สารบัญวารสาร
อุทกวิภาชประสิทธิ
ช้างกับคนที่ภูหลวง
สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ พระผู้นำ การส่งเสริม โภชนาการโลก
แหลมผักเบี้ย
การพึ่งพาระหว่างคน และป่า
ข่าวสั้น
"....ปัญหาสำคัญ คือ เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องน้ำเสีย กับขยะ ได้ศึกษามาแล้ว เหมือนกัน ทำไม่ยากนัก ในทางเทคโนโลยี ทำได้แล้ว ในเมืองไทยเอง ก็ทำได้ หาเทคโนโลยี จากต่างประเทศ มาแล้ว ทำในเมืองไทย ก็ทำได้ หรือจะจ้างบริษัท ต่างประเทศ มาทำก็ได้ นี่แหละ ปัญหาเดียวกัน เดี๋ยวนี้ กำลังคิดจะทำ แต่ติดอยู่ที่ ที่จะทำ""



การบำบัดน้ำเสีย ด้วย บ่อบำบัดน้ำเสีย
   
พระราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่อัญเชิญ มานี้ คือ ที่มาของ "โครงการศึกษาวิจัย และ พัฒนาสิ่งแวดล้อม แหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ" ด้วย ทรงตระหนัก ดีว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อม มีผลกระทบ เป็นอย่างมาก และนับวัน ปัญหานี้ ได้ทับถม ทวีคูณ มากยิ่งขึ้น ส่งผล ต่อการดำรงชีพ ของประชาชน ทั้งหลาย ที่ต้องประสบกับ ภาวะวิกฤต ที่เกิดจาก สิ่งแวดล้อม เสื่อมโทรม อย่างรุนแรง และรวดเร็ว

หลังจากนั้น หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ มูลนิธิชัยพัฒนา และสำนักงาน คณะกรรมการ พิเศษ เพื่อประสานงาน โครงการ อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และกรมชลประทาน ไปศึกษาดูงาน เกี่ยวกับ การบำบัดน้ำเสีย และ การกำจัด ขยะมูลฝอย ที่ประเทศ ออสเตรเลีย เพื่อ นำรูปแบบ และ วิธีการ มาปรับปรุงใช้ ให้เหมาะสม ในประเทศไทย

พื้นที่ ที่ถูกคัดเลือก ให้เป็นพื้นที่ ดำเนินการ โครงการ เพื่อสนอง พระราชดำริ คือ พื้นที่ สาธารณประโยชน์ ของจังหวัด เพชรบุรี ประมาณ 642 ไร่ ตั้งอยู่ใน บริเวณตำบล แหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี มีหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย มูลนิธิ ชัยพัฒนา สำนักงาน กปร. มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กรมชลประทาน กรมป่าไม้ กรมประมง สำนักงาน คณะกรรมการ วิจัยแห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันราชภัฏ เพชรบุรี และ จังหวัด เพชรบุรี


วัตถุประสงค์ ของ โครงการ ในการศึกษาวิจัย เกี่ยวกับ การกำจัดขยะ และ การบำบัดน้ำเสีย ชุมชน ได้กำหนด แผนการดำเนินงาน ไว้ดังนี้
     ระยะที่หนึ่ง : การทดลอง ศึกษา ความเป็นไปได้ (พ.ศ. 2535-2536)
     ระยะที่สอง : การหารูปแบบ การทดลอง ภาคปฏิบัติ (พ.ศ.2537-2539)
     ระยะที่สาม : การทดลอง ประสิทธิภาพ และ สร้างแบบจำลอง ระบบ บำบัดน้ำเสีย และการกำจัดขยะ (พ.ศ.2540-2542)
     ระยะที่สี่ : การสร้าง คู่มือ สำหรับ การประยุกต์ใช้ (พ.ศ.2543-2544)


    ปัจจุบัน การดำเนินงาน ศึกษาวิจัย ตามแผน ที่กำหนดไว้ ได้ดำเนินการ เรียบร้อยแล้ว และ สามารถ สร้างคู่มือ สำหรับ ประยุกต์ใช้ เพื่อเผยแพร่ การศึกษา วิจัยคือ

1. การบำบัดน้ำเสีย ด้วย ระบบ พื้นที่ชุ่มน้ำเทียม เป็น การบำบัดน้ำเสีย โดยการทำแปลง หรือ ทำบ่อ เพื่อกักเก็บน้ำเสีย ที่รวบรวมได้ จากชุมชน และ ปลูกพืชน้ำ ที่ผ่าน การคัดเลือกแล้ว ว่าเหมาะสมที่สุด 2 ชนิด

