เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรบ้านสักงาม หมู่ที่ 1 ตำบลสักงาม อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราษฎรเข้าเฝ้าฯ ณ อาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนสักงามประชาสรรค์ ทรงพบว่า มีราษฎรยากจนเป็นจำนวนมากขาดแคลนที่ดินทำกิน มีอาชีพรับจ้างทำไร่อ้อย มันสำปะหลัง และบางส่วนไม่มีงานทำ ราษฎรเหล่านี้ส่วนมากเป็นชาวไทยภูเขา มีความสามารถพิเศษในการทำเครื่องเงิน ปักผ้า จักสาน โดยเฉพาะการทำเครื่องเงินและปักผ้านั้น สามารถทำได้อย่างสวยงามและฝีมือดี น่าจะได้มีการรวมกลุ่มราษฎรไทยภูเขาต่างๆ เหล่านี้ โดยจัดตั้งเป็นหมู่บ้านตามกลุ่มอาชีพที่ราษฎรถนัด โดยให้หัวหน้าครอบครัวทำหน้าที่ปลูกต้นไม้รักษาป่า ในยามว่างจากการปลูกป่าก็ให้ทำเครื่องเงิน แกะสลัก จักสาน ส่วนแม่บ้านให้ปักผ้าส่งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ต่อไป ในการนี้ ได้พระราชทานพระราชเสาวณีย์แก่ นายผ่อง เล่งอี้ อธิบดีกรมป่าไม้ พลโทยิ่งยส โชติพิมาย แม่ทัพภาคที่ 3 นายศิวะ แสงมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และนาย วรวิทย์ เชื้อสุวรรณ ป่าไม้จังหวัดกำแพงเพชร ความว่า
           "ให้แม่ทัพภาคที่ 3 ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรและป่าไม้จังหวัดกำแพงเพชรจัดหาพื้นที่ทำกินให้แก่ชาวบ้านเขาแม่พืช และบ้านแปลงสี่ โดยจัดที่ทำกินให้ครอบครัวละ 5 ไร่ และให้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยภูเขา โดยจัดอาชีพให้ผู้ชายรับจ้างปลูกป่า ผู้หญิงทำเครื่องเงิน เย็บปักจักสาน ตลอดจนส่งเสริมให้บริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ท่องเที่ยว จะทำให้ขายสินค้าของที่ระลึกได้"
. . . มีราษฎรยากจนเป็นจำนวนมาก ขาดแคลนที่ดินทำกิน
มีอาชีพรับจ้างทำไร่อ้อย มันสำปะหลัง และบางส่วนไม่มีงานทำ . . .
           จากพระราชเสาวณีย์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดโครงการ "บ้านเล็กในป่าใหญ่ " ณ พื้นที่บ้านอุดมทรัพย์ หมู่ที่ 8 ตำบลหินดาต กิ่งอำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร มีเนื้อที่ประมาณ 210 ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ราษฎรที่ขาดแคลนที่ดินทำกิน ทำไร่เลื่อนลอยได้มีที่ดินทำกินเป็นหลักแหล่ง ส่งเสริมให้ราษฎรได้ประกอบอาชีพที่ถนัด พร้อมกับช่วยฟื้นฟูสภาพป่าซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร และส่งเสริมให้หมู่บ้านเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป
           หลังจากที่เริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2537 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริจนประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ มีการจัดราษฎรชาวไทยภูเขากลุ่มเป้าหมายเข้าไปอยู่อาศัยในพื้นที่โครงการ จำนวน 53 ครอบครัว 279คน รายได้เฉลี่ยของชาวไทยภูเขาเหล่านี้เพิ่มขึ้นจากเดิมคิดเป็น 6 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนเข้าร่วมโครงการในปี 2537 กล่าวคือรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีของชาวไทย ภูเขาก่อนเข้าร่วมโครงการเท่ากับ 3,347 บาทต่อคนต่อปี แต่ในปัจจุบันราษฎรเหล่านี้มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาเป็น 18,729 บาทต่อคนต่อปี เนื่องจากได้รับการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ รวมทั้งการเป็นลูกจ้างในการดำเนินงานโครงการด้วย
. . . ให้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ของชาวไทยภูเขา
โดยจัดอาชีพให้ผู้ชายรับจ้างปลูกป่า ผู้หญิงทำเครื่องเงิน เย็บปัก จักสาน . . .
