกษตร
ดำเนินการศึกษาคุณสมบัติของน้ำมันปาล์มกลั่น การติดตั้งเครื่องยนต์พร้อมอุปกรณ์ทดสอบสมรรถนะ
การทดสอบเครื่องยนต์ในห้องปฏิบัติการด้วยน้ำมันดีเซล 50
ชั่วโมง และด้วยน้ำมันปาล์มกลั่น 100 ชั่วโมง ผลการศึกษาพบว่า
น้ำมันปาล์มมีความหนืดสูงกว่าน้ำมันดีเซลประมาณ 10 เท่า
และค่าอุณหภูมิจุดวาบไฟสูงถึง 289 องศาเซลเซียส ทำให้การใช้น้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงมีปัญหาสำคัญในเรื่องเครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก
ซึ่งจะต้องปรับปรุง 2 จุด คือ หัวฉีดและห้องเผาไหม้ ขณะนี้ได้ปรับปรุงหัวฉีดจนสามารถใช้งานได้ในระดับหนึ่ง
ส่วนห้องเผาไหม้อยู่ระหว่างการศึกษาและปรับปรุง หากการพัฒนาในเรื่องหัวฉีดและห้องเผาไหม้จนสามารถรองรับคุณสมบัติของน้ำมันปาล์มในเรื่องความหนืดได้
การวิจัยพัฒนาในขั้นต่อไปก็จะมีความสะดวกและราบรื่นมากขึ้น
ส่วนการศึกษาในเรื่องสมรรถนะของเครื่องยนต์ พบว่า สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ทำงานไม่เกินกำลังของเครื่องยนต์ระหว่างการใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์และนำมันดีเซล
ไม่แตกต่างกันมากนักที่อายุการใช้งานของเครื่องยนต์ 50
ชั่วโมง และ 1,000 ชั่วโมง ยกเว้นมีความผิดปกติในเรื่องหัวฉีดสกปรก
เมื่อใช้งาน 500 ชั่วโมง และการศึกษาการสึกหรอของเครื่องยนต์
พบว่า มีการสึกหรอของชิ้นส่วนบางชิ้น เช่น แหวนลูกสูบจะเกิดการสึกหรอมากกว่า
แต่บางชิ้น เช่น ปั๊มน้ำมันจะสึก หรือน้อยกว่าเมื่อใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์
โครงการปรับปรุงโรงงานต้นแบบสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก
ที่สหกรณ์อ่าวลึก
ได้ปรับปรุงโรงงานต้นแบบสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็กเดิมที่มีกำลังการผลิตประมาณ
3-5 ตันทะลายต่อวัน โดยการย้ายโรงงานเดิมมาตั้งโรงงานใหม่
ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน พร้อมกับการขยายกำลังการผลิตเป็น
2 ตันทะลายต่อชั่วโมง ด้วยกระบวนการทอดผลปาล์มในสุญญากาศ
ไม่มีน้ำเสียจากกระบวนการผลิต สามารถผลิตน้ำมันดิบเกรดเอ
ซึ่งมีคุณภาพทางการค้าได้สูงสุดวันละ 6-7 ตัน และสามารถนำกากและเมล็ดปาล์มมาสกัดเป็นน้ำมันเกรดบี
สามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูป หรือผสมเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนดีเซลได้วันละ
1-1.5 ตัน
ขณะนี้ สหกรณ์นิคมอ่าวลึก จำกัด ได้จัดจ้างหัวหน้าโรงงานและช่างเทคนิคประจำโรงงานแล้ว
2 ตำแหน่ง และขณะนี้ได้ปิดดำเนินการแล้ว
|