|
|
|
สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน ไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ในเขตพื้นที่ภาคใต้
|
|
สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน
ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่
1 กันยายน 2544 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2544
การเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานในครั้งนี้
เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
และงานศิลปาชีพพิเศษ อาทิเช่น โครงการฟาร์มตัวอย่าง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
โครงการปศุสัตว์มูโนะ โครงการเลี้ยงปลาน้ำกร่อย จังหวัดปัตตานี โครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่ง
บ้านละเวง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ศูนย์ศิลปาชีพบ้านละเวง แปลงนาบ้านจาเราะ
จังหวัดนราธิวาส ประตูระบายน้ำบางนรา อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ประตูระบายน้ำไม้แก่น
อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี สถานีสูบน้ำพรุแฆแฆ จังหวัดปัตตานี และอ่างเก็บน้ำใกล้บ้าน
ในศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส
นอกจากนี้ ได้เสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนราษฎรในหมู่บ้านต่างๆ
ของจังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา เพื่อสอบถามถึงปัญหาด้านต่างๆ
ที่ราษฎรเหล่านั้นประสบอยู่ ทั้งด้านความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ ตลอดจนด้านสุขอนามัย
ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแนวพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ เพื่อให้ราษฎรได้ประกอบอาชีพที่เหมาะสม มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป
|
|
|
|
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงดำนา ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
|
|
เมื่อวันที่
7 สิงหาคม 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงดำนา
ณ แปลงนาสาธิต โครงการทำนาในพื้นที่ว่างเปล่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก โดยมี นายสุเมธ ตันติเวชกุล
เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายประกิต กันยาบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการ กปร. เจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
และเกษตรกรเฝ้าฯ รับเสด็จ
โครงการทำนาในพื้นที่ว่างเปล่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
เป็นโครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้หาพื้นที่ว่างเปล่าของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
มาพัฒนาใช้ประโยชน์ เพื่อเป็นการนำร่องให้ชาวบ้าน ได้เห็นรูปแบบการพัฒนาและนำไปใช้ในพื้นที่ของตนเอง
และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำริเมื่อวันที่
19 พฤศจิกายน 2542 ให้นักเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการ
และรับผิดชอบในการปลูกพืชผัก และการเกษตรอื่นๆ ในโครงการ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการเพาะปลูก
และมีประสบการณ์การใช้เครื่องมือ-เครื่องจักรทางการเกษตร
นับตั้งแต่การเริ่มโครงการในปี
2541 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามความก้าวหน้า
และมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวกับข้าวทุกปี ทรงเข้าร่วมในการหว่านพันธุ์ข้าว
ไถนาด้วยรถแทรกเตอร์ เกี่ยวข้าว และพระราชทานพันธุ์ข้าวให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และเกษตรกรนำไปเป็นเมล็ดพันธุ์และปลูกในแปลงนาของตน ทำให้ข้าราชการและเกษตรกรตระหนัก
และเห็นความสำคัญของการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปลูกข้าว
ในปี 2543 "แปลงนาสาธิต" ให้ผลผลิตข้าวสุพรรณบุรี
1 จำนวน 3,235 กิโลกรัม และในปี 2544 คณะทำงานได้เปลี่ยนพันธุ์ข้าวจากสุพรรณบุรี
1 เป็น พันธุ์ปทุมธานี 1 เพราะเป็นพันธุ์ข้าวที่มีคุณสมบัติในการหุงต้มดี
คือ มีความนุ่มและมีกลิ่นหอม ใกล้เคียงกับข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105
"แปลงนาสาธิต" จึงเป็นอีกโครงการตัวอย่างที่ดี
ที่จะทำให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติสู่หลักการ "พออยู่ พอกิน" ต่อไป
|
|
|
|
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเปิดงานใต้ร่มพระบารมี 20 ปี กปร.
