ฉบับ เดือน สิงหาคม ๒๕๔๖       

                     ในวันนี้ หากมีใครเดินทางไปกรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม และได้ไปเดินเยี่ยมชมสวนสาธารณะโวลูเว แซงต์-ปิแอร์ (Woluwe Saint-Pierre) สวนสาธารณะที่สวยงามของเมืองหลวงแห่งนี้ ก็จะได้เห็น "กังหันน้ำชัยพัฒนาพระราชทาน" ลอยเด่นเป็นสง่าอยู่บนสระน้ำ Petits Mellaerts โครงกังหันหมุนวิดน้ำเป็นฝอยกระจาย ทำให้น้ำในสระใสสะอาดยิ่งขึ้น สร้างความสดชื่นให้แก่ผู้เข้ามาพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกาย ณ สวนสาธารณะแห่งนี้ การขอพระราชทานกังหันน้ำชัยพัฒนาไปติดตั้งนี้ เป็นการเทิดพระเกียรติในพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบไทยที่ทรงคุณค่าสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้ทั่วโลก และยังกระตุ้นเตือนให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ที่จะต้องช่วยกันรักษาให้คงอยู่ต่อไปชั่วลูกหลาน

สมเด็จพระราชินีฟาบิโอลา ร่วมเสด็จฯ ในงานสายสัมพันธ์ของสองประเทศ

ความเดือดร้อนที่อยู่ในสายพระเนตรพระกรรณ

                     เมื่อนับย้อนหลังไปมากกว่า 10 ปี สภาพแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ในประเทศไทย มีแต่ความเสื่อมโทรมและเน่าเสีย ราษฎรเดือดร้อน เพราะไม่สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ ความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการทิ้งขยะมูลฝอยและน้ำเสียจากบ้านเรือน ชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม ลงสู่ท่อน้ำทิ้ง หรือแหล่งน้ำต่างๆ โดยตรงโดยไม่ได้บำบัดน้ำให้สะอาดเสียก่อน อาจเป็นเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดจิตสำนึกที่ดี และไม่เข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมมีความสัมพันธ์กัน จนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ และประการสำคัญ คือ เรายังขาดระบบบำบัดน้ำเสียที่ดีและมีประสิทธิภาพ เพราะต้องมีการลงทุนที่ค่อนข้างสูง

                     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับทราบถึงปัญหานี้และทรงห่วงใยในความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด และได้พระราชทานพระราชดำริที่เรียบง่ายในการแก้ไขปัญหาไว้หลายวิธี เช่น ในระยะแรกระหว่างปี พ.ศ. 2527-2530 ทรงแนะนำให้ใช้น้ำดีช่วยบรรเทาน้ำเสีย ที่เรียกกันว่า "น้ำดีไล่น้ำเสีย" และวิธีกรองน้ำเสียด้วยผักตบชวาและพืชน้ำต่างๆ ที่ทรงเรียกว่า "อธรรมปราบอธรรม" วิธีการเหล่านี้สามารถบรรเทาและแก้ไขปัญหาได้ผลในระดับหนึ่ง

                     ในขณะเดียวกันนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ ให้ดีขึ้น ทรงนำภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ชาวบ้านเรียกว่า "หลุก" มาเป็นต้นแบบในการพัฒนาเป็นเครื่องกลเติมอากาศที่เรียบง่าย เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ สามารถนำมาใช้ในการบำบัดน้ำเสียได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ "กังหันน้ำชัยพัฒนา" ต่อจากนั้น ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จดทะเบียนสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย นับเป็นสิ่งประดิษฐ์ประเภทเครื่องกลเติมอากาศเครื่องที่ 9 ของโลกที่ได้รับสิทธิบัตร เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536 และการจดทะเบียนสิทธิบัตรนี้ ทรงทำเพื่อเป็นตัวอย่างแก่พสกนิกรให้เห็นความสำคัญของการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และให้รู้จักการใช้ความคิดทางปัญญาให้เกิดประโยชน์อีกด้วย พระอัจฉริยภาพเผยแพร่ในต่างแดน สมรรถนะในการปรับปรุงน้ำให้มีคุณภาพดีขึ้นของกังหันน้ำชัยพัฒนา เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังเช่น สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลที่ 1 ประเภทรางวัลผลงานคิดค้น หรือสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประจำปี 2536 และ องค์กรนักประดิษฐ์ที่เก่าแก่ที่สุดของยุโรป ที่รู้จักกันในชื่อ The Belgian Chamber of Inventors ได้จัดงาน Brussels Eureka 2000 ครั้งที่ 49 ในเดือนพฤศจิกายน 2543 ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม และได้ประกาศรางวัลต่อหน้านักวิจัย นักประดิษฐ์ และผู้เข้าชมงาน ถึงเหตุผลของการพิจารณาให้รางวัลกังหันน้ำชัยพัฒนา ว่า

