ฉบับ เดือน สิงหาคม ๒๕๔๕       

 


สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
เสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในเขตพื้นที่ภาคเหนือ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ แปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 9 มีนาคม - 3 เมษายน 2545 เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานศิลปาชีพ และเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ทุรกันดาร พร้อมทั้งพระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาและแนวทางในการดำเนินงานต่อไป

โครงการต่างๆ ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงงาน อาทิเช่น โครงการอนุรักษ์สภาพป่าไม้ในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ โครงการพัฒนาพื้นที่รอยต่ออันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมือง อำเภอเมืองปาน และอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง โครงการการจัดตั้งหมู่บ้านชาวไทยภูเขาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หมู่บ้านยามชายแดน) อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน สถานีสาธิตและถ่ายทอดการเกษตร ป่าไม้ สิ่งแวดล้อมตามพระราชดำริ บ้านลีซอแปกแซม จังหวัดแม่ฮ่องสอน และโครงการพัฒนาป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น

การเสด็จฯ ไปศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ทอดพระเนตรและเยี่ยมกลุ่มสมาชิกของโครงการธนาคารอาหารชุมชนตามพระราชดำริ และทอดพระเนตรกิจกรรมโครงการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์เขียดแลวแบบธรรมชาติ พร้อมทั้งได้ทรงปล่อยเขียดแลวสู่ธรรมชาติ

ส่วนการเสด็จฯ ไปโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านแม่ตุงติงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสะเมิง โครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านขุนแตะอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทอดพระเนตรการปลูกข้าวสาลีและผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลี การเลี้ยงเป็ดอี้เหลียง เป็ดเทศ เป็ดไข่ ห่านและไก่งวง การเลี้ยงหมูจินหัวและผลิตภัณฑ์จากหมูจินหัว การเลี้ยงหมูป่า เก้ง เนื้อทราย กระต่ายเนื้อ และแกะ การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม กาแฟ การทำไวน์หม่อน และการเพาะเห็ด โดยผลสำเร็จของฟาร์มตัวอย่างในอนาคตจะเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ราษฎรสามารถดำเนินการได้เอง และเป็นศูนย์ถ่ายทอดข้อมูลทางการเกษตรที่ได้ผลอีกแห่งหนึ่ง



นอกจากนี้ ได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรผลงานผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพและผลิตผลแปรรูปของโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผลงานผลิตภัณฑ์ของสมาชิกศิลปาชีพบ้านแม่ตุงติง เช่น กลุ่มแกะสลัก กลุ่มทอผ้า และกลุ่มตีมีด โรงฝึกงานเครื่องปั้นดินเผาเซรามิกภายในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่รอยต่ออันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง และได้ประทับเรือพระที่นั่งทอดพระเนตรสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรสองฝั่งลำน้ำปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

พร้อมนี้ได้พระราชทานถุงของขวัญแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ พระราชทานสิ่งของแก่ราษฎรในทุกหมู่บ้านที่ได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยม และพระราชทานเครื่องสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์แก่ผู้นำหมู่บ้านห้วยปูลิง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

การทรงงานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยการเสด็จฯ ไปติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ และการเสด็จฯ ไปเยี่ยมและทอดพระเนตรชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารนี้ ด้วยทรงมุ่งหวังให้ราษฎรที่ทรงห่วงใย มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นั่นเอง


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จฯ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2545 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เพื่อทรงเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ และทรงเปิดสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสิรินธร 6 โดยมี ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี ฯพณฯ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี นายวิทยา ปิณฑแพทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ กรรมการและรองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา เลขาธิการ กปร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าฯ รับเสด็จ

"สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา" เป็นนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดสร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา ในปี พ.ศ. 2542 ตั้งอยู่บริเวณชายหาดแหลมเสด็จ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เป็นอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ประกอบด้วย ตู้แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ 36 ตู้ จัดแสดงสัตว์น้ำทะเล 4 ประเภท คือ ปลาทะเลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ปลาทะเลสวยงาม ปลาที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการัง และปลาทะเลที่มีรูปร่างแปลก ซึ่งนักเรียน นักศึกษา และประชาชนสามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศน์ ถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำได้

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสิรินธร 6 ตั้งอยู่ในบริเวณชายหาดแหลมเสด็จ จัดตั้งขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเจริญพระชนพรรษา 72 พรรษา และเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระการเลี้ยงดูบุตรหลานของเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ และราษฎร ที่อยู่ในเกณฑ์ก่อนวัยเรียน โดยรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 3-6 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเด็กจะได้รับอาหารและนม เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์

การดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ ซึ่งเน้นในเรื่องการศึกษา ทดลอง วิจัย และสาธิตการพัฒนาและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมชายฝั่ง การส่งเสริมและให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงกุ้งกุลาดำด้วยการทำระบบชลประทานน้ำเค็ม การอนุรักษ์และรวบรวมพันธุ์ไม้ป่าชายเลน และมุ่งเน้นการพัฒนาช่วยเหลือราษฎรที่มีฐานะยากจนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มอาชีพของราษฎรได้ถึง 46 กลุ่ม

นับตั้งแต่ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ มาเป็นเวลา 20 ปี สามารถดำเนินการจนบรรลุวัตถุประสงค์ ทำให้สภาพสิ่งแวดล้อมในบริเวณอ่าวคุ้งกระเบนดีขึ้น ราษฎรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีจิตสำนึกในการหวงแหนและให้ความร่วมมือในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า ซึ่งเป็นตัวอย่างอันดีที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในงานพัฒนา ผู้นำชุมชน และประชาชน จะได้เข้ามาศึกษา ดูงาน และนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองต่อไป


