"> โครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เมื่อวันที่ 26 พฤษจิกายน 2540 สมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน
ทอดพระเนตรโครงการศึกษาทดลอง
การแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว อันเนื่องมาจาก
พระราชดำริ

       จังหวัดนครนายก เป็นจังหวัดเล็กๆ ในที่ราบลุ่มภาคกลาง มีพื้นที่ทั้งจังหวัด
ประมาณ 1 ล้านไร่เศษ และมีพื้นที่สำหรับการเกษตรประมาณร้อยละ 63 ของ
พื้นที่ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร โดยเฉพาะการทำนา แม้ว่า
นครนายกจะมีพื้นที่ลุ่มเหมาะแก่การทำนา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพภูมิประ
เทศทางตอนเหนือของจังหวัดเป็นภูเขาสูง ในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำไหลหลากอย่าง
รวดเร็ว ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม สร้างความเสียหายแก่พื้นที่การเกษตร นอกจาก
นี้พื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 41 ยังมีปัญหาดินเปรี้ยว ทำการเกษตรไม่ได้ผล
 ตั้งแต่สมัยโบราณราษฎรในแถบนี้ จึงได้รับการยกเว้นภาษีจาการทำนา ซึ่งเป็นที่
มาของชื่อเมือง "นครนายก" สืบต่อมา

       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบถึงปัญหาดังกล่าว จึงมีพระราชดำ
ริให้พิจารณาช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่จังหวัดนครนายก โดยจัดทำโครงการเขื่อน
คลองท่าด่าน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบริเวณพื้นที่ราบเชิงเขา และอ่างเก็บน้ำ
ตามลำน้ำต่างๆ อีก 9 โครงการ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน และกักเก็บน้ำ
ไว้ใช้ในฤดูแล้ง นอกจากนี้น้ำที่กักเก็บไว้ตามแหล่งน้ำต่างๆ ยังสามารถระบายมา
เจือจางแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวได้อีกด้วย

       สำหรับการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวในพื้นที่จังหวัดนครนายกนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราช
ดำริเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2540 ให้พิจารณาดำเนินการในที่ดิน ซึ่งท่านผู้หญิง ยศวดี อัมพรไพศาล น้อมเกล้าฯ ถวายเพื่อใช้
ประโยชน์ในกิจการของมูลนิธิชัยพัฒนา พื้นที่ประมาณ 51 ไร่เศษ ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 1 บ้านหนองคันจาม ตำบลบ้านพริก อำเภอ
บ้านนา จังหวัดนครนายก โดยในระยะแรกให้ใช้วิธีทางธรรมชาติในการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว คือ ใช้น้ำฝนเจือจางล้างความ
เปรี้ยวของดิน และให้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของดินและน้ำโดยบันทึกเก็บข้อมูลไว้เป็นระยะๆ ขณะเดียวกันก็
ทดลองปลูกพืชที่เหมาะสมกับดินเปรี้ยว และมีพระราชดำริเพิ่มเติม ให้จัดซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นอีก 2 แปลง พื้นที่ประมาณ 31
ไร่เศษ และ 40 ไร่เศษ ตามลำดับ โดยที่ดินแปลงหนึ่งทดลองใช้ปูนปรับสภาพความเปรี้ยวและนำน้ำจากภายนอกมาเจือจาง
ความเปรี้ยว และที่ดินอีกแปลงหนึ่งดำเนินการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพราษฎร

       ต่อมาเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2540 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม
บรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความก้าวหน้าผลการดำเนิน
งานโครงการ ได้มีพระราชดำริให้พิจารณาทดลองปลูกต้นเสม็ดขาวในลักษณะ
"ป่าเสม็ด" ในพื้นที่โครงบริเวณที่ลุ่มมีน้ำขัง ส่วนพื้นที่ที่จะจัดทำศูนย์ฝึกอาชีพ
 ให้ทดลองปลูกกก กระจูด ผือ และพืชน้ำ โดยเฉพาะพืชที่สามารถใช้เป็นวัสดุสำ
หรับงานหัตถกรรม ซึ่งทดลองได้ผลดีที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จังหวัด
นราธิวาส เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอาชีพ และรายได้ของราษฎรในแถบนี้
ต่อไป

       นับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา การดำเนินงานศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหา
ดินเปรี้ยวในพื้นที่จังหวัดนครนายก มีความก้าวหน้าเป็นลำดับ สามารถสรุปการ
ดำเนินงาน โดยแบ่งที่ดินซึ่งได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ออกเป็นแปลงๆ ดังนี้

คลองลำขวด มีน้ำตลอดทั้งปีเป็นแหล่ง
น้ำที่นำมาใช้เจือจางความเปรี้ยวใน
พื้นที่โครงการ

คลองชักน้ำจากคลองลำขวดเข้าโครงการ

       ที่ดินแปลงที่ 1 เนื้อที่ 51 ไร่เศษ ศึกษาทดลองแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวด้วยน้ำ
ฝน หรือวิธีการทางธรรมชาติ โดยขุดสระน้ำ 2 สระ เพื่อกักเก็บน้ำฝน และทำ
การเก็บข้อมูลปริมาณน้ำฝน ปริมาณน้ำในสระ ปริมาณน้ำใต้ดิน รวมทั้งตรวจ
สอบคุณภาพน้ำและคุณภาพดิน จากสระทั้งสองที่เก็บน้ำฝนไว้เป็นระยะๆ รวมทั้ง
ทดลองถ่ายเทน้ำจากสระหนึ่งมายังอีกสระหนึ่ง เพื่อเจือจางความเปรี้ยว แต่ผล
การทดลองปรากฏว่า ความเป็นกรด - ด่างของน้ำในสระทั้งสองไม่มีความแตก
ต่างกัน มีค่า pH เฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3 - 4 จัดอยู่ในระดับความเป็นกรดจัด ไม่
เหมาะสมที่จะปลูกพืชและเลี้ยงปลา