|
|
เมื่อวันอาทิตย์ที่
9 กันยายน 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปที่เซ็นทรัล
พลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ทรงเปิดงาน "ใต้ร่มพระบารมี 20 ปี กปร." ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสที่คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ได้ดำเนินงานครบ 20 ปี ในวันที่ 9 กันยายน
การจัดงานในครั้งนี้ ประกอบด้วย
การปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "ใต้ร่มพระบารมี 20 ปี กปร." โดย นายสุเมธ ตันติเวชกุล
เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาและที่ปรึกษา สำนักงาน กปร. การบรรยายพิเศษ เรื่อง
"โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกับการพัฒนาที่ยั่งยืน" จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และราษฎรที่เป็นตัวแทนจากภาคต่างๆ ซึ่งได้รับผลสำเร็จจากการนำแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปใช้ในการพัฒนาอาชีพของตน
การจัดนิทรรศการ แสดงผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของหน่วยงานต่างๆ
อาทิเช่น กรมชลประทาน กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมประมง กรมป่าไม้
กรมปศุสัตว์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้น
นอกจากนั้น ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ได้แก่ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ มูลนิธิสายใจไทย โครงการหลวง โครงการดอยคำ โครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี (ภูฟ้า) โครงการพัฒนาดอยตุง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และบริษัท
สุวรรณชาด จำกัด ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นงานฝีมือผนวกกับภูมิปัญญาของราษฎรในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริจากทุก ภูมิภาคทั่วประเทศ
การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้
นับเป็นพระกรุณาธิคุณยิ่ง ไม่เฉพาะแต่เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันดำเนินงานพัฒนาต่างๆ
เพื่อสนองพระราชดำริเท่านั้น หากหมายรวมถึงประชาชนชาวไทยที่เป็นผู้ได้รับประโยชน์จากผลของการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้นด้วย
|
|
|
|
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
|
เมื่อวันที่
26 กันยายน 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการท่าอาศยานแห่งประเทศไทย
และติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ณ บ้านศรีถาวรพนา อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร โดยมี นายพลากร สุวรรณรัฐ
องคมนตรี นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการ กปร. เจ้าหน้าที่สำนักงาน กปร.
เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จ
โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
จังหวัดมุกดาหาร เป็นพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาพื้นที่ในลักษณะเบ็ดเสร็จ
เพื่อพัฒนาอาชีพด้านเกษตรกรรม การพัฒนาแหล่งน้ำ การส่งเสริมศิลปาชีพ การอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า
และการจัดการในลักษณะเดียวกับสหกรณ์การเกษตรหุบกะพง จังหวัดเพชรบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา
มีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำพร้อมระบบส่งน้ำสามารถสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมได้ประมาณ
8,400 ไร่ ราษฎร 7 หมู่บ้าน มีน้ำใช้เพื่อเพาะปลูกพืชในลักษณะการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่
เกษตรผสมผสาน และเลี้ยงสัตว์อย่างเพียงพอตลอดปี ซึ่งมีผลต่อการลดพื้นที่การปลูกมันสำปะหลังเช่นที่เคยทำมา
สนับสนุนการดูแลบำรุงรักษาป่า ส่งเสริมการปลูกพืชที่ใช้เป็นอาหารในป่า จัดทำฝายชลอความชุ่มชื้น
ส่งเสริมการประมง โดยการจัดตั้งศูนย์ผลิตพันธุ์ปลาประจำหมู่บ้าน ราษฎรได้รับการฝึกอบรมให้มีความรู้วิชาชีพด้านอุตสาหกรรมในครอบครัว
ประเภทการทอผ้า การทำไม้กวาด การตัดเย็บ ช่างซ่อมเครื่องยนต์ ทำให้มีรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัวได้อีกด้วย
มีการจัดตั้งโรงสีข้าวชุมชน จัดตั้งกลุ่มตามอาชีพต่างๆ เพื่อให้ราษฎรได้เรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกัน
มีความสามัคคี และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซึ่งจะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถช่วยเหลือกันเองและพึ่งพาตนเองได้ในที่สุด
บ้านศรีถาวรพนา เป็นหมู่บ้านจัดตั้งใหม่
ในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
เพื่อเป็นพื้นที่รองรับราษฎรที่เคยอาศัยทำกินกระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์
โดยสำนักงาน กปร. ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดแปลงที่ทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่ราษฎร
พร้อมทั้งสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ แหล่งน้ำ ถนน ไฟฟ้า โรงเรียน ตลอดจนปัจจัยการผลิตเพื่อพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิต
เพื่อไม่ให้ราษฎรกลุ่มดังกล่าวกลับไปบุกรุกพื้นที่ป่าอีก ขณะเดียวกันราษฎรกลุ่มนี้ได้ร่วมกันปลูกป่าทดแทน
ดูแลฟื้นฟูสภาพป่าที่เคยบุกรุกให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในการที่ได้พระราชทานความช่วยเหลืออีกด้วย
