ชีวิตใหม่ราษฎรบ้านโนนสุพรรณ
". . .ราษฎรมีความต้องการที่ดินโดยเร็ว เพราะเดือดร้อนมาก
หากดำเนินการจัดซื้อที่ดินให้ใหม่โดยทางราชการจะยุ่งยากเสียเวลา
ควรให้มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการจัดซื้อที่ดินไปก่อน . . . "
           พระราชดำรัสของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา ที่ทรงกล่าวในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ครั้งที่ 1/2539 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2539 เรื่องการช่วยเหลือราษฎรบ้านโนนสุพรรณ หมู่ที่ 3 ตำบลชัยพร อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย จำนวน 78 ครอบครัว ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างอ่างเก็บ น้ำห้วยบังบาตร เพราะพื้นที่ทำกินถูกน้ำท่วม ทำให้ต้องไร้ที่อยู่อาศัยและขาดพื้นที่ทำกิน ต้องประสบกับความทุกข์ยากตลอดมา
           การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยบังบาตร ตำบลชัยพร อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย เมื่อปี 2527 ราษฎรบ้านโนนสุพรรณ จำนวน 78 ครอบครัว ที่มีพื้นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินอยู่ในบริเวณอ่างเก็บน้ำถูกน้ำท่วม และได้รับความเดือดร้อน ในขั้นแรกทางราชการได้จัดหาที่ดินให้เป็นที่อยู่อาศัยครอบครัวละ 200 ตารางวา แต่ยังไม่ได้จัดสรรที่ทำกินให้
           ตัวแทนราษฎรบ้านโนนสุพรรณ จึงนำเรื่องการจัดหาที่ดินทำกินมาขอรับความช่วยเหลือจากทางราชการมาโดยตลอด และได้พยายามที่จะถวายฎีกาแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทุกครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินในพื้นที่จังหวัดหนองคายและจังหวัดใกล้เคียง จนเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2538 ได้มีหนังสือกราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อีกครั้ง
น้ำทิพย์จากฟ้า คือพระมหากรุณาธิคุณสู่ประชาชน
           หากจะกล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คือผู้พระราชทานรอยยิ้มแก่ราษฎรผู้ทุกข์ยาก ก็คงจะไม่ผิด เพราะเมื่อพระองค์ทรงทราบถึงความเดือดร้อนของราษฎรบ้านโนนสุพรรณที่มีแล้ว พระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา จึงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานทรัพย์จากมูลนิธิชัยพัฒนา จำนวน 6 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินเพื่อปัดเป่าความทุกข์ยากของราษฎรให้มีที่ดินทำกิน เพื่อการดำรงชีวิตที่ดีขึ้น สามารถเลี้ยงครอบครัวให้พออยู่พอกินได้
           สำนักงานเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้ประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดหาที่ดินบริเวณหลังโรงเรียนบ้านทุ่งทรายจก ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย เนื้อที่ดินจำนวน 1,200 ไร่ เพื่อนำที่ดินไปปฏิรูป จัดสรรแบ่งให้แก่ราษฎรบ้านโนนสุพรรณ ทั้ง 78 ครอบครัวๆ ละ 15 ไร่ พร้อมทั้งให้พิจารณาจัดหาแหล่งน้ำ วางแผนพัฒนาอาชีพและรายได้และสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชีวิต เพื่อช่วยเหลือราษฎรบ้านโนนสุพรรณให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
. . . ในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยบังบาตร มีราษฎรโนนสุพรรณ
จำนวน 78 ครอบครัว ที่มีพื้นที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน
อยู่ในบริเวณอ่างเก็บน้ำถูกน้ำท่วม . . .