       ที่ดินแปลงที่ 2 เนื้อที่ 31 ไร่เศษ ศึกษาทดลองใช้ปูนและนำน้ำจากภายนอก
มาเจือจางความเปรี้ยว โดยขุดสระน้ำ 2 สระ สระหนึ่ง ดาดด้วยก้อนปูนมาร์ล จ
ากขอบสระถึงก้นสระ อีกสระหนึ่ง ไม่มีปูนมาร์ล และขุดคลองส่งน้ำจากคลองลำ
ชวด ซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่โครงการ เพื่อนำน้ำจากภายนอกมาเจือจางความเปรี้ยว พร้อม
กันนี้ ได้จัดทำแปลงทดลองการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ แปลงป่าพรุโดย
ทดลองปลูกเสม็ด กก กระจูด ผือ และพืชน้ำชนิดต่างๆ เพื่อศึกษาพรรณไม้ที่
สามารถปลูกในพื้นที่ดินเปรี้ยวได้ ขณะนี้แปลงทฤษฎีใหม่สามารถเก็บเกี่ยวผล
ผลิตได้แล้ว ได้แก่พืชผัก กล้วย มะละกอ ฝรั่ง มีรายได้เฉลี่ย 2,000 บาท ต่อเดือน
 ส่วนแปลงป่าพรุ ต้นไม้มีการเจริญเติบโตตามปกติ เนื่องจากมีน้ำจากคลองลำชวด
มาเติม เพื่อเจือจางความเปรี้ยวโดยตลอด ทำให้สามารถควบคุมสภาพความเป็น
กรด - ด่าง ไม่ให้อยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อพืช โดยมีค่า pH เฉลี่ย 5 - 7

ที่ดินแปลงที่ 1 เนื้อที่ประมาณ 51 ไร่เศษ
 ขุดสระน้ำ 2 สระ เพื่อเก็บน้ำฝน และ
ทดลองถ่ายเทน้ำจากสระหนื่งไปยังอีก
สระหนึ่ง แล้วเก็บข้อมูลเปรียบเทียบ
ความเป็นกรด-ด่าง

       การทดลองปลูกพืชในแปลงที่ 2 นี้ ได้ทำการทดลองเป็น 2 แบบ คือ แบบที่
ปรับสภาพดินโดยใส่ปูนขาว และแบบที่ไม่ใส่ปูนขาว โดยอาศัยน้ำจากภายนอกมา
เจือจางความเปรี้ยวอย่างเดียว ผลการทดลอง พบว่า มีความแตกต่างอย่างชัดเจน
ในแปลงนาข้าว โดยพื้นที่ที่ใสปูนขาวได้ผลผลิตข้าวประมาณ 40 ถังต่อไร่ ใน
ขณะที่พื้นที่ที่ไม่ใส่ปูนขาว ได้ผลผลิตข้าวประมาณ 1.5 ถังต่อไร่ ส่วนแปลงพืช
ไร่ - ไม้ผล การเจริญเติบโตของพืช ยังไม่มีความแตกต่างกันมากนัก

       ที่ดินแปลงที่ 3 เนื้อที่ 40 ไร่เศษ จัดทำศูนย์ฝึกอาชีพ โดยก่อสร้างอาคาร
อเนกประสงค์ขึ้น เพื่อเป็นสถานที่ฝึกอบรมแก่เกษตรกรผู้ที่สนใจ ขณะนี้ หน่วย
งานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันวางแผนดำเนินการ โดยจะจัดทำโครงการฝึกอาชีพ
ในลักษณะเข้มข้น มุ่งเน้นให้เกษตรกรที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ไป
ปฏิบัติได้จริง และสามารถยึดเป็นอาชีพได้ สำหรับกิจกรรมการฝึกอาชีพที่มี
แผนจะดำเนินงานในระยะต่อไป ได้แก่ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร การ
ผลิตกรอบรูป การหล่อกระถางต้นไม้ การเลี้ยงไก่พื้นเมือง การทอเสื่อกก การ
เลี้ยงปลาดุกอุย เป็นต้น

       ปัจจุบันพื้นที่โครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอันเนื่องมา
จากพระราชดำริ จะมีหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งเกษตรกรให้ความสนใจเดินทาง
มาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยประมาณเดือนละ 200 ราย และมีเกษตรกร
บางราย ซึ่งมีที่ดินอยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่โครงการ ได้เริ่มนำวิธีการแก้ไขปัญหา
ดินเปรี้ยวจากโครงการ โดยเฉพาะรูปแบบการยกร่องจัดทำแปลงเกษตรและ
การเพาะปลูกแบบผสมผสานไปปฏิบัติในที่ดินของตนเองบ้างแล้ว

หญ้าแฝกบริเวณคันดินรอบแปลง

สภาพแปลงป่าไม้เสม็ดและไม้น้ำจืดใน
พื้นที่ 8 ไร่

 

 

แปลงพืชไร่ไม้ผลในที่ดินแปลงที่ 2 ทดลองใส่ปูนขาวปรับสภาพดินเปรี้ยวเปรียบ
เทียบกับที่ไม่ใส่ปูนขาว ขณะนี้การเจริญเติบโตของพืชยังไม่แตกต่างกันมากนัก
ภาพซ้าย : แปลงที่ใส่ปูนขาว ภาพขวา: แปลงที่ไม่ใส่ปูนขาว

 

 

Home 

Mail to Chaipattana Network 

Thai Language