ฉบับ เดือน เมษายน ๒๕๔๖       

เรียบเรียงโดย :: สมบูรณ์ วงศ์กาด

ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกล

       ในห้วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมานี้ โลกได้ประสบกับภาวะวิกฤติการณ์ด้านพลังงาน และนับวันก็ยิ่งจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งภาวการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากประเทศไทยจะต้องนำเข้าเชื้อเพลิงที่ใช้ในประเทศทั้งในรูปของน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในปริมาณที่มาก ดังเช่นปี 2543 มีการนำเข้าน้ำมันมูลค่าสูงถึง 258,172 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการนำเข้าน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรมและภาคขนส่ง มีมูลค่าถึง 12,133 ล้านบาท ทำให้ประเทศไทยขาดดุลการค้าและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาสูง ประชาชนมีความเดือดร้อนโดยทั่วไป

      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงตระหนักถึงสภาพปัญหาดังกล่าว และทรงสนพระทัยเกี่ยวกับการคิดค้นหาวิธีการนำพลังงานทดแทนมาใช้ในประเทศไทยมาโดยตลอด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและการพัฒนาชาติไทยให้รอดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ โดยได้พระราชทานพระราชดำริให้ศึกษาทดลองการนำพลังงานจากลม น้ำและแสงแดดมาใช้ประโยชน์ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งได้รับผลสำเร็จเป็นอย่างดีมาแล้ว ต่อมาได้พระราชทานพระราชดำริให้ศึกษาทดลองการนำพลังงานจากผลผลิตทางการเกษตรมาใช้แทนน้ำมัน ซึ่งประสบความสำเร็จและนำมาใช้ประโยชน์เป็นเวลา 10 กว่าปีแล้ว คือ การผลิตก๊าซโซฮอล์ เพื่อนำมาผสมกับน้ำมันเบนซินอ๊อกเทนต่ำให้มีอ๊อกเทนสูง พร้อมกันนี้ได้มีพระราชดำริให้ศึกษาทดลองการนำน้ำมันจากพืชอื่นๆ มาใช้แทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรกลอย่างต่อเนื่องแบบเงียบๆ ซึ่งได้ผลการศึกษาวิจัยและทดลองใช้ในระดับหนึ่งแล้ว

         ด้วยความเป็นห่วงพสกนิกรชาวไทยที่เกิดและอาศัยอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร จะประสบกับความทุกข์ยากจากวิกฤตการณ์น้ำมันที่รุนแรงขึ้นมา ในช่วง 2-3 ปี มานี้ จึงมีพระราชดำริให้ศึกษาทดลองการนำน้ำมันปาล์มมาใช้แทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรอย่างจริงจัง เพราะปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีศักยภาพในการนำมาเป็นพลังงานทดแทนน้ำมันดีเซล และมีปลูกมากที่ภาคใต้ของไทย โดยในปี 2543 มีพื้นที่เพาะปลูก 1,301,618 ไร่ มีผลผลิต 3,403,731 ตัน มีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบใน 9 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 44 บริษัท มีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 841,657 ตันต่อปี และมีโรงงานกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ จำนวน 11 บริษัท ซึ่งมีกำลังการผลิต 56,447 ตันต่อเดือน ซึ่งผลการศึกษาวิจัยตามแนวพระราชดำริ สรุปได้ว่าน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์สามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลได้ โดยนำมาผสมกับน้ำมันดีเซลเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ดีเซลทุกชนิดในทุกอัตราส่วนตั้งแต่ 0.01-99.99% โดยปริมาตร หรือใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ดีเซลได้ 100% โดยปริมาตร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงจดสิทธิบัตรไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อรักษาผลงานนี้ไว้ให้เป็นสมบัติของคนไทย และได้พระราชทานพระราชดำริให้มีการศึกษาการนำน้ำมันปาล์มมาใช้แทนน้ำมันดีเซลในลักษณะอื่นๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งสร้างความปลื้มปีติยินดีแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศเป็นอย่างยิ่ง

 

   
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทอดพระเนตรการทดสสอบนำน้ำมันปาล์มเดินเครื่องยนต์
และรถไถนาที่ศูนย์ศึกษาฯพิกุลทอง
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงฟังบรรยายและทอดพระเนตรน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์และน้ำมันปาล์มเอสเตอร์
ที่สามารถนำมาใช้แทนน้ำมันดีเซลในเครื่องยนต์
ที่ศูนย์ศึกษาฯพิกุลทอง

 

มูลนิธิชัยพัฒนากับการศึกษาทดลองน้ำมันปาล์ม

"ให้ดำเนินการศึกษาการนำน้ำมันปาล์มทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องยนต์ โดยให้นำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในเครื่องจักรกลการเกษตรในอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ให้ศึกษาดูว่าน้ำมันมี Duration ยาวนานแค่ไหน และให้มูลนิธิชัยพัฒนาสนับสนุนงบประมาณศึกษาวิจัยกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์"

