ต่อมา
เมื่อทรงศึกษาถึงศักยภาพของหญ้าแฝกว่ามีผลต่อการปรับปรุงคุณภาพดินด้วย
ดังนั้น "...ใส่หญ้าแฝกไป หญ้าแฝกเจาะลงไปแล้วก็พาพวกจุลินทรีย์ลงไปด้วย...
ดูดไนโตรเจน แล้วก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นปุ๋ยไนโตรเจน เป็นปมๆ ทำให้ดินดีขึ้น..."
ที่เขาชะงุ้ม จังหวัดราชบุรี เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทรงนำมาอธิบายแก่เด็กนักเรียน
ว่า "...ที่เขาชะงุ้ม ทีแรกไม่ได้เป็นดิน เป็นหินลูกรัง ... ก็ไปทำกลายเป็นดิน
แล้วก็ปลูกพืชอะไรต่างๆ สามารถที่จะใช้ได้ เดี๋ยวนี้สบายมาก..."
"ยังไม่ได้เรียน"
นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้น เมื่อทรงซักถามเกี่ยวกับเคมี "อ้าว
... ยังไม่ได้เรียน ? เรียนเคมีมีทฤษฎี ...น้ำ H2O H ไฮโดรเจน O ออกซิเจน
H มี 2 ... แล้วนี่ S ซัลเฟอร์ มาโดนออกซิเจนเป็น SO ผสมกับน้ำเป็น
H2SO4 เป็นซัลฟูริค แอซิค ต่อไป...ถึงว่ามาทำนี่...ดร.พิสุทธิ์ เขาเป็น
ผู้เชี่ยวชาญดิน เคมีดิน แล้วก็อันนี้มาใช้อะไรได้...ไม่ได้ ถึงว่าได้นี่
เราต้องปรับปรุง เราอยากทำตรงนี้ให้ดีขึ้น ...ปรับปรุง ให้เป็นดินที่ไม่มี
ความละเอียดพิเศษ ต้องใช้เวลาอย่างที่อาจารย์ว่า ดร. พิสุทธิ์ บอกว่ายิ่งใส่น้ำแล้วเอาน้ำออกจะยิ่งเปรี้ยว
บอกทำอะไรไม่ได้ ปลูกข้าวปลูกผัก ... ปลูกข้าวไม่ได้"
ทรงอธิบายเรื่องแกล้งดินเพิ่มเติม
ว่า "...เราจะแกล้งดิน แกล้งดินให้ดินนั้นกลายเป็นโรงงานทำซัลฟูริค
แอซิค ...แล้วปลูกข้าว ขึ้นมานิดหนึ่ง ... มันใช้ไม่ได้ ... เอาน้ำออก
รอให้น้ำเข้าก่อนแล้วปลูกใหม่ ขึ้นสูงสองเท่า ... ทำอย่างนี้ ที่ดินที่เราทำ
แทนที่จะทำปีละครั้ง ปลูกข้าวปีละครั้ง เราไปปลูกข้าวปีละสามครั้ง
... ให้ดินพักหน่อย แล้วปีต่อไปทำใหม่..." และในที่สุด
"...โครงการแกล้งดิน กลายเป็นส่งเสริมดินให้ดี..."
ก่อนเสด็จฯ กลับในวันนั้นเด็กนักเรียนพร้อมใจกันกราบพระบาทด้วยสำนึกในพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณ
ที่ทรงถ่ายทอดวิชาความรู้ เกี่ยวกับการปรับปรุงคุณภาพดิน จากสิ่งที่ทรงประสบและแก้ไขปัญหาด้วยพระองค์เอง
ณ ห้องเรียน ธรรมชาติที่บ้านเขาเต่า นับเป็นมงคลแห่งชีวิตที่มิอาจลืมได้เลย