|
|
| พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว
เสด็จฯ ทรงประกอบพิธี วางศิลาฤกษ์ เขื่อนคลองท่าด่าน จังหวัดนครนายก |
|
|
วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน 2544 เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ไปโครงการ เขื่อนคลองท่าด่าน อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เพื่อทรงประกอบพิธี วางศิลาฤกษ์ เขื่อนคลองท่าด่าน โดยมีนายจุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา องคมนตรี ที่ปรึกษา กปร. พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประธาน กปร. นายสุเมธ ตันติเวชกุล นายมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ และ นายพิมลศักดิ์ สุวรรณทัต ที่ปรึกษาสำนักงาน กปร. นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการ กปร. พร้อมด้วยคณะ ผู้บริหาร สำนักงาน กปร. เจ้าหน้าที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และ ประชาชน เฝ้ารับเสด็จ
พระราชดำริในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2536 ให้กรมชลประทาน พิจารณา วางโครงการ และ สร้างอ่างเก็บน้ำ คลองท่าด่าน ณ บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เพื่อบรรเทาอุทกภัย ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ในลุ่มน้ำนครนายก ช่วยเหลือราษฎร ให้มีน้ำใช้ เพื่อการอุปโภคบริโภค และ การเกษตร รวมทั้ง แก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ส่งผลให้ราษฎร ไม่สามารถทำการเกษตรได้
|
โครงการเขื่อนคลองท่าด่าน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงได้เริ่มดำเนินการ มาตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2542 และให้ความช่วยเหลือ แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ จากการก่อสร้างเขื่อน โดยการจ่ายเงินชดเชย และ จ่ายค่าทดแทน ถิ่นฐานใหม่ แล ะส่งเสริมอาชีพเกษตร ผสมผสาน แทนการเก็บของป่า บนภูเขา ดังเช่นที่เคยทำมา
เมื่อโครงการ เขื่อนคลองท่าด่าน อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2547 จะส่งผลให้โครงการฯ สามารถส่งน้ำ เพื่อการเกษตร ให้แก่พื้นที่รวม 185,000 ไร่ เกษตรกรประมาณ 5,400 ครัวเรือน มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคถึง 16 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ทั้งยังช่วยบรรเทา ปัญหาดินเปรี้ยว และ ลดความเสียหาย ที่เกิดจากอุทกภัยได้
นับเป็น พระมหากรุณาธิคุณ และ พระอัจฉริยภาพ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงแก้ไขปัญหา การขาดแคลนน้ำ และ ป้องกันอุทกภัย ที่สร้าง ความทุกข์ยากเดือดร้อน แก่พสกนิกร โดยผ่านโครงการ เขื่อนคลองท่าด่าน อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ
| สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน
ทรงเยี่ยมราษฎร ในเขตจังหวัดกระบี่และพังงา |

|
|
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน ไปจังหวัดกระบี่ และ จังหวัดพังงา ในระหว่างวันที่ 8-14 เมษายน 2544 เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎร ทอดพระเนตร สภาพป่าชุมชน เพื่อการท่องเที่ยว เชิงนิเวศน์ ของหมู่บ้านทุ่งสูง ตำบลเขาใหญ่ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กลุ่มราษฎร อาสาสมัคร พิทักษ์ป่า จากหมู่บ้านทุ่งสูง ตำบลเขาใหญ่ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ และบ้านพิพัฒน์ ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดพังงา เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ และทอดพระเนตร ทัศนียภาพ ป่าพรุท่าปอม บ้านหนองจิก ตำบลเขาคราม อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซึ่งทำให้ราษฎร ที่มาเฝ้ารับเสด็จ สำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณ และ ตั้งใจในการพิทักษ์รักษา ป่าชุมชนของตน ต่อไป
|
| สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
เสด็จฯ ทรงเปิด พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช |
|
|
วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน 2544 เวลา 17.00 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิด พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวร มหาราช ณ บริเวณทุ่งภูเขาทอง ตำบล ภูเขาทอง อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัด พระนครศรีอยุธยา