         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชกระแสกับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2543 หลังจากที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปติดตามผลการดำเนินงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในวันที่ 24 กันยายน 2543 และทอดพระเนตรโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก ในการนี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เสนอผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการนำน้ำมันปาล์มมาใช้แทนเชื้อเพลิงในเครื่องจักรกล และมีกระแสพระราชดำรัสกับ ฯพณฯ นายจุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา องคมนตรี นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการ กปร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการต่างๆ เกี่ยวกับการใช้น้ำมันปาล์มเพื่อเป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมันดีเซลว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระทัยเกี่ยวกับการใช้น้ำมันปาล์มผสมน้ำมันดีเซล เพื่อใช้ในเครื่องจักรกลการเกษตร ควรลองทำในเชิงธุรกิจลักษณะสถานีจำหน่ายในสหกรณ์นิคมอ่าวลึก จังหวัดกระบี่ และหากขาดแคลนงบประมาณให้เสนอโครงการวิจัยต่อมูลนิธิชัยพัฒนา" และคณะกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธาน ได้มีการประชุม เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2543 มีมติเห็นชอบให้มูลนิธิชัยพัฒนาสนับสนุนการศึกษาวิจัยการนำน้ำมันปาล์มมาทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรกล

           และเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2543 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริแก่ ฯพณฯ นายจุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา องคมนตรี ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล สรุปได้ว่า "มีพระราชประสงค์ให้ใช้เงินจากมูลนิธิชัยพัฒนาสำหรับซ่อมแซมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มที่สหกรณ์นิคมอ่าวลึก จังหวัดกระบี่ และให้ทดลองการใช้น้ำมันปาล์มกับเครื่องยนต์ดีเซลที่สหกรณ์อ่าวลึก จังหวัดกระบี่ และศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ"

 

การดำเนินงานสนองพระราชดำริ

แผนการดำเนินงาน

        สำนักงานเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาและสำนักงาน กปร. ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กำหนดแนวทางดำเนินงานโครงการเพื่อสนองพระราชดำริ เป็น 2 โครงการ คือ

โครงการศึกษาการน้ำมันปาล์มมาทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรกลทางการเกษตร
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบสมรรถนะและประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องจักรกลทางการเกษตร เมื่อใช้น้ำมันปาล์มลักษณะต่างๆ ทดแทนน้ำมันดีเซล ทั้งลักษณะติดตั้งอยู่กับที่และนำไปทดสอบในสภาพการใช้งานจริง และนำผลการวิจัยที่ได้ไปเผยแพร่ในภาครัฐและเอกชน เพื่อให้มีการนำน้ำมันปาล์มมาใช้ทดแทนน้ำมันดีเซล โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 30 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดโครงการในเดือนกรกฎาคม 2546

โครงการปรับปรุงโรงงานต้นแบบสกัดน้ำมันปาล์มสหกรณ์นิคมอ่าวลึก จังหวัดกระบี่
มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบของโรงงานและปรับปรุงระบบการบริหารจัดการให้สามารถดำเนินกิจการในเชิงธุรกิจ ให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ รวมทั้งการผลิตน้ำมันปาล์มในขั้นตอนก่อนเป็นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ สำหรับเป็นเชื้อเพลิงสนับสนุนการศึกษาวิจัยการนำน้ำมันปาล์มมาทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรกลการเกษตรโดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 12 เดือน ซึ่งสิ้นสุดโครงการในเดือนกุมภาพันธ์ 2545

   
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทอดพระเนตรเนตรผลิตภัณฑ์ที่ได้จากน้ำมันปาล์ม เช่น สบู่ มาการีน และเนย เป็นต้น ซึ่งเป็นผลผลิตของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทอดพระเนตรความก้าวหน้า
โครงการปรับปรุงคุณภาพของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก
ที่สหกรณ์นิคมอ่าวลึก เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546

 

         การดำเนินงานดังกล่าว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา ได้พระราชทานพระราชานุมัติแนวทางดำเนินงานและสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิชัยพัฒนา ให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นผู้ดำเนินการ นอกจากนี้ บริษัท สยามคูโบต้าอุตสาหกรรม จำกัด ได้น้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องยนต์คูโบต้าและรถไถเดินตามพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 11 แรงม้า เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยการนำน้ำมันปาล์มมาทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรกลการเกษตร

ผลการดำเนินงาน

โครงการศึกษาการนำน้ำมันปาล์มมาทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรกลการเกษตร
ดำเนินการศึกษาคุณสมบัติของน้ำมันปาล์มกลั่น การติดตั้งเครื่องยนต์พร้อมอุปกรณ์ทดสอบสมรรถนะ การทดสอบเครื่องยนต์ในห้องปฏิบัติการด้วยน้ำมันดีเซล 50 ชั่วโมง และด้วยน้ำมันปาล์มกลั่น 100 ชั่วโมง ผลการศึกษาพบว่า น้ำมันปาล์มมีความหนืดสูงกว่าน้ำมันดีเซลประมาณ 10 เท่า และค่าอุณหภูมิจุดวาบไฟสูงถึง 289 องศาเซลเซียส ทำให้การใช้น้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงมีปัญหาสำคัญในเรื่องเครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก ซึ่งจะต้องปรับปรุง 2 จุด คือ หัวฉีดและห้องเผาไหม้ ขณะนี้ได้ปรับปรุงหัวฉีดจนสามารถใช้งานได้ในระดับหนึ่ง ส่วนห้องเผาไหม้อยู่ระหว่างการศึกษาและปรับปรุง หากการพัฒนาในเรื่องหัวฉีดและห้องเผาไหม้จนสามารถรองรับคุณสมบัติของน้ำมันปาล์มในเรื่องความหนืดได้ การวิจัยพัฒนาในขั้นต่อไปก็จะมีความสะดวกและราบรื่นมากขึ้น ส่วนการศึกษาในเรื่องสมรรถนะของเครื่องยนต์ พบว่า สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ทำงานไม่เกินกำลังของเครื่องยนต์ระหว่างการใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์และนำมันดีเซล ไม่แตกต่างกันมากนักที่อายุการใช้งานของเครื่องยนต์ 50 ชั่วโมง และ 1,000 ชั่วโมง ยกเว้นมีความผิดปกติในเรื่องหัวฉีดสกปรก เมื่อใช้งาน 500 ชั่วโมง และการศึกษาการสึกหรอของเครื่องยนต์ พบว่า มีการสึกหรอของชิ้นส่วนบางชิ้น เช่น แหวนลูกสูบจะเกิดการสึกหรอมากกว่า แต่บางชิ้น เช่น ปั๊มน้ำมันจะสึก หรือน้อยกว่าเมื่อใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์

โครงการปรับปรุงโรงงานต้นแบบสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก ที่สหกรณ์อ่าวลึก
ได้ปรับปรุงโรงงานต้นแบบสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็กเดิมที่มีกำลังการผลิตประมาณ 3-5 ตันทะลายต่อวัน โดยการย้ายโรงงานเดิมมาตั้งโรงงานใหม่ ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน พร้อมกับการขยายกำลังการผลิตเป็น 2 ตันทะลายต่อชั่วโมง ด้วยกระบวนการทอดผลปาล์มในสุญญากาศ ไม่มีน้ำเสียจากกระบวนการผลิต สามารถผลิตน้ำมันดิบเกรดเอ ซึ่งมีคุณภาพทางการค้าได้สูงสุดวันละ 6-7 ตัน และสามารถนำกากและเมล็ดปาล์มมาสกัดเป็นน้ำมันเกรดบี สามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูป หรือผสมเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนดีเซลได้วันละ 1-1.5 ตัน

ขณะนี้ สหกรณ์นิคมอ่าวลึก จำกัด ได้จัดจ้างหัวหน้าโรงงานและช่างเทคนิคประจำโรงงานแล้ว 2 ตำแหน่ง และขณะนี้ได้ปิดดำเนินการแล้ว

บทสรุปของชัยชนะแห่งการพัฒนา

      ผลสำเร็จที่จะได้จากพระราชดำริในการศึกษาทดลองการนำน้ำมันปาล์มมาใช้ทดแทนน้ำมันดีเซลนี้ นับได้ว่าเป็นสิ่งล้ำค่าที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้แก่พสกนิกรชาวไทย เพราะน้ำมันดีเซลได้ก่อให้เกิดปัญหาในหลายๆ ด้าน คือ การนำเข้าจากต่างประเทศในราคาที่สูงและก่อให้เกิดภาวะมลพิษ ซึ่งทำลายสุขภาพอนามัยของคน สัตว์และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังเกิดควันดำและก๊าซพิษที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ซึ่งทำลายปอดก่อให้เกิดโรคมะเร็ง รวมทั้งทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายการรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมสูง ที่สำคัญ เมื่อมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลในแต่ละครั้งได้ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เมื่อได้มีการส่งเสริมให้ใช้น้ำมันปาล์มแทนน้ำมันดีเซลอย่างแพร่หลายแล้ว ย่อมจะเกิดผลดี คือ ไม่ก่อให้เกิดภาวะมลพิษ เพราะไม่มีกำมะถันเป็นส่วนประกอบ ไม่ก่อให้เกิดฝนกรด เพราะเป็นสารชีวภาพสลายตัวได้ง่าย อีกทั้งปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่สามารถปลูกทดแทนและเพิ่มจำนวนได้ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้ขายปาล์มได้ในราคาที่สูงขึ้นและเป็นการแก้ไขปัญหาราคาปาล์มตกต่ำและลดการนำเข้าน้ำมันดีเซล นอกจากนี้ จะทำให้ประชาชนซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาที่ถูกลง เพราะค่าขนส่งถูกลง

ชัยชนะแห่งการพัฒนา บริบทนี้ จะได้ประโยชน์ทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม และท้ายที่สุดคือประเทศชาต