พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรเครื่องกลเติมอากาศฉบับพิเศษในพระปรมาภิไธย

       เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2544 เวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นำ นายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคณะ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรเครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ ฉบับพิเศษ ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้พระราชทานพระราชกระแสเกี่ยวกับ ทรัพย์สินทางปัญญา แก่คณะผู้เข้าเฝ้าฯ โดยสรุป คือ

        สิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีความสำคัญมาก กรมทรัพย์สินทางปัญญาควรจะสนับสนุนคนที่มีความคิด ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าใครควรจดทะเบียนไว้ มีหลายอย่างจดทะเบียนได้ ต้องพยายามทำแนวใหม่ของการพัฒนา แนวใหม่ของทรัพย์สินทางปัญญา ให้คนรู้จักใช้ความคิดทางปัญญาให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่คิดเพื่อที่จะไปจดทะเบียนอย่างเดียว ถ้ามีทรัพย์สินทางปัญญา คนไทยจะเจริญ

 

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา
       เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2544 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ทั้งนี้ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2544

  


สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน ไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่ภาคใต้
       สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2544 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2544

       การเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานในครั้งนี้ เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และงานศิลปาชีพพิเศษ อาทิเช่น โครงการฟาร์มตัวอย่าง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โครงการปศุสัตว์มูโนะ โครงการเลี้ยงปลาน้ำกร่อย จังหวัดปัตตานี โครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่ง บ้านละเวง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ศูนย์ศิลปาชีพบ้านละเวง แปลงนาบ้านจาเราะ จังหวัดนราธิวาส ประตูระบายน้ำบางนรา อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ประตูระบายน้ำไม้แก่น อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี สถานีสูบน้ำพรุแฆแฆ จังหวัดปัตตานี และอ่างเก็บน้ำใกล้บ้าน ในศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส

       นอกจากนี้ ได้เสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนราษฎรในหมู่บ้านต่างๆ ของจังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา เพื่อสอบถามถึงปัญหาด้านต่างๆ ที่ราษฎรเหล่านั้นประสบอยู่ ทั้งด้านความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ ตลอดจนด้านสุขอนามัย ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแนวพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อให้ราษฎรได้ประกอบอาชีพที่เหมาะสม มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงดำนา ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
       เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงดำนา ณ แปลงนาสาธิต โครงการทำนาในพื้นที่ว่างเปล่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก โดยมี นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายประกิต กันยาบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการ กปร. เจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และเกษตรกรเฝ้าฯ รับเสด็จ

        โครงการทำนาในพื้นที่ว่างเปล่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้หาพื้นที่ว่างเปล่าของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มาพัฒนาใช้ประโยชน์ เพื่อเป็นการนำร่องให้ชาวบ้าน ได้เห็นรูปแบบการพัฒนาและนำไปใช้ในพื้นที่ของตนเอง และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำริเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2542 ให้นักเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการ และรับผิดชอบในการปลูกพืชผัก และการเกษตรอื่นๆ ในโครงการ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการเพาะปลูก และมีประสบการณ์การใช้เครื่องมือ-เครื่องจักรทางการเกษตร

        นับตั้งแต่การเริ่มโครงการในปี 2541 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามความก้าวหน้า และมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวกับข้าวทุกปี ทรงเข้าร่วมในการหว่านพันธุ์ข้าว ไถนาด้วยรถแทรกเตอร์ เกี่ยวข้าว และพระราชทานพันธุ์ข้าวให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเกษตรกรนำไปเป็นเมล็ดพันธุ์และปลูกในแปลงนาของตน ทำให้ข้าราชการและเกษตรกรตระหนัก และเห็นความสำคัญของการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปลูกข้าว

        ในปี 2543 "แปลงนาสาธิต" ให้ผลผลิตข้าวสุพรรณบุรี 1 จำนวน 3,235 กิโลกรัม และในปี 2544 คณะทำงานได้เปลี่ยนพันธุ์ข้าวจากสุพรรณบุรี 1 เป็น พันธุ์ปทุมธานี 1 เพราะเป็นพันธุ์ข้าวที่มีคุณสมบัติในการหุงต้มดี คือ มีความนุ่มและมีกลิ่นหอม ใกล้เคียงกับข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105
        "แปลงนาสาธิต" จึงเป็นอีกโครงการตัวอย่างที่ดี ที่จะทำให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติสู่หลักการ "พออยู่ พอกิน" ต่อไป