คือ กกกลม (กกจันทบูรณ์) (Cyperus Corymbosus Rottb.) และ ธูปฤาษี (Typha angustifolia Linn.) ช่วยใน การบำบัด น้ำเสีย โดยมีลักษณะ การให้น้ำเสีย 2 ระบบ คือ ระบบปิด เป็นระบบ ที่ให้น้ำเสีย ขังได้ ในระดับหนึ่ง และ มีการระบาย น้ำเสีย เติมลง ในระบบ ทุกวัน และ ระบบเปิด เป็นระบบ ที่ให้น้ำเสีย ลงสู่ ระบบบำบัด อย่างต่อเนื่อง น้ำเสียใหม่ เข้าไปดัน น้ำเสีย ที่ผ่าน การบำบัด ออกจากระบบ ให้ไหลล้น ทางระบายน้ำ หรือ ทางระบบท่อ ใต้ดิน สู่แหล่งน้ำ ธรรมชาติ ซึ่งมีระยะ เวลา ในการ พักน้ำเสีย 1 วัน และ พืชที่ปลูก สามารถ ตัดออก เพื่อ นำไป ใช้ประโยชน์ได้

   

2. การบำบัด น้ำเสีย ด้วยระบบ พืชกรองน้ำเสีย เป็นการ บำบัดน้ำเสีย โดยการทำแปลง หรือ ทำบ่อ เพื่อกักเก็บ น้ำเสียที่รวบรวม ได้จากชุมชน และ ปลูกพืช ที่ผ่าน การคัดเลือกว่า เหมาะสม 3 ชนิด คือ ธูปฤาษี กกกลม (กกจันทบูรณ์) และ หญ้าแฝก อินโดนีเซีย ช่วยในการ บำบัดน้ำเสีย โดยมีลักษณะ การให้น้ำเสีย คือ ระบบ ที่ให้น้ำเสีย ขังไว้ 5 วัน และปล่อยทิ้งไว้ ให้แห้ง 2 วัน และ ระบายน้ำ ที่ผ่านการบำบัด ออกจากระบบ โดยปล่อย ระบายน้ำ สู่ แหล่งน้ำ ธรรมชาติ และ พืชที่ปลูก สามารถ ตัดออก เพื่อนำไป ใช้ประโยชน์ได้

3. การบำบัด น้ำเสีย ด้วยระบบ บำบัดน้ำเสีย เป็นระบบ บำบัด แบบพึ่งพา ธรรมชาติ โดยอาศัย จุลินทรีย์ ย่อยสลาย สารอินทรีย์ ในน้ำเสีย และ การเติม ออกซิเจน จากการ สังเคราะห์แสง ของแพลงตอน ในน้ำเสีย ซึ่ง ในการออกแบบ สามารถ รองรับ น้ำเสียได้ 4,500-10,000 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน โดยมี บ่อบำบัด น้ำเสีย จำนวน 5 บ่อ ประกอบด้วย บ่อตกตะกอน 1 บ่อ บ่อผึ่ง 3 บ่อ และบ่อปรับสภาพ จำนวน 1 บ่อ ซึ่งคุณภาพน้ำ ที่ผ่านการบำบัด อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน น้ำทิ้งชุมชน
   


4. การบำบัดน้ำเสีย ด้วยระบบ หญ้ากรองน้ำเสีย เป็นการบำบัด โดยการทำแปลง หรือทำบ่อ เพื่อกักเก็บน้ำเสีย ที่รวบรวม ได้จากชุมชน และปลูกหญ้า อาหารสัตว์ ที่ผ่านการคัดเลือก ว่าเหมาะสม 3 ชนิด ช่วยในการบำบัด

   
คือ หญ้าสตาร์ (Cynodon plectostachyus) หญ้าคาลลา (Letpochloa fusca) และหญ้า โคสครอส (Sporobolus virginicus) มีลักษณะ การให้น้ำเสีย คือ ระบบที่ให้น้ำเสีย ขังไว้ 5 วัน และ ปล่อยทิ้ง ไว้ให้แห้ง 2 วัน และระบายน้ำ ที่ผ่านการบำบัด ออกจากระบบ โดยปล่อยระบายน้ำ สู่ แหล่งน้ำธรรมชาติ และ หญ้าเหล่านี้ สามารถตัดออก นำไปใช้เลี้ยงสัตว์ได้

5. การบำบัดน้ำเสีย ด้วยระบบ แปลงพืชป่าชายเลน เป็นการบำบัด โดยการทำแปลง เพื่อกักเก็บน้ำทะเล และ น้ำเสีย ที่รวบรวม ได้จากชุมชน และ ปลูกป่าชายเลน ด้วยพันธุ์ไม้ 2 ชนิด คือ ต้นโกงกาง และ ต้นแสม เพื่อช่วย ในการบำบัด อาศัยการเจือจาง ระหว่างน้ำทะเล กับ น้ำเสีย สามารถ นำไปประยุกต์ ใช้กับชุมชน หรือ กิจการเพาะเลี้ยงกุ้ง ที่มีพื้นที่ ติดอยู่กับ ป่าชายเลน ได้โดยไม่จำเป็น ต้องมีการก่อสร้าง แปลงพืชป่าชายเลน แต่จะต้องมี บ่อพักน้ำเสีย ไว้ระยะหนึ่ง และ ทำการ ระบายน้ำเสีย เหล่านั้น สู่พื้นที่ป่าชายเลน ที่มีอยู่ ในขณะที่ น้ำทะเล ขึ้นสูงสุด ซึ่งจะเป็นการ บำบัดน้ำเสีย ได้ในระดับหนึ่ง