|
|
|
|
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระกรณียกิจในเขตพื้นที่ภาคใต้
|
วันที่ 30 กันยายน 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อพระราชทานถ้วยรางวัลแก่นักเรียนที่ชนะเลิศการแข่งขันการตอบปัญหาทางวิชาการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ประจำปี 2544 และได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
ประจำตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และจุดสาธิตและถ่ายทอดเทคโนโลยีไร่นาสวนผสม
และแปลงสาธิตการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษของราษฎร อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
ในวันที่ 8-9 ตุลาคม 2544 ได้เสด็จฯ
ไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรม ราชและจังหวัดพัทลุง
เพื่อทอดพระเนตรการดำเนินงานของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในตำบลบางขัน อำเภอบางขัน
และตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และโรงเรียนประชารัฐบำรุง
2 อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดารและทรงติดตามความก้าวหน้าของกิจกรรมโครงการตามพระราชดำริของโรงเรียนต่างๆ
การเสด็จฯ ในครั้งนี้ ได้พระราชทานพระราชดำริให้สำนักงาน
กปร. พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภคแก่ราษฎรบ้านควนมีชัย
ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วย |
|
|
|
องคมนตรีติดตามผลการดำเนินงาน
"การแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว" จังหวัดนครนายก
|
เมื่อวันที่
19 กันยายน 2544 ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี และ ฯพณฯ นายพลากร สุวรรณรัฐ
องคมนตรี พร้อมด้วย นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการ กปร. และคณะ ได้ติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
บ้านหนองคันจาม ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก
โครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
เป็นโครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว
ที่เป็นอุปสรรคในการเพาะปลูกพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ข้าว" ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทย
โดยใช้วิธีการทางธรรมชาติและแก้ไขโดยใช้ปูนมาร์ล และน้ำจากภายนอกโครงการเข้ามาดำเนินการ
และให้เปรียบเทียบในเรื่องค่าใช้จ่าย ระยะเวลา และผลได้ผลเสียที่เกิดขึ้นจากการทดลองในรูปแบบที่ต่างกัน
รวมทั้งการนำเถ้าลอยลิกไนท์ที่เป็นส่วนประกอบในการก่อสร้างเขื่อนคลองท่าด่านมาศึกษาทดลองในการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอีกด้วย
การดำเนินงานโครงการที่ผ่านมาได้ศึกษาทดลองแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวด้วยกัน 3
วิธี คือ การแก้ไขด้วยวิธีการธรรมชาติ โดยใช้นำฝน การจัดทำเป็นแปลงทฤษฎีใหม่และทดลองใช้ปูนและน้ำจากภายนอกมาเจือจาง
และศึกษาทดลองการใช้เถ้าลอยลิกไนท์
นับเป็นโครงการตัวอย่างอีกโครงการหนึ่ง
ที่เกษตรกรให้ความสนใจเข้ามาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถทำให้ "ดิน"
ที่เคยเปรี้ยว ได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาให้อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูกพืช
มีผลผลิตมากขึ้น ซึ่งทำให้เกษตรกรมีโอกาสที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
สมดังพระราชประสงค์อย่างแท้จริง |
ทูลเกล้าฯ
ถวายเพื่อสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา |
 |
วันอังคารที่ 12 มิถุนายน 2544
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา
นำนายอนนต์ ลักคุณะประสิทธิ์ และคณะ เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาททูลเกล้าทูลกระหม่อม
ถวายหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1077-1090 รวมทั้งสิ้น
14 แปลง พื้นที่ 156 ไร่ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 6 ตำบลตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี
ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่
22 กุมภาพันธ์ 2544 |
 |
วันอังคารที่
2 ตุลาคม 2544
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ให้นายมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นำนางสาวอุมา
บุญประกอบ ประธานโรงเรียนเอกชนกลุ่ม 17 และคณะ เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี แทนพระองค์ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินรายได้จากการจัดงานเดินการกุศลเฉลิมพระเกียรติ
จำนวน 110,550 บาท โดยเสด็จพระราชกุศลสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา |
| |
คณะบุคคลมอบเงินบริจาคสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา |
 |
วันจันทร์ที่
22 ตุลาคม 2544
นางกฤษณา ณรงค์วานิช และครอบครัว
มอบเงิน 100,000 บาท สมทบมูลนิธิชัยพัฒนา โดยมีนายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา
เป็นผู้รับมอบ |
 |
วันศุกร์ที่
26 ตุลาคม 2544
คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียน
โรงเรียนอัสสัมชัญ มอบเงิน 62,500 บาท สมทบมูลนิธิชัยพัฒนา โดยมีนายสุเมธ
ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้รับมอบ |