สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ ภาคเหนือเป็นประจำทุกปี ทรงพบปัญหาความยากจนของราษฎรในพื้นที่ด้วยพระองค์เอง โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล ราษฎรอาศัยอยู่บนพื้นที่สูง ส่วนใหญ่มีความยากจน ความขาดแคลน ทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ขาดปัจจัยในการดำรงชีพ ขาดโอกาสทางการศึกษาและขาดความรู้ในการประกอบอาชีพ เป็น สาเหตุที่ก่อให้เกิดการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกิดปัญหาความเสื่อมโทรมของป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของชาติถูกทำลายทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทอดพระเนตรหมูพันธ์จินหัว จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อการศึกษาทดลองในโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านขุนแตะ
เมื่อเดือนมีนาคม 2540 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินโครงการฟาร์มตัวอย่าง ขึ้น 2 แห่งในจังหวัด เชียงใหม่ คือ ที่บ้านขุนแตะ หมู่ 5 ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง และที่บ้านแม่ตุงติง หมู่ 5 ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง และโครงการทดลองเลี้ยงแกะ และ สัตว์ปีกที่บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ 9 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่สูงเหล่านี้ ด้วยการส่งเสริมให้ราษฎร ทำการประกอบอาชีพที่มั่นคง ส่งเสริมให้เลี้ยงสัตว์ชนิดต่าง ๆ เพื่อเป็นแหล่งอาหารในพื้นที่ เพื่อช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำลำธาร และรักษาสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ไม่ให้ถูกทำลายอีกต่อไป โดยนำราษฎรในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียงมาฝึกปฏิบัติงานเลี้ยงสัตว์ในฟาร์ม มีการจ้างแรงงาน ราษฎรที่ยากจน และขยายพันธุ์สัตว์เผยแพร่ให้นำไปเลี้ยงในครัวเรือน โดยกรมปศุสัตว์ให้การสนับสนุนการดำเนินงาน ด้านพันธุ์สัตว์และบุคลากร ให้ความรู้คำ แนะนำในการจัดการเลี้ยงดู การป้องกันโรคระบาด การจำหน่ายผลผลิต และกองทัพภาคที่ 3 ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานในพื้นที่
การสาธิตและส่งเสริมการเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมืองสามสายเลือด ในโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านตุงติง
เมื่อเดือนมีนาคม 2540 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินโครงการฟาร์มตัวอย่าง ขึ้น 2 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ คือ ที่บ้านขุนแตะ หมู่ 5 ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง และที่บ้านแม่ตุงติง หมู่ 5 ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง และโครงการทดลองเลี้ยงแกะ และสัตว์ปีก ที่บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ 9 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่สูงเหล่านี้ ด้วยการส่งเสริมให้ราษฎรทำการ ประกอบอาชีพที่มั่นคง ส่งเสริมให้เลี้ยงสัตว์ชนิดต่าง ๆ เพื่อเป็นแหล่งอาหารในพื้นที่ เพื่อช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำลำธาร และ รักษาสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ไม่ให้ถูกทำลายอีกต่อไป โดยนำราษฎรในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียงมาฝึกปฏิบัติงานเลี้ยงสัตว์ในฟาร์ม มีการจ้างแรงงานราษฎรที่ยากจน และขยายพันธุ์สัตว์เผยแพร่ให้นำไปเลี้ยงในครัวเรือน โดยกรม ปศุสัตว์ให้การสนับสนุนการดำเนินงาน ด้านพันธุ์สัตว์และบุคลากร ให้ความรู้คำแนะนำในการจัดการเลี้ยงดู การป้องกันโรคระบาด การจำหน่ายผลผลิต และกองทัพภาคที่ 3 ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานในพื้นที่
การฝึกอบรมเกษตรกรตัดขนแกะ เพื่อนำไปทำผลิตภัณฑ์เป็นผ้าขนแกะ "โครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านขุนแตะ"
โครงการฟาร์มตัวอย่างทั้ง 3 แห่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี 2540 และต้นปี 2541 เน้นการเลี้ยงสัตว์ชนิดต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เช่น การเลี้ยงแกะ และนำขนแกะไปสอนให้ราษฎรใช้ทอผ้า เลี้ยงสัตว์ปีกเพื่อเป็น แหล่งอาหารโปรตีน เช่น ไก่ไข่ ไก่พันธุ์เนื้อ ไก่ดำ เป็ดเทศ เป็ดไข่ นกกระทา เลี้ยงกระต่าย หมูป่า และเลี้ยงปลา นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานด้านอื่น ๆ เช่น ปลูกข้าวพันธุ์ดี ปลูกพืชผัก เพาะเห็ด ปลูกไม้ใช้สอย และฝึกอบรมเกษตรกรด้านงานศิลปาชีพ เช่น การทอผ้า เป็นต้น ราษฎรในพื้นที่ได้รับความรู้ด้านการ เกษตร ทั้งปศุสัตว์ เกษตรกรรม ประมง ป่าไม้ โดยใช้แรงงานในท้องถิ่น และใช้ทรัพยากรในพื้นที่ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ผลผลิตส่วนหนึ่งสนับสนุน ให้โรงเรียนในพื้นที่เพื่อโครงการอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน และส่วนที่เหลือจำหน่ายให้ราษฎรในพื้นที่เป็นแหล่งอาหารโปรตีนบริโภคในครัวเรือน นำเงินรายได้ตั้งเป็นกองทุนดำเนินการต่อเนื่อง
อีกกิจกรรมหนึ่งเพื่อความหลากหลายของโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านขุนแตะ "กิจกรรมการเลี้ยงกระต่ายเพื่อสาธิตแก่การเกษตร"
สภาพโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ในโครงการฟาร์มตัวอย่างร่มฟ้าทอง
กิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงนกกระทาในโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านขุนแตะ
นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จ ฯ ไปตรวจเยี่ยมโครงการฟาร์มตัวอย่างทั้ง 3 แห่ง เป็นจำนวนหลายครั้ง ทรงพอพระทัยในการดำเนินงานและมีพระราชดำริเพิ่มเติมให้พัฒนาการ ดำเนินงานอย่างยั่งยืนเป็นศูนย์สาธิตที่เป็นตัวอย่างแก่ราษฎร สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาพื้นที่อื่น ๆ เป็นแหล่งศึกษาทดสอบและประยุกต์เทคโนโลยีการ เลี้ยงสัตว์ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมบนพื้นที่สูง เนื่องจากในปัจจุบันราษฎรในพื้นที่โครงการได้รับการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น มีแหล่งอาหารในพื้นที่จากการทำการเกษตร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ มีความรู้ในการประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ไม่อพยพทิ้งถิ่นฐานไปประกอบอาชีพอื่น ร่วมมือกันลดการล่าสัตว์ป่า การบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ ช่วยอนุรักษ์ สภาพป่าไม้ให้คงความอุดมสมบูรณ์ และมีจิตสำนึกในการหวงแหนทรัพยากรของชาติ ร่วมมือดูแลรักษาให้คงอยู่เพื่อลูกหลานของเขาเหล่านั้นตลอดไป
เรียบเรียงโดย เรืองสุรีย์ วงศ์ทองสาลีกรมปศุสัตว์