โครงการก่อสร้าง พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชนี้ เป็นพระราชเสาวนีย์ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยมีพระราชประสงค์ ให้อนุรักษ์พื้นที่ บริเวณทุ่งภูเขาทอง ซึ่งเคยเป็นสถานที่ ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ทรงต่อสู้ทำศึก กับอริราชศัตรู โดยจัดทำเป็น อนุสรณ์สถาน รวมทั้ง จัดสร้างอ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ เพื่อใช้เป็นที่กักเก็บน้ำ สำหรับราษฎร เพื่อใช้ในการเกษตร ในช่วงฤดูแล้ง และ เป็นแหล่งรองรับน้ำ ระบายน้ำ ที่ท่วมขัง ในฤดูน้ำหลาก เฉกเช่นเดียวกับ โครงการก่อสร้าง พระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระสุริโยทัย ณ บริเวณ ทุ่งมะขามหย่อง ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ ในปี 2538
โครงการทั้งสอง ดังกล่าว นอกจากจะเป็น การเทิดพระเกียรติ บูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าแล้ว ยังได้อำนวยประโยชน์สุข ในการดำเนินชีวิต แก่อาณาประชาราษฎร์ สมดังพระราชเสาวนีย์ทุกประการ
|
| สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
เสด็จฯ แทนพระองค์ในการปฏิบัติพระราชกิจ
ณ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก
|

|
|
วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2544 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน แทนพระองค์ ทรงประกอบพิธี บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในพระเกศพระประธาน และ ทรงยกฉัตรพระประธาน พระพุทธกาญจนธรรมสถิต ณ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นวัดในพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยมีพระราชประสงค์ ให้เป็นวัดแบบอย่าง ในการก่อสร้าง ที่มีขนาดเล็ก เรียบง่าย และ ประหยัด เป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ และ ศรัทธา ตลอดจน เผยแพร่ความรู้ ทั้งด้านศาสนา สังคม และ จริยธรรม แก่เยาวชน และ ประชาชน ในชุมชน เพื่อขัดเกลาจิตใจ ให้มีจิตสำนึก ต่อสังคม โดยเน้นการมีส่วนร่วม ในการทำกิจกรรม อันเป็นประโยชน์ ต่อส่วนรวม ในลักษณะ 3 ประสาน คือ บ้าน-วัด-โรงเรียน หรือ บ-ว-ร อันเป็นจุดเด่น ของสังคมไทย ในอดีต มาปรับใช้ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในลักษณะของ การพึ่งพาอาศัย เกื้อกูลซึ่งกัน และกัน ซึ่งจะนำไปสู่ การพัฒนาที่ยั่งยืน ในที่สุด
พระประธาน ประจำอุโบสถวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำมาประดิษฐานนี้ เป็นพระพุทธรูป ปางมารวิชัย (ปางชนะมาร) ลักษณะกึ่งจริง ตามแนวพุทธศิลปะในรัชสมัย พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยได้พระราชทาน พระราชกระแส ให้แก้ไข แบบที่นาวาเอก อาวุธ เงินชูกลิ่น อธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งเป็นผู้ออกแบบ เพียงเล็กน้อย และ พระราชทานชื่อว่า
|
พระพุทธกาญจนธรรมสถิต
วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก มีภิกษุสามเณร ที่เป็นตัวอย่างอันดี แก่ประชาชน ในการประพฤติ ปฏิบัติตนตามหลักธรรม และ ยังได้จัดกิจกรรม ส่งเสริมความรู้ ทางพุทธศาสนา ฝึกอบรมศีลธรรม จริยธรรมแก่เยาวชน และ ประชาชน ซึ่งส่งผลถึง การพัฒนาคุณภาพชีวิต และ จิตใจ สร้างความเข้มแข็ง แก่ชุมชน อันเป็นรากฐาน ที่สำคัญ ในการพัฒนาประเทศ ให้มีความมั่นคง และ ดำรงอยู่ต่อไป วัดแห่งนี้ จึงเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ และ ศรัทธา ของพุทธศาสนิกชน อย่างแท้จริง
| สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จฯ เยือน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
|

|
|
สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน เยือนประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว ในระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2544 เพื่อติดตาม ความก้าวหน้า การดำเนินงาน โครงการส่งเสริม กิจกรรม ของโรงเรียน วัฒนธรรม แขวงเวียงจันทน์ (หลัก 67) และ โครงการศูนย์พัฒนา และ บริการด้านการเกษตร ห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22)