"รางวัลต่างๆ ที่ประกาศในวันนี้ มิใช่ว่าจะพิจารณามอบให้กันอย่างง่ายๆ สิ่งประดิษฐ์ทุกๆ สาขา จะต้องสามารถนำไปใช้งานได้กว้างขวาง เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ดังนั้น กังหันน้ำชัยพัฒนา เป็นที่น่าสรรเสริญให้เป็นสิ่งประดิษฐ์ดีเด่นในครั้งนี้"

                     นอกจากนี้ คณะกรรมการนานาชาติได้กล่าวสดุดีพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า

"พระมหากษัตริย์ของไทยทรงเป็นนักพัฒนา ทรงมีพระวิริยะอันสูงส่ง ทรงมีพระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์ที่ดี ทรงงานหนักเพื่อประชาชนของพระองค์เอง ทรงใช้เทคโนโลยีที่เรียบง่าย สิ่งประดิษฐ์ในพระองค์สามารถนำไปใช้งานได้อย่างกว้างขวางทั่วโลก"

 

กังหันน้ำไทยเดินทางไปเบลเยียม

                     ด้วยเหตุที่กังหันน้ำชัยพัฒนาได้รับรางวัลอย่างมากมายถึง 5 รางวัลในงาน Brussels Eureka 2000 ครั้งที่ 49 ประธานองค์กรนักประดิษฐ์จึงได้ขอพระราชทานกังหันน้ำชัยพัฒนาไปติดตั้งในสวนสาธารณะโวลูเว แซงต์-ปิแอร์ ณ กรุงบรัสเซลส์ เพื่อเทิดพระเกียรติในพระอัจฉริยภาพที่ทรงคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ประหยัด เรียบง่าย สามารถนำไปใช้งานได้อย่างกว้างขวาง เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้ทั่วโลก

                     สวนสาธารณะโวลูเว แซงต์-ปิแอร์ อยู่ในเขตชุมชนโวลูเว แซงต์-ปิแอร์ เช่นเดียวกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเบลเยียม ตั้งอยู่ที่ทางแยกของถนนสายสำคัญ 2 สาย คือ ถนนแตวูรอง และถนนซูเวอแรง สำหรับถนนแตวูรองนี้ สร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์เลโอโปล ที่ 2 ทรงครองราชสมบัติในระหว่างปี ค.ศ. 1865-1909 ทรงเป็นกษัตริย์ที่ได้รับการเทิดพระเกียรติว่าเป็นกษัตริย์ผู้สร้าง ทรงปรับปรุงกรุงบรัสเซลส์ โดยการสร้างถนนและสวนสาธารณะขึ้นใหม่มากมาย บนถนนสายนี้มีพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะ พิพิธภัณฑ์ทหาร และพิพิธภัณฑ์รถยนต์ เป็นต้น ส่วนถนนซูเวอแรงเป็นที่ตั้งของปราสาทแซงต์ อานน์ และปราสาทวาล ดูซเชส ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบรัฐบาลเบลเยียม ตลอดแนวยาวของถนนมีแต่ความสวยงาม ประดับไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ และสระน้ำขนาดเล็กหลายสระ สวนสาธารณะโวลูเว แซงต์-ปิแอร์ จึงเป็นสถานที่ที่ชาวบรัสเซลส์และนักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ และเล่นกีฬาอยู่เป็นประจำ

เบื้องหลังการติดตั้ง

                     หลังจากที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกังหันน้ำชัยพัฒนาให้ทางภูมิภาคบรัสเซลส์แล้ว มูลนิธิชัยพัฒนาได้ขอให้กรมชลประทานสร้างเครื่องกังหันน้ำเป็นกรณีพิเศษ โดยใช้วัสดุปลอดสนิม เพื่อความคงทน พร้อมนั้นก็ต้องจัดทำป้ายบันทึกข้อความเพื่อติดตั้งริมสระ ฝ่ายออกแบบได้ออกแบบเป็นแผ่นพริ้วคล้ายแผ่นกระดาษแต่ทำด้วยทองเหลือง ด้านหัวส่วนบนทำเป็นรูปเรือหงส์และตรงกลางประดับตรามูลนิธิชัยพัฒนา ความยุ่งยากประการแรก ก็คือ ต้องแปลเป็น 4 ภาษา คือ ไทย-อังกฤษ-ฝรั่งเศส และเฟลมมิช กว่าจะลงเอยได้ก็อกสั่นขวัญหาย เพราะต้องแก้แล้วแก้อีกหลายหน

