"> ข่าวสั้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นำอธิบดีกรมชลประทานและคณะเข้าเฝ้าฯ
ณ วังไกลกังวล   จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

       เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2543 เวลา 15.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้า
อยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัย
พัฒนา พร้อมด้วย คณะผู้บริหารของมูลนิธิชัยพัฒนา และสำนักงาน กปร. นำ
อธิบดีกรมชลประทานพร้อมคณะ เข้าเฝ้าฯ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายและสาธิตการ
ทำงานของเครื่องกลเติมอากาศ RX 5C ตามรูปแบบที่พระบาทสมเด็จพระเจ้า
อยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสำหรับใช้ในโครงการปรับปรุง
คุณภาพน้ำ ซึ่งกรมชลประทานเป็นผู้จัดสร้าง

       เครื่องกลเติมอากาศ RX 5C เป็นเครื่องกลเติมอากาศที่ได้จัดสร้างตามแบบแปลนภาพลายฝีพระหัตถ์ เป็นเครื่องขนาดเล็ก
ที่สามารถปรับปรุงคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถใช้งานร่วมกับกังหันน้ำชัยพัฒนา  หรือใช้ในแหล่งน้ำที่ไม่
สามารถติดตั้งกังหันน้ำชัยพัฒนาได้ เครื่องกลเติมอากาศ RX 5C มีหลักการทำงานโดยเครื่องจะดูดน้ำเสียที่อยู่ก้นบ่อ เข้าผสม
กับอากาศจากภายนอก ทำให้น้ำไหลหมุนเวียนได้ นอกจากนี้ยังนำไปดัดแปลงใช้ประโยชน์เป็นปั๊มดูดตะกอนเลนโดยปิดทางเข้า
อากาศได้อีกด้วย หลังจากทรงทอดพระเนตรแล้ว ทรงพอพระทัยในผลการทดลอง และในการนี้ทรงมีพระราชดำริเพิ่มเติม
เกี่ยวกับเครื่องกลเติมอากาศ RX 5C สรุปได้ดังนี้

       - ให้ดำเนินการจดสิทธิบัตรเครื่องกังหัน RX 5C
       - ควรให้วิทยาลัยเทคนิคทั่วภูมิภาคที่มีความสามารถในการสร้างเครื่อง
กังหันทำการผลิตเครื่อง RX 5C ต่อไป โดยให้กรมชลประทานควบคุมคุณ
ภาพให้ได้มาตรฐาน สามารถบำบัดน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       - ทำการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไป ในรูปของการจัดทำแผ่น
พับ เป็นต้น
       นอกจากนี้ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการสำคัญต่างๆ เพื่อให้เจ้าหน้า
ที่ที่รับผิดชอบพิจารณาจัดทำโครงการให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น คือ

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช

       ทรงมีพระราชดำริถึงเรื่อง "การบริหารน้ำ" เพิ่มเติม เนื่องจากเป็น
เรื่องสำคัญในการป้องกันปัญหาน้ำท่วม ว่า เมื่อมีการก่อสร้างประตูระบายน้ำ
ปากพนังฯ ในช่วงที่น้ำทะเลหนุนผนวกกับปริมาณน้ำฝนและน้ำจากตอนบน
ทำให้น้ำบริเวณแม่น้ำปากพนังมีระดับสูง แนวทางแก้ไขจำเป็นต้องมีการ
บริหารน้ำทั้งน้ำเค็ม น้ำเปรี้ยว น้ำจืด น้ำมาก และน้ำน้อย เพื่อให้เกษตรกรสา
มารถใช้ประโยชน์จากน้ำเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่โดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ตามแนวประราชดำริดังนี้ ประการแรก เมื่อน้ำทะเลขึ้นสูง ให้ผันน้ำไปทาง
คลองปากพนังซึ่งเป็นคลองน้ำเค็ม เพื่อลดผลกระทบของน้ำทะเลไม่ให้มีระดับ
สูงจนเออเข้าท่วมพื้นที่บริเวณอำเภอปากพนัง และด้วยวิธีนี้ยังจะทำให้พื้นที่ลุ่ม
น้ำปากพนังถูกแบ่งเป็นเขตน้ำจืดและเขตน้ำกร่อย สามารถประกอบอาชีพได้
ตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยเขตน้ำจืดใช้สำหรับการปลูกข้าว ส่วน
เขตน้ำกร่อยใช้เลี้ยงกุ้ง ประการที่สอง เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการจัดการน้ำ
ต้องศึกษาข้อมูลด้านอุทกศาสตร์ เพื่อให้ทราบถึงช่วงเวลาที่น้ำทะเลขึ้นลงและ
วางระบบควบคุมการระบายน้ำที่ประตูระบายน้ำปากพนัง โดยเร่งระบายน้ำลง
สู่ทะเลในช่วงน้ำลง และควบคุมการปล่อยน้ำลงมาในปริมาณที่น้อยในช่วงน้ำ
ทะเลขึ้นสูง และในประการสุดท้าย ในกรณีน้ำตอนบนมากให้พิจารณาแบ่ง
น้ำจากคลองชะอวดตอนบนผ่านเข้าพรุควนเคร็ง ระบายสู่คลองธรรมชาติที่มี
อยู่บริเวณนั้นออกสู่ทะเลโดยเร็ว โดยสรุปให้มีการศึกษาข้อมูลโดยละเอียดและ
วางระบบบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

