ฉบับ เดือน สิงหาคม ๒๕๔๖       

 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในเขตพื้นที่ภาคเหนือ
                   สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ แปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 9 มกราคม - 28 มีนาคม 2546 เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานศิลปาชีพ ทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ทุรกันดาร และได้พระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาต่างๆ และแนวทางในการดำเนินงานต่อไป
                   โครงการต่างๆ ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงงาน อาทิ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ บ้านอาข่า (เก่า) แม่ตาช้าง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ดอยผ้าห่มปก อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงดอยแบแลตามพระราชดำริ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น
                   ในการเสด็จฯ ไปบ้านน้ำรีพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดเชียงใหม่ บ้านห้วยหยวกป่าไซ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย พื้นที่ต้นน้ำห้วยแม่เกี๋ยง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ บ้านธารทอง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และเขาอมพาย อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทอดพระเนตรสภาพพื้นที่ป่าต้นน้ำที่ถูกแผ้วถาง และได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการสถานีทดลองเกษตรที่สูงในพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าและพัฒนาพื้นที่ที่ถูกทำลายให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเป็นแหล่งความรู้ด้านการประกอบอาชีพทางการเกษตร สำหรับการพึ่งตนเองของราษฎรในอนาคต และเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยตามบริเวณแนวชายแดนให้ได้มีความเป็นอยู่ที่เหมาะสม ให้ความร่วมมือแก่ทางการ และมีส่วนร่วม ตลอดจนมีจิตจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากร
                   นอกจากนี้ ได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลงานของสมาชิกศิลปาชีพของโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมทั้งได้พระราชทานถุงของขวัญแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ พระราชทานพันธุ์ไม้ สิ่งของ แก่ราษฎรในทุกหมู่บ้าน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งที่ทรงมีแก่ราษฎรที่อาศัยอยู่ชายแดนภายใต้ร่มพระบารมี


 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร โครงการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
                   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังโครงการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม 2546 ในการนี้นายนิรันดร์ชัย เพชรสิงห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และประธานมูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรในพระราชูปภัมถ์ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเฝ้าฯ รับเสด็จ
                   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชดำริแก่ นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2537 ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน มีใจความสรุปคือ "ให้จัดหาพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อทดลองปลูกและฟื้นฟูสภาพป่าชายเลน เพื่อให้ระบบนิเวศน์ป่าชายเลนกลับคืนสู่ธรรมชาติ" และในวันที่ 17 สิงหาคม 2537 ได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมให้ดำเนินการ "ศึกษาหาวิธีที่จะดูแลรักษาให้ต้นไม้ชายเลนที่ปลูกไว้นี้อยู่รอด และดำเนินการปลูกเพิ่มเติมต่อไป" ต่อมาวันที่ 13 พฤศจิกายน 2543 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย มาเป็นชื่อของโครงการ "อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร"
                   โครงการดังกล่าวจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ 48 พรรษา ในปี พ.ศ.2546 และฟื้นฟูพัฒนาสิ่งแวดล้อมป่าชายเลน ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณให้มีความสมดุลของระบบนิเวศน์ พร้อมทั้งพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ประชานเข้ามาศึกษาหาความรู้และกระตุ้นให้ตระหนักถึงคุณค่าของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมป่าชายเลนให้คงอยู่ตลอดไป

                   กิจกรรมต่างๆที่ได้ดำเนินการไปแล้วได้แก่ การฟื้นฟูระบบนิเวศน์ด้านต่างๆ เช่น ปลูกป่าชายเลนจำนวน 160 ไร่ ปลูกป่าชายหาดและป่าบกจำนวน 538 ไร่ ปลูกป่าในพื้นที่ดินเสื่อมโทรมจำนวน 200 ไร่ และจัดทำเส้นทางสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 640 เมตร เพื่อบริการแก่นักท่องเที่ยว นอกจากนั้น ยังได้บูรณะซ่อมแซมและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงประกาศเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวันเป็นเขตอภัยทานสัตว์