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในเขตพื้นที่ภาคใต้

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในเขตจังหวัดยะลา นราธิวาส และสงขลา ในระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2545 เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เช่น โครงการฝึกอาชีพ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ของโรงเรียนสมบูรณ์ศาสน์ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา โรงเรียนบ้านปลักปลา อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสื่อมวลชนกีฬา โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านบาโรย และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านทุ่งสบายใจ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา นอกจากนี้ ได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรห้องสมุดโรงเรียน ห้องบริการสื่อการเรียนการสอน ห้องเด็กเล็กก่อนวัยเรียน ศาลาน้ำดื่มไอโอดีน โรงอาหาร-ห้องครัว ห้องพยาบาล พร้อมทั้งพระราชทานแนวพระราชดำริและพระราชทานสิ่งของแก่ครูตำรวจตระเวนชายแดน ผู้ดูแลเด็ก ผู้แทนนักเรียน และพระราชทานพันธุ์ไม้ผลแก่ผู้แทนชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ การเสด็จฯ ในครั้งนี้ ทรงนำหน่วยแพทย์พระราชทานไปตรวจรักษาราษฎรที่เจ็บป่วย พร้อมทั้งทรงรับผู้ป่วยที่ยากจนไว้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ด้วย


องคมนตรีตรวจเยี่ยมการดำเนินงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ

เมื่อวันที่ 19-20 มิถุนายน 2545 ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมด้วย นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ กรรมการและรองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา เลขาธิการ กปร. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กปร. เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยมี นายอภิชาติ จงสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปการดำเนินงานที่ผ่านมา

โดยในลำดับแรกได้เยี่ยมชมกิจกรรมและความก้าวหน้าในการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ดังนี้ การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการจัดการดินเปรี้ยวเพื่อการเพาะปลูกพืชในรูปแบบต่างๆ เช่น ไม้ผลแบบผสมผสานพืชไร่และพืชผัก เป็นต้น แปลงสาธิตทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นต้นแบบของการจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรที่สามารถให้เกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมในพื้นที่ของตนเอง การอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การนำน้ำมันปาล์มมาทดแทนน้ำมันดีเซล โดยได้ตั้งโรงงานสกัดและแปรรูปน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก เพื่อศึกษาวิจัยและทดสอบการแปรรูปปาล์มน้ำมัน การปลูกสาคูเชิงธุรกิจ และการศึกษาวิจัยการนำกระจูดมามุงหลังคา

จากนั้นได้ติดตามความก้าวหน้าและศึกษาดูงานการศึกษาวิจัยไม้ป่าพรุที่ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ซึ่งตั้งขึ้นในเขตพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง เมื่อปี 2533 เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมายุครบ 3 รอบ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการฟาร์มตัวอย่าง อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นรูปแบบตัวอย่างของแหล่งจ้างแรงงานเกษตรกรที่จะได้มีโอกาสเข้ามาฝึกฝนการทำการเกษตรในด้านต่างๆ และจะเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส และโครงการพัฒนาพื้นที่ดินเปรี้ยวบ้านยูโยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ โดยได้ส่งเสริมการขุดยกร่อง เพื่อปลูกพืชไร่ ไม้ผล และการปรับปรุงดินเพื่อการปลูกข้าว

การดำเนินงานเพื่อสนองพระราชดำริของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ นี้ นอกจากจะเป็นแบบอย่างที่หน่วยงานและราษฎรจะนำไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับการทำงานและการดำเนินชีวิตของตนเองแล้ว ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจะยังประโยชน์สุขแก่ประชาชนอย่างยั่งยืนอีกด้วย



เหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนาตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนา
อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2545 นายพิมลศักดิ์ สุวรรณทัต กรรมการและเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา นายปกรณ์ สัตยวณิช ผู้ช่วยเลขาธิการ กปร. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กปร. ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน

โครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชานุมัติให้รับโอนที่ดิน จำนวน 11 ไร่ 65 ตารางวา ไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิชัยพัฒนา และทรงเห็นชอบให้ดำเนินการพัฒนาปรับปรุงที่ดินให้เป็นแปลงการเกษตรผสมผสาน เพื่อเป็นตัวอย่างให้ราษฎรที่ประกอบอาชีพทางการเกษตรได้เห็นและนำแบบอย่างไปปรับประยุกต์ใช้ โดยพิจารณาจ้างเกษตรกรซึ่งไร้ที่ดินทำกิน หรือนักศึกษาว่างงานเข้ามาเป็นแรงงาน โดยในระยะแรกจะให้ค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน และหากมีผลผลิตแล้วจะลดเงินเดือน แต่ให้ผลผลิตทางการเกษตรเป็นการตอบแทน ทั้งนี้ในเบื้องต้นส่วนราชการจะให้คำแนะนำทางวิชาการและสนับสนุนปัจจัยทางการผลิตด้วย

ขณะนี้ ส่วนราชการได้จัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน และจะดำเนินการปรับปรุงถนนเข้าสู่โครงการ รวมทั้งจัดหาน้ำสนับสนุนโครงการ ซึ่งการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้เหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนาได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานว่า การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวนั้น ราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียงควรได้รับประโยชน์ด้วย โดยเฉพาะเรื่อง"น้ำ" ที่จะนำเข้ามาในพื้นที่ และควรปลูกพืชระยะสั้นเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน และที่สำคัญที่ดินแปลงนี้เคยทำการเกษตรแบบผสมผสานมาแล้ว แต่ได้เลิกไป ปล่อยทิ้งให้รกร้าง วัชพืชปกคลุม จึงควรพัฒนาโดยยึดโครงสร้างเดิมเป็นหลักเพื่อการประหยัดและพัฒนาให้บังเกิดผล เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ราษฎรต่อไป