การเสด็จฯ ไปโครงการ ส่งเสริมกิจกรรม ของโรงเรียนวัฒนธรรม (หลัก 67) ในครั้งนี้ เพื่อทรงประกอบพิธี เปิดอาคารเรือนนอน นักเรียนชั้นประถม ซึ่งได้พระราชทาน พระราชานุมัติ เงินก่อสร้างอาคาร จากกองทุนพระราชทาน ไทย-ลาวสัมพันธ์ และ จากมูลนิธิชัยพัฒนา และ ได้ทอดพระเนตร การดำเนินงาน ของโครงการฯ ซึ่งฝ่ายไทย ให้การสนับสนุน ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านอุปกรณ์การเรียน การสอน อุปกรณ์กีฬา การตรวจสุขภาพ และ ยารักษาโรค
|
โครงการ ศูนย์พัฒนา และ บริการด้านการเกษตร ห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) นี้ เป็นโครงการ ที่ได้รับ พระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ตามที่นายไกสอน พมวิหาน อดีตประธานประเทศ มีสาส์นกราบบังคมทูล ขอพระราชทาน ความช่วยเหลือ เมื่อปี 2537 โดยให้จัดตั้งขึ้น ในลักษณะเช่นเดียวกับ ศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นแบบอย่าง และ เป็นสถานที่ ถ่ายทอดความรู้ ให้แก่ราษฎร ที่เข้ามาศึกษาดูงาน และ ช่วยเหลือให้บริการ ในการทำการเกษตร ให้มีผลผลิตสูงขึ้น ในการนี้ ได้ทรงปล่อยปลา ณ สระบัว หน้าอาคารสำนักงาน โครงการฯ และทอดพระเนตร ครอบครัวเกษตรกร ตัวแบบ 4 ราย ที่ได้รับคัดเลือก เข้ามาอยู่อาศัย และทำกิน เพื่อเป็นตัวอย่าง แก่เกษตรกรรายอื่นๆ ได้มาศึกษาดูงาน เรียนรู้ การพัฒนาการเกษตร แบบผสมผสาน และ นำไปปรับใช้ ในพื้นที่ของตน
การดำเนินงาน ของโครงการทั้งสอง ดังกล่าวนี้ เป็นความร่วมมือ ระหว่างประเทศไทย กับประเทศสาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาว ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมาก แก่ประชาชนชาวลาว ซึ่งนำไปสู่ การยกระดับความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และ เป็นการเสริมสร้าง ความสัมพันธ์อันดี ระหว่างสองประเทศ ให้มีความแน่นแฟ้น มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ก็ด้วยเพราะ พระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใย ในทุกข์สุขของประชาชน ในประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน มาเป็นเวลาช้านาน
| พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง
เหรัญญิก และรองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา
|
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2544 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายพิมลศักดิ์ สุวรรณทัต กรรมการ และ รองเหรัญญิก มูลนิธิชัยพัฒนา เป็น กรรมการ และ เหรัญญิก มูลนิธิชัยพัฒนา สืบแทน พลตรีประถม บุรณศิริ ซึ่งถึงแก่อนิจกรรม พร้อมนี้ ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ เป็นกรรมการ และ รองเหรัญญิก มูลนิธิชัยพัฒนา ทั้งนี้ มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ วันที่ 10 เมษายน 2544 เป็นต้นไป
|
| สิทธิบัตรเครื่องกลเติมอากาศแบบ RX 5C
ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
|
เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2544 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ออกสิทธิบัตร "เครื่องกลเติมอากาศ แบบอัดอากาศ และดูดน้ำ" (เครื่องกลเติมอากาศ แบบ RX 5C) ในพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงคิดค้น และ ออกแบบ เครื่องกลเติมอากาศ ขนาดเล็ก เพื่อใช้ ปรับปรุงคุณภาพน้ำ ในแหล่งน้ำ ที่ไม่สามารถติดตั้ง กังหันน้ำชัยพัฒนาได้ หรือ นำไปใช้ร่วมกับ กังหันน้ำชัยพัฒนา โดยมี นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการ และ เลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้แทน ในการดำเนินการ ขอจดสิทธิบัตร เครื่องกลเติมอากาศ แบบ RX 5C
|
|