                   และในโอกาสต่อไปจะดำเนินการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลและพื้นที่ชุ่มน้ำกร่อยโดยก่อสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์ทะเล (ประการังเทียม) ก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลและป้องกันทรายปิดปากคลอง พร้อมทั้งจัดสร้างนิทรรศการและปรับปรุงภูมิทัศน์ ระบบนิเวศน์ชายฝั่งทะเล รวมถึงการฟื้นฟูที่ชุ่มน้ำจืด โดยการพัฒนาและฟื้นฟูทุ่งน้ำจืดภายในอุทยานเพื่อเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ชุ่มน้ำจืดและน้ำกร่อย ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและเพาะพันธุ์ปลาที่อาศัยอยู่หลากหลายชนิด ตลอดจนพัฒนาด้านการส่งเสริมภูมิปัญญาไทย อาทิ การนวดแผนโบราณ การใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ เป็นต้น รวมทั้งให้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการด้านการศึกษา และจัดระบบบำบัดน้ำเสียแบบวิธีธรรมชาติพร้อมกลับคืนชีวิตสู่พระราชนิเวศน์มฤคทายวันเพื่อเป็นการศึกษาเชิงประวัติศาสตร์สู่สาธารณชนรุ่นหลังต่อไป

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสระบุรี

                  เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2546 ฯพณฯ นายจุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ฯพณฯ นายพลากร สุวรรณรัฐ และ ฯพณฯ นายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลเขาดินพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุร ในการนี้นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการ กปร. ได้ให้การต้อนรับ และนายเทิดศักดิ์ บุญยขจร นายช่างใหญ่ฝ่ายกิจกรรมพิเศษกรมชลประทาน กล่าวบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ฯ ซึ่งประกอบด้วย โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการก่อสร้างโรงสูบน้ำแก่งคอย-บ้านหมอ โครงการสาธิตทฤษฎีใหม่และโครงการขยายผล
                   เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2531 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาวขึ้นที่หมู่ที่6 บ้านเขาหินปูน ตำบลเขาดินพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี สำหรับเก็บกักน้ำฝนเพื่อช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกทางตอนล่างในเขตตำบลเขาดินพัฒนา และตำบลห้วยยาง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ซึ่งขาดแคลนน้ำใช้ในการทำนาและสำหรับอุปโภค-บริโภค พร้อมทั้งเป็นแหล่งน้ำไว้ใช้ในแปลงสาธิตการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ณ บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนา                 
                  อ่างเก็บน้ำห้วยหินขาว มีความจุ 880,306 ลูกบาศก์เมตร และในฤดูแล้งจะมีอัตราการระเหยและรั่วซึมของน้ำค่อนข้างสูงคือเฉลี่ยวันละประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร หรือประมาณวันละ 3,800 ลูกบาศก์เมตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2536 ให้ขุดสระเก็บน้ำประจำไร่นาของราษฎร บริเวณใต้อ่างลงมาเพื่อเก็บกักน้ำฝนไว้ใช้ทำการเกษตร และให้จัดทำระบบชลประทานเพื่อนำน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาวมาเติมในสระน้ำประจำไร่นา เมื่อน้ำในสระขาดแคลนและเมื่อโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แล้วเสร็จก็ให้พิจารณาหาแนวทางนำน้ำจากโครงการดังกล่าวมาเติมในอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาว
                  ปัจจุบันกรมชลประทานกำลังดำเนินการก่อสร้างสถานีสูบน้ำพร้อมระบบท่อส่งน้ำเพื่อสูบน้ำจากคลองส่งน้ำสายใหญ่ของโครงการสูบน้ำแก่งคอย-บ้านหมอ เพื่อส่งให้พื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาวฝั่งซ้าย และเติมน้ำลงในอ่างดังกล่าวให้แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2547 ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรและราษฎรในการนำน้ำไปใช้ในการเกษตรและอุปโภค-บริโภค ต่อไป



ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและจังหวัดกาญจนบุรี
  

                เมื่อวันที่ 28 - 29 พฤษภาคม 2546 ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและจังหวัดกาญจนบุรี โดยในการตรวจเยี่ยมดังกล่าวได้เดินทางไปยังโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานสนองพระราชดำริด้านต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของหญ้าแฝก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญและศักยภาพของหญ้าแฝกจึงพระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินการปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่โครงการฯ ซึ่งในอดีตต้องประสบปัญหาการชะล้างพังทลายของดินเสื่อมโทรม โดยให้ทดลองปลูกหญ้าแฝกรูปแบบต่างๆ ตามความเหมาะสมกับสภาพปัญหาและสภาพพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันสภาพแวดล้อมต่างๆได้รับการพัฒนาและฟื้นฟูตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ได้เดินทางไปยังโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยาดานา สหภาพพม่า อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อดูงานในส่วนของการใช้หญ้าแฝกป้องกันการพังทลายของดินและฟื้นฟูสภาพพื้นที่หลังการก่อสร้างโครงการดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระหว่างการก่อสร้างและเพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดในการฟื้นฟูสภาพพื้นที่

                  นอกจากนั้นได้เข้าตรวจเยี่ยมโครงการฟื้นฟูที่ดินบริเวณวิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีราชบุรี อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีการชะล้างพังทลายอย่างรุนแรงจนทำให้หน้าดินถูกทำลายเหลือแต่กรวดและหิน ดังนั้นวิทยาลัยฯจึงจัดโครงการปลูกป่าเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2535 โดยใช้พันธุ์พืชที่ได้ศึกษามาแล้วจากโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ ว่าสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินตื้นและกรวดหิน ซึ่งได้แก่ สะเดา ขี้เหล็กบ้าน และกระถินณรงค์ เป็นต้น

                  ในการนี้ ฯ พณ ฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี ได้เดินทางไปยังโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่กองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี โครงการฯ ดังกล่าวได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ.2537 มีพื้นที่ดำเนินการประมาณ 20,525 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณเขาวังเขมร ซึ่งสภาพป่ายังมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างมากและมีแม่น้ำแควน้อยไหลผ่าน โดยมีกรอบแผนงานกิจกรรมที่ดำเนินการ (พ.ศ.2545 - 2549) คือ กิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช กิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืช กิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช กิจกรรมอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช การเรียนรู้ทรัพยากร และการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
                  ในระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2546 ฯพณฯ นายจุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ฯพณฯ นายพลากร สุวรรณรัฐ และ ฯพณฯ นายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี และกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
                  โดยในวันที่ 13 มิถุนายน 2546 คณะ ฯพณฯ องคมนตรี ได้เดินทางไปยังโครงการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โครงการฯ ดังกล่าวเป็นพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้จัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมทดลองปลูกและฟื้นฟูสภาพป่าชายเลน เพื่อให้นิเวศน์วิทยาป่าชายเลนกลับคืนสู่ธรรมชาติ และพระราชทานพระราชานุญาติให้อัญเชิญพระนามาภิไธย มาเป็นชื่อโครงการฯ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2543 โดยมีกิจกรรมต่างๆที่ดำเนินการไปแล้วในหลายๆด้าน เช่น การฟื้นฟูระบบนิเวศน์ชายฝั่ง โดยได้ปลูกป่าชายเลนจำนวน 160 ไร่ ปลูกป่าชายหาดและป่าบกจำนวน 538 ไร่ ปลูกป่าในพื้นที่ดินเสื่อมโทรมจำนวน 200ไร่ จัดทำเส้นทางเดินสะพานไม้ระยะทางยาว 940 เมตร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ศึกษาพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆได้อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้บูรณะซ่อมแซมพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อเทิดพระเกียรติและให้ประชาชนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงประกาศเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวันเป็นเขตอภัยทานสัตว์
 

