สวนพฤกศาสตร์
ฟาร์มตัวอย่าง
ป่าดงนาทาม
เขานางพันธุรัต
ข่าวสั้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จฯ ทอดพระเนตรการดำเนินงานและทรงเยี่ยมราษฎร
ในพื้นที่โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

       เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2543 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราช
ดำเนินไปทอดพระเนตรกิจกรรมการดำเนินงานและเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่โครง
การศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ
จังหวัดเพชรบุรี โดยมีรายละเอียดดังนี้

       เวลา 16.40 น. เสด็จฯ ไปบริเวณพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด และพระราช
ทานพระราชดำริ ให้กรมชลประทานดำเนินการตรวจสอบและหาทางป้องกันการ
นำน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปดไปใช้ในพื้นที่อื่นรวมทั้ง ให้แก้ไขเครื่องสูบน้ำจาก
พลังน้ำที่เสื่อมสภาพให้ใช้งานในกิจกรรมป่าเปียกได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัด
กระแสไฟฟ้า

       จากนั้น ได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรบริเวณอ่างเก็บน้ำเขากะปุก และเยี่ยมเยียน
บ้านนายยิน แหยมสกุล ซึ่งเป็นราษฎรหมู่บ้านหมู่บ้านท้ายอ่างเก็บน้ำเขากะปุก
และได้มีพระราชปฏิสันฐานกับนายยินและทรงทราบว่าบริเวณดังกล่าวประสบกับ
ปัญหาน้ำท่วมทุกปี จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินการวางแผนควบคุม
การไหลของน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับพื้นที่เพาะปลูก และที่อยู่อาศัยของ
ราษฎร ด้วยการใช้หญ้าแฝก พร้อมทั้งจัดทำคันกั้นน้ำบางส่วนโดยเน้นเฉพาะลุ่ม
น้ำที่สำคัญ ซึ่งวิธีการนี้เป็นการวางแผนและเบนทางน้ำโดยใช้หลักการดังเช่นลุ่ม
น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ ได้พระราชทานพระราชดำริให้ศึกษาเรื่องการกำจัดศัตรู
พืชโดยใช้แมลง (ตัวห้ำ-ตัวเบียน) และวัสดุธรรมชาติเป็นตัวกำจัด

ต่อมา เมื่อเวลา 18.10 น. ได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรพื้นที่ดินเสื่อมโทรม (Bad Land) บริเวณเขาทอง-เขาบ่อขิง และพระราชทานแนวทางเกี่ยวกับการปรับปรุง
พื้นที่ดินเสื่อมโทรมด้วยวิธีการต่างๆ หลายประการ รวมทั้งได้พระราชทานหลัก
การในเรื่องของการจัดแบ่งระบบนิเวศน์ป่าเขาออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

  • พื้นที่บนเขา ให้ปลูกต้นไม้ที่ไม่ใช่ไม้เศรษฐกิจ เมื่อฝนตกลงมาจะนำกิ่ง
    ไม้ใบไม้ที่ทับถมกันลงมาเป็นปุ๋ยให้กับพื้นที่ส่วนล่าง
  • พื้นที่ราบเชิงเขา ให้มีการปลูกแฝกเพื่อการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมและเป็น
    การดักตะกอนใบไม้เพื่อสร้างหน้าดินให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แล้วจึง
    ปลูกพืชเศรษฐกิจ
  • พื้นที่ราบ สามารถปลูกพืชไร่ ทำนา ทำสวนได้

       หลังจากนั้นได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยทราย แปลง
หญ้าแฝกบริเวณเชิงเขาเตาปูน และมัสยิดนูรุ้ลเอี๊ยะห์ซาน เพื่อเยี่ยมราษฎรหมู่บ้าน
ชาวไทยมุสลิม จนถึงเวลา 20.10 น. จึงได้เสด็จพระราชดำเนินกลับพระราชวัง
ไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน
ณ โครงการวนอุทยาน ปราณบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

       เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2543 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จ
พระราชดำเนินมายังโครงการวนอุทยานปราณบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าในการ
ดำเนินงานฟื้นฟูป่าชายเลนในเขตวนอุทยานปราณบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 1,984 ไร่
 โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจ คือ มีทิวทัศน์ของป่าชายเลน ซึ่งพันธุ์ไม้ชายเลนนานา
ชนิด และระบบนิเวศน์ของป่าชายเลนที่น่าสนใจในการศึกษาหาความรู้ นอกจากนี้
ทรงปล่อยปูทะเล และปลาในบริเวณป่าชายเลนด้วย

       เจ้าชายฮาจี อัล มูห์ทาดี บิลลาห์ มกุฎราชกุมารแห่งบูรไน ดารุสซาลาม
 เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชมโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อำเภอดอยสะเก็ด  จังหวัดเชียงใหม่
วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม 2543 เวลา 16.00 น.

       เมื่อวันอังคารที่ 23 พฤษภาคม 2543 เวลา 16.00 น. เจ้าชายฮาจี อัล มูห์ทา
ดี บิลลาห์ มกุฎราชกุมารแห่งบรูไน ดารุสซาลาม ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยัง
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด
จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายสมพล พันธุ์มณี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษ
เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กราบบังคมทูลถวายการ
ต้อนรับ พร้อมทั้งบรรยายสรุปเกี่ยวกับการดำเนินงานและกิจการต่างๆ ของศูนย
์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากนั้นได้เสด็จพระราช
ดำเนินไปเยี่ยมชมพื้นที่ศึกษาวิจัยและพัฒนาป่าไม้ และโรงเพาะเห็ดภายในศูนย
์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
       ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่อำเภอ
ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ จัดตั้งขึ้นจากแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวที่ได้ที่ได้พระราชทานขึ้น เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2525 เพื่อเป็น
ศูนย์กลางในการศึกษาทดลอง วิจัย พัฒนา ป่าไม้และรูปแบบการพัฒนาพื้นที่
บริเวณต้นน้ำลำธารที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของสภาพพื้นที่ป่า
อันเป็นแหล่งต้นกำเนิดของความสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการ
พัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน

      ส่วนการศึกษาวิจัยและการพัฒนาป่าไม้นั้น เป็นการพัฒนาป่าไม้ด้วยวิธีบำรุงรักษาป่าธรรมชาติ ปลูกเสริมป่า และสร้าง
สวนป่าใหม่ รวมถึงการช่วยเหลือในการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติของไม้ เน้นการสร้างแนวป้องกันไฟป่าเปียก ในพื้นที่รองรับ
ระบบวนเกษตร ระบบอุทกวิทยา นิเวศวิทยา ตลอดจนการศึกษาการอนุรักษ์ และเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ซึ่งใน
ปัจจุบันการดำเนินงานด้านการพัฒนาป่าไม้ ได้รับผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ซึ่งจะเห็นได้จากสภาพป่าเสื่อมโทรมในอดีต
 ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ได้แปรเปลี่ยนสภาพมาเป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ พืชพันธุ์ไม้นานาชนิดได้ก่อเกิดขึ้น เป็นแหล่งที่อยู่
อาศัยของสัตว์ป่า อีกทั้งปริมาณฝนได้เพิ่มขึ้นทำให้สภาพพื้นที่คืนสู่ระบบนิเวศน์สมบูรณ์ดังเดิม
       สำหรับการเพาะเห็ดนั้น เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่มุ่งเน้นการพัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ให้แก่เกษตรกร เพื่อให้ได้รับ
อาหารที่มีคุณค่า ด้วยการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ซึ่งได้มีการแบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ การเตรียมเยื่อเห็ด
บริสุทธิ์ การผลิตหัวเชื้อในเมล็ดธัญพืชการเตรียมวัสดุ และงานขยายผลไปสู่การสาธิต ฝึกอบรม และส่งเสริมเผยแพร่สนับสนุน
ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เกษตรกรได้เห็นคุณค่าและประโยชน์จากการเพาะเห็ด เพื่อการยังชีพและเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง
ของราษฎรอีกด้วย
       จากการดำเนินงานที่ผ่านมาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาแห่งนี้ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอัน
เนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงนกลางในการประสานความร่วมมือจากส่วนราชการต่างๆ
ที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งศูนย์แห่งนี้ได้รับผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และทำหน้าที่เป็นเสมือนต้นแบบของการพัฒนา ในเขต
พื้นที่ภาคเหนือให้แก่ราษฎร ได้เข้ามาศึกษาดูงาน และนำผลสำเร็จจากการดำเนินงานภายในศูนย์ไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่ของ
ตนเอง ทั้งด้านการพัฒนาป่าไม้ การเกษตรกรรม ปศุสัตว์ โคนม รวมทั้งการเกษตรอุตสาหกรรมที่ครบวงจร อันจะนำมาซึ่ง
ความพออยู่ พอกิน และความยั่งยืนสู่ราษฎร