เครื่องกลเติมอากาศ แบบ RX 5C (Royal Experiment 5C) เป็นเครื่องกลเติมอากาศ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน พระราชดำริ พร้อมทั้ง ภาพลายฝีพระหัตถ์ เครื่องกลเติมอากาศต้นแบบ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2533 ให้กรมชลประทาน นำไปสร้าง และ ทดสอบการทำงาน ที่อ่างเก็บน้ำ ห้วยตะแปด ในศูนย์ศึกษา การพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อได้ทดสอบการทำงานแล้ว จึงได้มีการปรับปรุง ให้เครื่องมีขนาดเล็ก และ เพิ่มประสิทธิภาพ ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ เพื่อนำไปใช้ในแหล่งน้ำ ที่ไม่สามารถติดตั้ง กังหันน้ำชัยพัฒนาได้ หรือนำไปใช้ ร่วมกับ กังหันน้ำชัยพัฒนา จากนั้น จึงได้นำ เครื่องกลเติมอากาศ แบบ RX 5C ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ ตามพระราชดำริ ขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวาย และ สาธิตการทำงาน เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2543 ณ วังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งในปัจจุบัน เครื่องกลเติมอากาศ เครื่องนี้ ยังคงใช้งานอยู่ ที่วังไกลกังวล
|
การทำงาน ของเครื่องกลเติมอากาศ แบบ RX 5C ใช้หลักการ ที่เรียบง่าย คือ เครื่องจะดูดน้ำเสีย ที่อยู่ก้นบ่อ เข้าผสมกับ อากาศภายนอก ทำให้น้ำไหลหมุนเวียน โดยอาศัยแรงขับ ของมอเตอร์ไฟฟ้า ขนาด 2 แรงม้า 3,000 รอบ/นาที การทำงานเช่นนี้ สามารถถ่ายเทออกซิเจน ได้ประมาณ 1.8-2 กิโลกรัมออกซิเจน /แรงม้า /ชั่วโมง ส่งผลให้น้ำ มีคุณภาพดีขึ้น นอกจากนี้ ยังนำไปดัดแปลง ใช้ประโยชน์เป็น ปั๊มดูดตะกอนเลน โดยปิดทางเข้าอากาศ ได้อีกด้วย
การจดสิทธิบัตร เครื่องกลเติมอากาศ แบบ RX 5C ในพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนี้ เป็นเครื่องที่ 2 นับจากที่ ได้มีการจดสิทธิบัตร กังหันน้ำชัยพัฒนา เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536 เป็นการแสดงถึง พระอัจฉริยภาพ และ พระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงหาวิธีการแก้ไข และ ปรับปรุง คุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "น้ำ" ซึ่งเป็นทรัพยากร ที่มีความสำคัญยิ่ง ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ดังพระราชดำรัส ที่ว่า "น้ำ คือ ชีวิต"
| ทูลเกล้า ฯ ถวายเพื่อสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
|
วันพุธที่ 21 มีนาคม 2544
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการ และ เลขานุการ มูลนิธิชัยพัฒนา นำนายสี วรรณเทวี และคณะ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย โฉนดที่ดิน เลขที่ 41734, 41757, 41758 ตั้งอยู่ที่ ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี รวมเนื้อที่ จำนวน 63 ไร่ 1 งาน 3 ตารางวา ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนา ได้รับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2543 โดยเสด็จพระราชกุศล สมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริ ให้นำพื้นที่ดังกล่าว ไปศึกษา ในเรื่องการฟื้นฟูดิน โดยให้พิจารณา ปลูกหญ้าแฝก และ ต้นไม้ใหญ่ เพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เศษใบไม้ กิ่งไม้ หรือการพังทลายของดิน ไหลลงไปทับถม ในลำห้วยข้างล่าง ซึ่งจะก่อให้เกิดน้ำท่วม ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เศษใบไม้ กิ่งไม้ที่ไหลลงมารวมกัน ตามแนวแฝก ก็จะกลายเป็นปุ๋ยอย่างดี เพิ่มหน้าดิน และ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งผลการศึกษาที่ได้ ให้นำไปเปรียบเทียบ กับการดำเนินงาน โครงการศึกษาวิจัย และ ฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรม เขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ จังหวัดราชบุรี
|
วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม 2544
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน พระราชวโรกาส ให้นายมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ กรรมการ และ รองเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา นำนางประจวบ โพธิ์เงิน และคณะ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายเงิน จำนวน 150,000 บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยเสด็จพระราชกุศล สมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน พระราชวโรกาส ให้นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการ คณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงาน โครงการ อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ นำนายศุภชัย ผดุงเจริญ และคณะ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายโฉนดที่ดิน เลขที่ 11411 ตั้งอยู่ที่ ตำบลสุขเดือนห้า กิ่งอำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท จำนวน 41 ไร่ 3 งาน 20 ตารางวา ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนา ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2543