รวมใจราษฎร - รัฐร่วมพัฒนาสู่ความสำเร็จ
           ชีวิตความลำบากของราษฎรบ้านโนนสุพรรณ ที่ต่อสู้กับความทุกข์ยาก จนกระทั่งได้รับพระเมตตาจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชทรัพย์ เพื่อดำเนินการจัดหาที่ทำกินแก่ราษฎรบ้านโนนสุพรรณแล้ว สำนักงานเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้ร่วมประชุมหารือกับส่วนราชการทุกหน่วยงาน ในการพัฒนาด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมอาชีพให้แก่ราษฎร ดังนี้
           งานจัดหาที่ดินทำกิน
           ดำเนินการรังวัด ปูผัง แบ่งแปลงที่ดิน ทำกินออกเป็น 78 แปลงๆ ละ 15 ไร่ และจัดให้ราษฎรบ้านโนนสุพรรณทั้ง 78 ครอบครัว เข้าทำประโยชน์ รวมทั้งได้ก่อสร้างถนนเข้าออกภายในโครงการระยะทาง 8 กิโลเมตร เพื่อความสะดวกในการเดินทา
           งานพัฒนาด้านแหล่งน้ำ
           สำรวจ ออกแบบ เพื่อดำเนินการก่อสร้าง ดังนี้
           - อ่างเก็บน้ำห้วยแสนช้างไล่ ขนาดความจุ 680,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมระบบส่งน้ำเข้าสู่แปลงเกษตรกร คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในปี พ.ศ.2542 นี้ ซึ่งจะสามารถอำนวยประโยชน์ให้กับราษฎรในพื้นที่โครงการโดยตรงประมาณ 800 ไร่
           - ฝายห้วยสะอาม เพื่อจัดหาน้ำช่วยเหลือราษฎรบ้านโนนสุพรรณตอนล่าง ให้มีน้ำใช้ในการอุปโภค บริโภค และการเพาะปลูก
           งานพัฒนาที่ดิน
           ดำเนินการวางแผนการใช้ประโยชน์ของที่ดินในหลายด้าน ได้แก่ การอนุรักษ์ดินและน้ำ การปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยพืชสด การผลิตและปลูกหญ้าแฝก ตลอดจนส่งเสริมปลูกพืชตามแนวระดับ
           งานพัฒนาด้านการเกษตร  ประกอบด้วย
           การจัดไร่นาสวนผสม 25 ไร่ การส่งเสริมปลูกไม้ผลพันธุ์ดี ได้แก่ ลิ้นจี่ ขนุน ลำไย มะม่วง ฯลฯ ให้แก่เกษตรกร รวมเนื้อที่ปลูก 214 ไร่ การส่งเสริมการเลี้ยงเป็ดเทศให้เกษตรกรจำนวน 16 ราย พร้อมทั้งอบรมให้ความรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์ปีกแก่เกษตรกร จำนวน 78 ราย นอกจากนี้สนับสนุนการปลูกยางพารา จำนวน 50 ครอบครัว และการสร้างสวนไม้ผลพันธุ์ดีจำนวน 52 ไร่ พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาสวนไม้ผลแก่เกษตรกร
           งานพัฒนาด้านอื่น
           ดำเนินการจัดเตรียมความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยก่อสร้างถนนในโครงการ ระยะทางประมาณ 3.8 กิโลเมตร วางท่อระบายน้ำ 10 จุด บริเวณรอบโครงการ
13 ปีผ่านไป. . . สู่ชีวิตใหม่ที่เบิกบาน
           เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมโดยแท้ เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยม ราษฎรบ้านโนนสุพรรณ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2542 เพื่อทอดพระเนตรความก้าวหน้าของโครงการฯ และด้วยทรงห่วงใยราษฎรของพระองค์ ได้พระราชทานพระราชดำริ
"ให้สมาชิกที่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน เข้าไปอยู่อาศัยและทำกินเพื่อให้เกิดประโยชน์โดยเร็ว"
  
  
           จากสภาพไร้ที่อยู่อาศัยและขาดที่ทำกินยาวนานถึง 13 ปี ความลำบากยากแค้นและความทุกข์ทรมานใจที่ได้รับ มิอาจบรรยายได้หมด แต่ด้วยกำลังใจจากน้ำพระทัยและพระเมตตาของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทำให้ราษฎรบ้านโนนสุพรรณระลึกในหัวใจอยู่เสมอว่า พระเมตตาของพระองค์เปรียบประดุจน้ำทิพย์จากฟ้า หลั่งลงมาชโลมจิตใจ ทำให้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง พร้อมทั้งมีอาชีพ รายได้สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ต้องทนทุกข์ยากลำบากอีกต่อไป เสมือนหนึ่งพระองค์ได้พระราชทานชีวิตใหม่ ให้แก่ราษฎรบ้านโนนสุพรรณเหล่านี้โดยแท้
ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานทรัพย์
จากมูลนิธิชัยพัฒนา จำนวน 6 ล้านบาท ไปซื้อที่ดิน
เพื่อปัดเป่าความทุกข์ยากของราษฎรให้มีที่ดินทำกิน
เพื่อการดำรงชีวิตที่ดีขึ้น สามารถเลี้ยงครอบครัว
ให้พออยู่พอกินได้
HOME
BACK
English Language
 
mailto:special@mail.rdpb.go.th