คณะมูลนิธิโททาล ประเทศอินโดนีเซีย
ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลของประเทศไทย
บริเวณพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง

       ระหว่างวันที่ 7-14 พฤษภาคม 2543 เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิโททาลอินโดนีเซีย
 โททาลฟิน่าและหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 12 คน ได้เดิน
ทางมายังประเทศไทยเพื่อศึกษาและดูงานเรื่องการใช้ประโยชน์พื้นที่และการจัด
การทรัพยากรชายฝั่งทะเลของประเทศไทย คณะฯ ได้เดินทางไปที่ศูนย์ศึกษา
ธรรมชาติป่าชายเลนยะหริ่ง จ. ปัตตานี เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการป่าชายเลน
บนพื้นที่ชายฝั่งทะเลตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดย
ดำเนินไปตามสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน และดูงานด้านการจัดการ
พื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งรวมถึงกิจกรรมการนำชุมชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการ
ปกปักรักษาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ต่อมาคณะฯ ได้เดินทางไปเยี่ยม
ชมทะเลน้อย จ.พัทลุง ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดการล่าสัตว์  โครงการฟื้นฟูป่าชายเลน
บริเวณบ้านหัวเขา จ.สงขลา และโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรี
ธรรมราช เพื่อศึกษาวิธีการควบคุมปัญหาน้ำท่วม วิธีการเลี้ยงกุ้ง การจัดการแบ่ง
เขตและการป้องกันการพังทลายของแนวชายหาด หลังจากนั้น  คณะฯ ได้เดินทาง
จากภาคใต้ไปยังศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นโครงการด้านการจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเลอีกโครงการหนึ่งที่
สืบเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

       ข้อมูลที่ได้รับจากการบรรยาย การแลกเปลี่ยนความรู้และการเยี่ยมชมพื้นที่
ทำให้คณะฯ สามารถนำไปพัฒนาการเลี้ยงกุ้ง การจัดการป่าชายเลนและสิ่งแวด
ล้อม ณ บริเวณปากแม่น้ำกาลิมันตัน  ในประเทศอินโดนีเซีย ในด้านต่าง ๆ เช่น
การจัดการบ่อกุ้งและฟาร์มกุ้งให้สอดคล้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อม  การวาง
แผนทางกายภาพสำหรับแบ่งเขตบริเวณพื้นที่ปากแม่น้ำในลักษณะบูรณาการ การ
จัดทำฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ประชาชนสามารถออกความเห็นเกี่ยวกับ
สภาพของระบบนิเวศบริเวณปากแม่น้ำกาลิมันตัน รวมถึงการให้ความรู้เรื่องสิ่ง
แวดล้อมแก่ประชาชนและส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ
วางแผน

Home 

Mail to Chaipattana Network 

English Language