                     แต่เดชะพระบารมีคุ้มเกล้าฯ ทั้งกังหันน้ำและแผ่นป้ายก็เสร็จทันวันบรรจุลงลัง และส่งมอบให้ทางการบินไทย ซึ่งปวารณาขอรับผิดชอบในการจัดส่ง โดยส่งทางเครื่องบินคาร์โกเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2546 ระหว่างนั้นก็มีปัญหาเรื่องภาษี แต่ก็ได้รับความสะดวกจากกระทรวงการต่างประเทศไทยและฝ่ายเบลเยียม ของทั้งหมดถึงโกดังเก็บของ ณ สำนักงานดูแลสวนสาธารณะที่บรัสเซลส์เป็นที่เรียบร้อย

                     เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2546 ทางมูลนิธิชัยพัฒนา ก็ส่งทีมงานจากกรมชลประทาน โดยมีนายสุขเกษม เจริญจันทร์ เป็นหัวหน้าคณะ เดินทางไปประกอบ ติดตั้ง และทดสอบเครื่อง โดยได้รับความกรุณาจากท่านทูตสุรพงษ์ โปษยานนท์ ให้พักที่ทำเนียบ คณะทีมงานทำงานอย่างแข็งขัน สร้างความประทับใจและความทึ่งให้ฝ่ายเบลเยียมมาก เพราะฝรั่งเขาชำนาญด้านไหนก็จะทำอย่างเดียว เช่น ช่างไฟฟ้าก็จะทำแค่ไฟฟ้า ช่างเครื่องก็ดูแต่เครื่อง แต่ทีมไทยพหูสูตจริงๆ ทุกคนทำทุกอย่างได้หมด ฝรั่งงงมาก

เมื่อทุกอย่างพร้อม นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้เดินทางมาสมทบ เพื่อดำเนินการขั้นตอนสุดท้ายตามคำขอร้องจากทางสถานทูต เผื่อจะมีปัญหาช่วงสุดท้ายจะได้ช่วยกันตัดสินใจ

                     เครื่องได้ลงลอยในสระเรียบร้อยแล้ว มีนกวนเวียนมาเกาะอยู่เสมอ คงจะสงสัยว่าอะไรมาลอยอยู่ในถิ่นของเขา ที่เหลือ ก็คือ การติดตั้งป้ายซึ่งหนักมาก เพราะทำด้วยทองเหลือง ทางฝ่ายเบลเยียมจะก่อฉาบซีเมนต์ในตอนเช้าวันงาน พวกคณะก็กระวนกระวายใจสุดขีด เพราะเกิดเสร็จไม่ทัน ปูนไม่แห้ง ล้มครืนลงมาวันเปิดละก้อ คงพร้อมใจกันกระโดดลงสระอันเย็นยะเยือกแน่ๆ ต้องขอให้ทางสถานทูตช่วยออกแรงเจรจากับทางผู้หลักผู้ใหญ่ของเบลเยียมขอให้หล่อฐานก่อนเพื่อความสบายใจ ผลสุดท้ายก็ลงเอยได้ ก่อฐานให้วันครึ่งก่อนวันเปิดงาน ซึ่งโชคดีเพราะขนาดนั้นวันติดตั้งก็ยังต้องระวังปูนจะแตกอีก ทางเบลเยียมขอให้ติดตั้งป้ายตอนเช้าวันงาน ทีแรกคณะก็จะไม่ยอม แต่ฟังเหตุผลแล้วก็ต้องจำนน เพราะเขาบอกว่ามักมีพวกมือบอนมาฉีดสีระบายสถานที่สาธารณะอยู่เสมอ เห็นของแปลกๆ อย่างนี้ คงโดดเข้าใส่แน่ และอีกประการเขานิยมสะสมของเก่า ของแปลก ถ้าติดตั้งก่อนวันจริงอาจจะต้องไปไล่ตามซื้อที่ตลาดของเก่าก็เป็นไปได้ ฟังเหตุผลแล้วก็ต้องยอมจำนน ตอนเช้าวันงานที่ 4 เมษายน 2546 เราก็ได้ติดตั้งป้าย มีปัญหารูน้อตตรึงป้ายกับฐานไม่ตรงกันนัก ต้องออกแรงและตกแต่ง สุดท้ายก็ลงได้ด้วยความโล่งอก นำพวงอุบะและมาลัยมาโยงเข้า และรวบไว้ด้วยพวงมาลัยมะลิเล็กๆ ที่ทางกรุงเทพฯ ฝากเจ้าหน้าที่การบินไทยนำมาให้พร้อมขนมไทย และแต่งกายไทยสวยงามคอยต้อนรับแขกรับเชิญบริเวณหน้างานด้วย