           การพัฒนาพื้นที่โครงการได้มีการส่งเสริมให้เด็กชาวไทยภูเขาในโครงการเข้าศึกษาในโรงเรียน ซึ่งอยู่ใกล้เคียงและนอกพื้นที่โครงการ ทำให้ราษฎรชาวไทยภูเขาสามารถพูด อ่าน เขียนภาษาไทยได้ ประมาณร้อยละ 90 ยกเว้นผู้สูงอายุ ในด้านแหล่งน้ำนั้นได้มีการพัฒนาแหล่งเก็บน้ำต่างๆให้กับราษฎรชาวไทยภูเขาเพื่อใช้เลี้ยงปลาและการเกษตร ส่งเสริมและฝึกอบรมวิชาชีพให้กับราษฎรชาวไทยภูเขาอย่างต่อเนื่อง เช่น การทำเครื่องเงิน ปักผ้า แกะสลัก ตัดเย็บเสื้อผ้า ฯลฯ พร้อมกับส่งเสริมให้ราษฎรชาวไทยภูเขาในพื้นที่โครงการเข้าร่วมในการปลูกป่าจำนวน 2,900 ไร่ และซ่อมบำรุงรักษาป่าในพื้นที่ โดยมีการอบรมอาสาสมัครป้องกันไฟป่าและจัดตั้งหน่วยควบคุมไฟป่า ในด้านบริการสาธารณสุข มีโรงพยาบาลปางศิลาทอง ตั้งอยู่ใกล้โครงการสามารถให้ราษฎรชาวไทยภูเขาได้รับการรักษาพยาบาลเบื้องต้น การส่งเสริมสุขภาพ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การบริการทันตกรรมเบื้องต้นอย่างสะดวกรวดเร็ว และหมู่บ้านได้รับการประกาศเป็นหมู่บ้านสุขภาพดีถ้วนหน้า มีการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานให้กับราษฎรในโครงการและราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับประโยชน์จากถนน และไฟฟ้าร่วมกัน
           จากความสำเร็จของการดำเนินงานโครงการในระยะที่ 1 จนสิ้นห้วงระยะเวลา นายยงยุทธ ตะโกพร ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรคนปัจจุบัน จึงได้มีหนังสือถึงราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เพื่อกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท เพื่อการขยายผลโครงการในระยะที่ 2 ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้มีพระราชดำริให้ดำเนินการขยายผลโครงการไปยังพื้นที่โครงการระยะที่ 2 ได้ต่อไป โดยพื้นที่เป้าหมายของโครงการคือ พื้นที่บ้านปางมะนาว ตำบลปางมะค่า อำเภอขาณุวรลักษณบุรี และบ้านปางมะละกอ ตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร พื้นที่แห่งที่สองเคยเป็นพื้นที่เป้าหมายของโครงการในระยะที่ 1 มาก่อน แต่ราษฎรที่ครอบครองพื้นที่อยู่เดิมไม่ให้ความร่วมมือและต่อต้านการที่จะอพยพเอาราษฎรชาวไทยภูเขาเข้ามาอยู่ในพื้นที่ ต่อมาเมื่อราษฎรเหล่านี้เห็นความสำเร็จของโครงการในระยะที่ 1 ว่าเป็นโครงการที่ดีและจะเอื้อประโยชน์ต่อทั้งราษฎรภายในและรอบๆ พื้นที่ จึงมอบที่ดินให้กับทางโครงการ เพื่อใช้ดำเนินการต่อไป โครงการระยะที่ 2 จะดำเนินการตามแนวทางของโครงการระยะที่ 1 โดยในปี พ.ศ. 2542 ทางโครงการมีเป้าหมายที่จะอพยพชาวเขาเผ่ามูเซอที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว 21 ครอบครัว เข้ามาอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่บ้านปางมะนาว และมีโครงการที่จะเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานให้แก่ราษฎร ซึ่งประกอบด้วย การจัดที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัย พร้อมทั้งพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค - บริโภค และก่อสร้างแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร

           นอกจากนี้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแผนงานพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต แผนงานการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มพูนรายได้ ตลอดจนแผนงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่สามารถสนองพระราชเสาวณีย์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถอย่างมีประสิทธิภาพ ราษฎรในพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียงต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ในอันที่จะยกฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้นทัดเทียมนานาอารยะประเทศ




HOME
BACK
English Language
mailto:special@mail.rdpb.go.th