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเปิดงานใต้ร่มพระบารมี 20 ปี กปร.
       เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปที่เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ทรงเปิดงาน "ใต้ร่มพระบารมี 20 ปี กปร." ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสที่คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ดำเนินงานครบ 20 ปี ในวันที่ 9 กันยายน

        การจัดงานในครั้งนี้ ประกอบด้วย การปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "ใต้ร่มพระบารมี 20 ปี กปร." โดย นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาและที่ปรึกษา สำนักงาน กปร. การบรรยายพิเศษ เรื่อง "โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกับการพัฒนาที่ยั่งยืน" จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และราษฎรที่เป็นตัวแทนจากภาคต่างๆ ซึ่งได้รับผลสำเร็จจากการนำแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปใช้ในการพัฒนาอาชีพของตน การจัดนิทรรศการ แสดงผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของหน่วยงานต่างๆ อาทิเช่น กรมชลประทาน กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมประมง กรมป่าไม้ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้น

        นอกจากนั้น ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้แก่ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มูลนิธิสายใจไทย โครงการหลวง โครงการดอยคำ โครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ภูฟ้า) โครงการพัฒนาดอยตุง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และบริษัท สุวรรณชาด จำกัด ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นงานฝีมือผนวกกับภูมิปัญญาของราษฎรในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริจากทุก ภูมิภาคทั่วประเทศ

        การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ นับเป็นพระกรุณาธิคุณยิ่ง ไม่เฉพาะแต่เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันดำเนินงานพัฒนาต่างๆ เพื่อสนองพระราชดำริเท่านั้น หากหมายรวมถึงประชาชนชาวไทยที่เป็นผู้ได้รับประโยชน์จากผลของการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้นด้วย


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
       เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการท่าอาศยานแห่งประเทศไทย และติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ บ้านศรีถาวรพนา อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร โดยมี นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการ กปร. เจ้าหน้าที่สำนักงาน กปร. เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จ

       โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดมุกดาหาร เป็นพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาพื้นที่ในลักษณะเบ็ดเสร็จ เพื่อพัฒนาอาชีพด้านเกษตรกรรม การพัฒนาแหล่งน้ำ การส่งเสริมศิลปาชีพ การอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า และการจัดการในลักษณะเดียวกับสหกรณ์การเกษตรหุบกะพง จังหวัดเพชรบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา มีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำพร้อมระบบส่งน้ำสามารถสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมได้ประมาณ 8,400 ไร่ ราษฎร 7 หมู่บ้าน มีน้ำใช้เพื่อเพาะปลูกพืชในลักษณะการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน และเลี้ยงสัตว์อย่างเพียงพอตลอดปี ซึ่งมีผลต่อการลดพื้นที่การปลูกมันสำปะหลังเช่นที่เคยทำมา สนับสนุนการดูแลบำรุงรักษาป่า ส่งเสริมการปลูกพืชที่ใช้เป็นอาหารในป่า จัดทำฝายชลอความชุ่มชื้น ส่งเสริมการประมง โดยการจัดตั้งศูนย์ผลิตพันธุ์ปลาประจำหมู่บ้าน ราษฎรได้รับการฝึกอบรมให้มีความรู้วิชาชีพด้านอุตสาหกรรมในครอบครัว ประเภทการทอผ้า การทำไม้กวาด การตัดเย็บ ช่างซ่อมเครื่องยนต์ ทำให้มีรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัวได้อีกด้วย มีการจัดตั้งโรงสีข้าวชุมชน จัดตั้งกลุ่มตามอาชีพต่างๆ เพื่อให้ราษฎรได้เรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกัน มีความสามัคคี และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซึ่งจะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถช่วยเหลือกันเองและพึ่งพาตนเองได้ในที่สุด

        บ้านศรีถาวรพนา เป็นหมู่บ้านจัดตั้งใหม่ ในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นพื้นที่รองรับราษฎรที่เคยอาศัยทำกินกระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยสำนักงาน กปร. ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดแปลงที่ทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่ราษฎร พร้อมทั้งสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ แหล่งน้ำ ถนน ไฟฟ้า โรงเรียน ตลอดจนปัจจัยการผลิตเพื่อพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิต เพื่อไม่ให้ราษฎรกลุ่มดังกล่าวกลับไปบุกรุกพื้นที่ป่าอีก ขณะเดียวกันราษฎรกลุ่มนี้ได้ร่วมกันปลูกป่าทดแทน ดูแลฟื้นฟูสภาพป่าที่เคยบุกรุกให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในการที่ได้พระราชทานความช่วยเหลืออีกด้วย