                  จากนั้นได้เดินทางไปยังโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของกิจกรรมต่างๆ ภายในศูนย์ฯ อาทิเช่นอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปดพร้อมระบบส่งน้ำ สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แปลงทดลองหญ้าแฝก งานพัฒนาที่ดิน งานฟื้นฟูป่าไม้ พื้นที่ปลูกหญ้าแฝก (แปลงทรงงาน) หมู่บ้านไทย-มุสลิม กิจกรรมเจียระไนพลอย โรงผลิตนมของสหกรณ์การเกษตรโคนมเพชรบุรี เป็นต้น โดยกิจกรรมต่างๆ ได้ก่อให้เกิดประโยชน์และเป็นแบบอย่างให้ประชาชนนำเอาความรู้ที่ได้ไปเป็นแบบอย่างในการพัฒนาอาชีพของตนต่อไป

                  ทั้งนี้ในวันที่ 14 มิถุนายน 2546 ได้เดินทางไปยังโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลตำบลหัวหินและวังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปกิจกรรมต่างๆในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยการสร้างคลองระบายน้ำสายหัวหินพร้อมอาคารประกอบ ทำการขุดลอกและปรับปรุงคลองโคกเกลือ คลองบางเกวียนหักคลองอีออก (คลองเนิน) และห้วยสนามบิน พร้อมทั้งก่อสร้างท่อส่งน้ำไกลกังวลไปตามแนวคลองธรรมชาติ คลองทะเลน้อย ซึ่งการดำเนินงานที่กล่าวมานี้สามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและช่วยเหลือราษฎรในเขตเทศบาลตำบลหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นอย่างดี

การอบรมเกษตรกร รุ่นที่ 2 โครงการแปลงนาสาธิตแบบชีววิธีในพื้นที่มูลนิธิชัยพัฒนา
 
                 เมื่อวันที่ 23 มกราคม - วันที่ 18 พฤษภาคม 2546 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดการอบรมเกษตรกรในรูปของโรงเรียนเกษตรกร รุ่นที่ 2 "โครงการแปลงนาสาธิตแบบชีววิธีในพื้นที่มูลนิธิชัยพัฒนา" ณ โรงเรียนเกษตรกรบ้านตะพังโคลน ตำบลลาดบัวหลวง อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจัดอบรมทุกวันพฤหัสบดี ทั้งสิ้น 16 ครั้ง รวมเป็น 1 ฤดูปลูกข้าว มีเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการจำนวน 40 คน ซึ่งเป็นเป็นเกษตรกรในเขตอำเภอลาดบัวหลวง และอำเภอใกล้เคียง
                  การฝึกอบรมโครงการดังกล่าวเน้นวิธีปฏิบัติจริงโดยให้เกษตรกรแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกันและลงมือปฏิบัติจริงในแปลงนาที่ทำนาด้วยวิธีดั้งเดิมที่ปฏิบัติกันมา เปรียบเทียบกับแปลงนาที่ปลูกข้าวโดยวิธีชีววิธี คือให้แมลงศัตรูธรรมชาติและศัตรูพืชควบคุมกันเอง
                  โครงการแปลงนาสาธิตแบบชีววิธีในพื้นที่มูลนิธิชัยพัฒนา จำนวน 50 ไร่แห่งนี้ได้ดำเนินการตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่กรมส่งเสริมการเกษตรให้สาธิตการผลิตข้าวโดยการควบคุมศัตรูพืช โดยใช้แมลงศัตรูธรรมชาติและศัตรูพืชควบคุมกันเองเพื่อให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพไม่มีสารพิษตกค้าง ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนการผลิตข้าว
                  และระหว่างการอบรมในวันที่ 13 มีนาคม 2546 มีคณะเจ้าหน้าที่ระดับบริหารด้านอาหารและการเกษตร จากประเทศบังคลาเทศ ให้ความสนใจเดินทางมาศึกษาดูงานโครงการอบรมดังกล่าวด้วย