6. การทำปุ๋ยหมัก จากขยะ โดยการฝังกลบ ในกล่องคอนกรีต จากการศึกษาวิจัย และ พัฒนา ในพื้นที่โครงการ ได้เทคโนโลยี การจัดการ ขยะมูลฝอยชุมชน โดยวิธีการ ทำปุ๋ยหมัก จากขยะ ด้วยการ ใช้กล่อง และบ่อคอนกรีต โดยอาศัย หลักการ ธรรมชาติ ช่วยธรรมชาติ และ เหมาะสม กับการนำไปประยุกต์ใช้ ได้กับชุมชน และ ตามครัวเรือน กล่อง หรือ บ่อคอนกรีต ที่ใช้ ในการหมักขยะ สามารถ รองรับขยะได้ ดังนี้ คือ
    1) กล่องคอนกรีต ขนาดกว้าง 2.00 เมตร ยาว 3.00 เมตร สูง 1.50 เมตร สามารถหมักปุ๋ย จากขยะได้สูงสุด เท่ากับ 6 ลูกบาศก์เมตร หรือ 2,000 กิโลกรัม (2 ตัน)
    2) บ่อคอนกรีต ขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.00 เมตร สูง 1.50 เมตร สามารถ หมักปุ๋ยจากขยะ ได้สูงสุด 1 ลูกบาศเมตร หรือ 330 กิโลกรัม

7. แนวทาง การจำแนกรูปแบบ ทางสังคม การประชาสัมพันธ์ และ สิ่งแวดล้อม ศึกษาเทคโนโลยี ตามแนวพระราชดำริ ซึ่ง จากการศึกษา วิจัย สามารถ แบ่งลักษณะ ของชุมชน เป็น 5 กลุ่ม คือชุมชนเกษตรกรรม ชุมชน พานิชยกรรม ชุมชนอุตสาหกรรม ชุมชนท่องเที่ยว และ นันทนาการ และชุมชนผสม โดยจะทำให้ นักประชาสัมพันธ์ และนักสิ่งแวดล้อม ศึกษาสามารถ วางแผน ในการประชาสัมพันธ์ และการให้ความรู้ เทคโนโลยี การกำจัดขยะ และ บำบัดน้ำเสีย ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ
   


จากวันที่ มีพระราชดำริ ให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันดำเนินงาน จวบจนวันนี้ ความก้าวหน้า ของโครงการศึกษา วิจัย และ พัฒนาสิ่งแวดล้อม แหลมผักเบี้ยอัน เนื่องมาจาก พระราชดำริ ได้เป็นที่ประจักแจ้งว่า บัดนี้ สามารถบำบัดน้ำเสีย ในเขตเทศบาล เมืองเพชรบุรี ได้และ มีกระบวนการ สร้างองค์ความรู้ พัฒนารูปแบบ การกำจัดน้ำเสีย และ ขยะ โดยวิธีธรรมชาติ ที่มีประสิทธิภาพ และ เหมาะสม กับ สภาพแวดล้อม โดยโครงการ ได้เผยแพร่ ผลการศึกษาวิจัย พร้อมคู่มือ สำหรับประยุกต์ใช้ และ แนวทางการปฏิบัติ ที่เหมาะสม ตามหลักวิชาการ ในการจัดการ แก้ปัญหา สภาพแวดล้อม จากน้ำเสีย และ ขยะมูลฝอย ดัง พระราชดำรัส สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทาน ในวโรกาส เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิด การสัมมนาวิชาการ ของโครงการ ศึกษาวิจัย และ พัฒนาสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2542 ความว่า
   
"เพื่อหา รูปแบบ เทคโนโลยี ที่เหมาะสม ประหยัด ไม่สลับ ซับซ้อน และ สามารถ นำไป ประยุกต์ใช้ ในชุมชนต่างๆ ได้ ผลการ ดำเนินงาน วิจัย ของโครงการ ศึกษาวิจัย และ พัฒนา สิ่งแวดล้อม แหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ สมควร จะนำไปเผยแพร่ ให้แก่ ประชาชน อันจะเป็น ประโยชน์ ต่อชุมชน และ ประเทศชาติ ต่อไป""