|
วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม 2544
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน พระราชวโรกาสให้ นายมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ กรรมการ และ รองเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา นำนางพรพริ้ง สุขสันติสุวรรณ นายกสมาคมนายหน้าช่วง บริษัทหลักทรัพย์ และ คณะ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายเงิน จำนวน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยเสด็จพระราชกุศล สมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
|
วันอังคารที่ 12 มิถุนายน 2544
สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน พระราชวโรกาสให้ นายมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ กรรมการ และ รองเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา นำนายอนนต์ ลักคุณะประสิทธิ์ และคณะ เข้าเฝ้าฯ ทูลกล้าทูลกระหม่อม ถวายหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ที่ดิน (น.ส. 3ก) เลขที่ 1077-1090 รวมทั้งสิ้น 14 แปลง พื้นที่ 156 ไร่ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 6 ตำบลตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนา ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2544 โดยเสด็จพระราชกุศล สมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
|
| คณะบุคคล มอบเงินสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
|
วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม 2544
นายสุวรรณ พัฒนาสุวรรณ นางจินดา พัฒนาสุวรรณ และคณะ ในนามห้างหุ้นส่วนจำกัด ต. สุวรรณรัตน์ มอบเงินรายได้ จากการจัดทำหนังสือ "พระกำลังแผ่นดิน" จำนวน 1,500,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) และมอบหนังสือดังกล่าว จำนวน 500 เล่ม โดยมีนายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการ และ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้รับมอบ
นายสุรวงศ์ วัฒนกูล มอบเงิน จำนวน 42,000 บาท (สี่หมื่นสองพันบาทถ้วน) และมอบหนังสือ "ได้ขำ ได้คิด" จำนวน 10 เล่ม และนางผาณิต กันตามระ มอบเงิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) โดยมีนายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการ และ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้รับมอบ
|
วันพุธที่ 11 เมษายน 2544
พันเอกนิพัฒน์ จินตกะวงค์ หัวหน้าฝ่าย โทรทัศน์ดาวเทียม สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ในฐานะตัวแทน พี่น้องชาวไทยใน 4 ทวีปทั่วโลก มอบเงิน จากการจัดรายการพิเศษ เฉลิมพระเกียรติ "ธ สถิตย์เหนือดวงใจ ไทยทั่วโลก" ผ่านทางโครงการ Thai TV Global Network (TGN) เมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2543 ตั้งแต่เวลา 11.00-23.00 น. และแพร่ภาพ ครอบคลุม 158 ประเทศทั่วโลก จำนวน 194,256.05 บาท (หนึ่งแสน เก้าหมื่น สี่พัน สองร้อย ห้าสิบ หก บาท ห้า สตางค์) โดยมี นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการ และ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้รับมอบ
|
วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2544
นางอรษา บุญศรี ในนามนางสายหยุด บุญศรี มอบเงิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) โดยมีนายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการ และ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้รับมอบ
|
วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม 2544
นายพยุงกิจ จิวะมิตร รองผู้อำนวยการ การท่าเรือฯ ฝ่ายปฏิบัติการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย และคณะ มอบเงิน 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) โดยมีนายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการ และ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้รับมอบ
|
|