                     สรุปทุกอย่างพร้อมเปิดงาน ซึ่งยึดพระบรมราโชบาย คือ เรียบง่าย ประหยัด สวยงาม และเป็นไทย

                     ระหว่างการติดตั้งเครื่องกังหันน้ำลงในสระ เห็นจะต้องเล่าเบื้องหลังอีกเรื่องหนึ่ง คือ มีคณะมาประท้วงเหมือนเมืองไทยเลย จะทำอะไรต้องประท้วงกันก่อน คนมาประท้วง คือ นายกสมาคมตกปลา เขาเกรงว่าพอกังหันหมุนปลาจะหนีหมด เขาจะตกปลากันไม่ได้ แต่พอเขาทราบว่ากังหันน้ำนี้ทำหน้าที่อย่างไร จะทำให้น้ำดีขึ้นอย่างไร ทำให้ปลาได้รับออกซิเจนมากขึ้น ปรากฏว่าเขาฟังอย่างสนใจ เลิกประท้วง แถมถามว่าเครื่องละเท่าไหร่ พอทราบราคาก็บอกว่าถูกมาก ทำท่าจะซื้อมาติดตั้งเพิ่ม น่าชมเชยว่าเขาประท้วงอย่างมีเหตุผล เมื่อเข้าใจก็เปลี่ยนจากประท้วงมาสนับสนุน ไม่เหมือนเมืองไทยที่ต้องเอาชนะคะคานกัน เรียกว่าตายกันไปข้างใดข้างหนึ่ง ประโยชน์ก็เลยไม่เกิด

พระเกียรติคุณขจรขจายสู่ชุมชนโลก

 

ทีมงานฝ่ายไทยจากมูลนิธิชัยพัฒน กรมชลประทาน และการบินไทย

 

 

ป้ายข้อความด้านภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ส่วนด้านหลังเป็นภาษาฝรั่งเศสและภาษาเฟลมมิช

                     และในที่สุด วันที่ 4 เมษายนก็มาถึง เป็นวันแห่งสายสัมพันธ์อันดีระหว่างสองราชอาณาจักร ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์นายกกิตติมศักดิ์มูลนิธิชัยพัฒนา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา เสด็จฯ ไปกรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม เพื่อทรงส่งมอบกังหันน้ำชัยพัฒนาพระราชทาน ณ สวนสาธารณะโวลูเว แซงต์-ปิแอร์ โดยมีสมเด็จพระราชินีฟาบิโอลา แห่งราชอาณาจักรเบลเยียม เสด็จฯ เข้าร่วมในพิธีนี้ท่ามกลางความปลาบปลื้มปิติยินดีของชาวเบลเยียมและชาวไทย ทั้งที่อาศัยอยู่ในต่างแดนและในประเทศไทย

                     กังหันน้ำชัยพัฒนาพระราชทาน ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม นอกจากจะเป็นสัญญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ระหว่างสองราชอาณาจักรแล้ว ยังเป็นสิ่งกระตุ้นเตือนให้ประชาคมโลกได้ตระหนักถึงความร่วมมือร่วมใจในการดูแลรักษาและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น เพื่อให้ทุกชีวิตสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและยั่งยืนตลอดไป

                     แต่สิ่งสำคัญและมีความหมายยิ่งไปกว่านี้สำหรับพสกนิกรชาวไทย ก็คือ สิ่งประดิษฐ์อันทรงคุณค่าและมีประโยชน์ต่อมนุษยชาติและสิ่งแวดล้อมนี้ เกิดขึ้นจากฝีพระหัตถ์และพระอัจฉริยภาพในด้านการประดิษฐ์ของพระมหากษัตริย์ไทย ที่พระราชทานไว้เพื่อแก้ปัญหาให้แก่ปวงชนชาวไทยด้วยพระเมตตา พระเกียรติคุณนี้ มิเพียงขจรขจายไปทั่วแผ่นดินไทยเท่านั้น แต่ยังแพร่ขยายไปสู่ชุมชนโลกอย่างกว้างขวางอีกด้วย