       นอกจากพระราชดำริ เรื่อง "การบริหารน้ำ" ในพื้นที่ปากพนังแล้ว ยังได้พระราชทานพระราชดำริในเรื่อง การบริหาร
จัดการน้ำในการเลี้ยงกุ้ง ปลูกข้าว และเลี้ยงปลาทับทิม ในโครงการพัฒนาส่งพระองค์ บ้านบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัด
ปราจีนบุรี เป็นกรณีศึกษาทดลองไปพร้อมกันด้วย
       หลังจากนั้น ได้ทรงพระราชทานแนวความคิดและพระราชดำริ ในเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานและโครงการอันเนื่องมา
จากพระราชดำริ ทั้งส่วนของมูลนิธิชัยพัฒนา และของกปร. อีกหลายเรื่อง

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จฯ แปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์
ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม - 28 กันยายน 2543

       ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม - 28 กันยายน 2543 สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราช
กุมาร ได้เสด็จฯ แปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัด
นราธิวาส ในการนี้ ได้เสด็จฯ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในจังหวัด
ภาคใต้ เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน และทอดพระเนตร
กิจกรรมต่างๆ ของโครงการฯ อาทิโครงการฟื้นฟูการเกษตรในเขตลุ่มน้ำบาง
นราฯ โครงการหมู่บ้านปศุสัตว์ - เกษตรมูโนะฯ โครงการฟาร์มตัวอย่างตาม
พระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านเนินธัมมังฯ จังหวัด
นครศรีธรรมราช โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านหัวป่าเขียว จังหวัดพัทลุง ตลอด
จนทรงงานศิลปาชีพ และทรงเยี่ยมราษฎรที่มารอเฝ้าฯ รับเสด็จ

       นอกจากนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกฎราชกุมาร ได้เสด็จฯ
ทอดพระเนตรโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในบริเวณใกล้เคียง อาทิ
โครงการเกี่ยวกับแหล่งน้ำ เพื่อการเกษตรระบบชลประทาน เช่นอ่างเก็บน้ำ,
ฝาย, คลองชลประทาน ฯลฯ และได้มีพระราชดำริให้ดำเนินการแก้ไขปัญหา
ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯพื้นที่ภาคใต้
ระหว่างวันที่ 23 - 27 สิงหาคม 2543

       ระหว่างวันที่ 23 - 27 กันยายน 2543 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ใน
พื้นที่ภาคใต้ ในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ในการนี้ ได้เสด็จฯ ยัง
โครงอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้วย อาทิ โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุล
ทองฯ จังหวัดนราธิวาส โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ จังหวัด
นราธิวาส โครงการสวนป่าพระนามาภิไธยภาคใต้ (ป่าบาลา - ฮาลา) จังหวัด
ยะลา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสิรินธร จังหวัดปัตตานี เพื่อทอดพระเนตรกิจกรรม
ต่างๆ และทรงติดตามการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคต่างๆ นอกจากนี้ ได้
พระราชทานพระราชดำริเพื่อการพัฒนาและแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้หน่วย
งานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ

เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา
ตรวจเยี่ยมศูนย์บริการวิชาการเกษตร ของมูลนิธิชัยพัฒนา
อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

       เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2543 นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิ
ชัยพัฒนา พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการ "ศูนย์บริการวิชาการ
เกษตร" ของมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งอยู่ระหว่างคลอง 10 - 11 ตำบลบึงทองหลาง
 อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยคุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัช ผู้ว่าราชการ
จังหวัดปทุมธานี ได้ให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวปทุม
ธานี กรมวิชาการเกษตร ได้รายงานสรุปความก้าวหน้าโครงการให้ทราบ

       โครงการ "ศูนย์บริการวิชาการเกษตร" ของมูลนิธิชัยพัฒนา ได้ดำเนิน
งานในที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราช
ดำริให้ดำเนินการ พร้อมทั้งจัดระบบชลประทานภายในศูนย์ และให้จัดที่อยู่
พร้อมที่ทำกินให้แก่ราษฎร 8 รายที่เช่าทำนาอยู่เดิม โดยมีสำนักงานคณะกรรม
การพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน
กปร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแหล่ง
สาธิต และถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร ซึ่งได้รวบรวมเอางานวิจัยที่
สัมฤทธิผลแล้วมาจัดเป็นแปลงสาธิต โดยเกษตรกรและประชาชนผู้สนใจ
สามารถนำไปปฏิบัติได้ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎร 8 รายที่เช่าที่นา
อยู่เดิมให้มีที่อยู่อาศัยและทำกิน โครงการดังกล่าวแบ่งการดำเนินงานออกเป็น
2 ระยะ คือ ในระยะที่ 1 (ฝั่งคลอง 10) ประกอบด้วย งานก่อสร้างอาคาร (เช่น
 โรงเก็บปุ๋ย โรงสีข้าว โรงเก็บเมล็ดพันธุ์ ลานตากเมล็ดพันธุ์ และบ้านราษฎร 8
 หลัง) งานจัดแปลงสาธิต (เช่น แปลงขยายพันธุ์ข้าว แปลงไม้ดอกไม้ประดับ
แปลงไม้ผล แปลงพืชผักปลอดสารพิษ แปลงเกษตรผสมผสาน) ในระยที่ 2
(ฝั่งคลอง 11) ประกอบด้วย งานก่อสร้างอาคารที่ทำการ และจำหน่ายผลผลิต
อาคารบรรจุพืชไร่ และศาลาริมน้ำ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2541 สำหรับ
การก่อสร้างอาคารนั้น ส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากการท่า
อากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) และอีกส่วนหนึ่งจากมูลนิธิชัยพัฒนา
ขณะนี้งานจัดระบบชลประทานและงานในระยะที่ 1 ได้แล้วเสร็จทั้งหมด
และโครงการดังกล่าวมีผลผลิตสามารถขายเป็นรายได้เข้าโครงการแล้ว
ประมาณ 5 แสนบาท

       ในการนี้กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้ตรวจเยี่ยมกิจกรรมต่างๆ ในโครงการ และพบปะพูดคุยกับราษฎร 8
รายที่จะเข้ามาอยู่อาศัยและทำกินในโครงการ พร้อมทั้งมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิสุลต่านฮาจี ฮัสสนาล โบเกีย
เข้าเยี่ยมคารวะเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา

       เมื่อวันศุกร์ที่ 8 กันยายน 2543 เปฮิน ดาโต๊ะ อาบู บาคาร์ อาพง กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิสุลต่านฮาจี ฮัสสนาล โบเกีย ได้
เข้าเยี่ยมคารวะเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และศึกษาแนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในงาน
ของมูลนิธิสุลต่าน และเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน อันอาจนำไปสู่ความร่วมมือกันในอนาคต

Home 

Mail to Chaipattana Network 

Thai Language