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระกรณียกิจในเขตพื้นที่ภาคใต้
       วันที่ 30 กันยายน 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อพระราชทานถ้วยรางวัลแก่นักเรียนที่ชนะเลิศการแข่งขันการตอบปัญหาทางวิชาการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปี 2544 และได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ประจำตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และจุดสาธิตและถ่ายทอดเทคโนโลยีไร่นาสวนผสม และแปลงสาธิตการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษของราษฎร อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

        ในวันที่ 8-9 ตุลาคม 2544 ได้เสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรม ราชและจังหวัดพัทลุง เพื่อทอดพระเนตรการดำเนินงานของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในตำบลบางขัน อำเภอบางขัน และตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และโรงเรียนประชารัฐบำรุง 2 อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดารและทรงติดตามความก้าวหน้าของกิจกรรมโครงการตามพระราชดำริของโรงเรียนต่างๆ

        การเสด็จฯ ในครั้งนี้ ได้พระราชทานพระราชดำริให้สำนักงาน กปร. พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภคแก่ราษฎรบ้านควนมีชัย ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วย


องคมนตรีติดตามผลการดำเนินงาน "การแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว" จังหวัดนครนายก
       เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2544 ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี และ ฯพณฯ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมด้วย นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เลขาธิการ กปร. และคณะ ได้ติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านหนองคันจาม ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก

        โครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว ที่เป็นอุปสรรคในการเพาะปลูกพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ข้าว" ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทย โดยใช้วิธีการทางธรรมชาติและแก้ไขโดยใช้ปูนมาร์ล และน้ำจากภายนอกโครงการเข้ามาดำเนินการ และให้เปรียบเทียบในเรื่องค่าใช้จ่าย ระยะเวลา และผลได้ผลเสียที่เกิดขึ้นจากการทดลองในรูปแบบที่ต่างกัน รวมทั้งการนำเถ้าลอยลิกไนท์ที่เป็นส่วนประกอบในการก่อสร้างเขื่อนคลองท่าด่านมาศึกษาทดลองในการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอีกด้วย การดำเนินงานโครงการที่ผ่านมาได้ศึกษาทดลองแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวด้วยกัน 3 วิธี คือ การแก้ไขด้วยวิธีการธรรมชาติ โดยใช้นำฝน การจัดทำเป็นแปลงทฤษฎีใหม่และทดลองใช้ปูนและน้ำจากภายนอกมาเจือจาง และศึกษาทดลองการใช้เถ้าลอยลิกไนท์

        นับเป็นโครงการตัวอย่างอีกโครงการหนึ่ง ที่เกษตรกรให้ความสนใจเข้ามาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถทำให้ "ดิน" ที่เคยเปรี้ยว ได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาให้อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูกพืช มีผลผลิตมากขึ้น ซึ่งทำให้เกษตรกรมีโอกาสที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น สมดังพระราชประสงค์อย่างแท้จริง


ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
วันอังคารที่ 12 มิถุนายน 2544
       สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นำนายอนนต์ ลักคุณะประสิทธิ์ และคณะ เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาททูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1077-1090 รวมทั้งสิ้น 14 แปลง พื้นที่ 156 ไร่ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 6 ตำบลตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2544
วันอังคารที่ 2 ตุลาคม 2544
       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นำนางสาวอุมา บุญประกอบ ประธานโรงเรียนเอกชนกลุ่ม 17 และคณะ เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แทนพระองค์ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินรายได้จากการจัดงานเดินการกุศลเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 110,550 บาท โดยเสด็จพระราชกุศลสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
 
คณะบุคคลมอบเงินบริจาคสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม 2544
       นางกฤษณา ณรงค์วานิช และครอบครัว มอบเงิน 100,000 บาท สมทบมูลนิธิชัยพัฒนา โดยมีนายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้รับมอบ
วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2544
       คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียน โรงเรียนอัสสัมชัญ มอบเงิน 62,500 บาท สมทบมูลนิธิชัยพัฒนา โดยมีนายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้รับมอบ