ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่มีแด่พระเจ้าแผ่นดินมีการแสดงออกด้วยกันในหลายรูปแบบ ประชาชนกลุ่มหนึ่งมีจิตศรัทธา ในพระราชดำริและมีความประสงค์ที่จะช่วยพระมหากษัตริย์ได้ผ่อน ทรงงานหนักเพื่อราษฎรของพระองค์ในฐานะของประชาชนผู้เป็นข้าแผ่นดิน จึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายผืนดินอันเป็นทรัพย์สมบัติของวงศ์ตระกูลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์นักพัฒนาเพื่อจะได้ทรงนำไปพัฒนา ในรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมและเป็นตัวอย่างแก่ราษฎรที่จะนำไปใช้ เป็นแบบอย่างในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน      
      
           หากนับตั้งแต่ผืนดินผืนแรกที่ราษฎรผู้มีจิตศรัทธาได้น้อมเกล้าฯ  ถวายเพื่อใช้ในกิจกรรมของมูลนิธิชัยพัฒนา  เมื่อปี พ.ศ. 2532 จนถึงปัจจุบันนี้ นับได้ถึง 54 แปลง รวมแล้วประมาณ 5,600 ไร่ ซึ่งรวมถึงผืนดินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ให้มูลนิธิชัยพัฒนาดูแลอีก 1 แปลง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ตั้งของโครงการ ศูนย์บริการไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่

           นอกจากนี้ ยังมีผืนดินที่มูลนิธิชัยพัฒนาจัดซื้อ นับได้ 22 แปลง รวมผืนดิน 1,100 ไร่ โดยผืนดินแห ่งแรกที่จัดซื้อ ด้วย พระราชทรัพย์และเงินสมทบของประชาชน คือ ผืนดินที่ ณ ปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งของโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนาอันเนื่อง มาจากพระราชดำริ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี  และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาดูแลและดำเนินการ ผืนดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิชัยพัฒนาเหล่านี้มีรูปแบบของการพัฒนาที่แตกต่างกันไป  ขึ้นอยู่กับลักษณะของภูมิประเทศและ สภาพแวดล้อมมีความสอดคล้องกับการทำมาหากิน ของราษฎรที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงและคำนึงถึงความประสงค์ของเจ้าของผืนดิน เดิมด้วย ซึ่งผลของการพัฒนาจะต้องเกิดประโยชน์แก่ราษฏรเป็นส่วนรวมอย่างแท้จริง

           "ดิน" เป็นทรัพยากรที่สำคัญอีกประเภทหนึ่งต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เมื่อดินเสื่อมโทรม ขาดความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ไม่สามารถเพาะปลูกพืชได้เช่นเดิม ปัญหาของดินที่มักพบเจออยู่เป็นประจำ คือ ดินเปรี้ยว ดินเค็ม ซึ่งแต่ละสภาพปัญหาของดิน มีวิธีการแก้ไขที่แตกต่างกันออกไป

           "...ความจริงพัฒนาที่ดินนั้น คำนี้ก็หมายความว่าทำให้ดินดีขึ้น ไม่ใช่ดูว่าดินเดี๋ยวนี้เป็นอย่างไร แต่ว่าพัฒนาให้ดีขึ้นซึ่งทำได้แน่นอน บางประเทศเป็นหินแท้ๆ เขายังพัฒนาขึ้นมาให้เป็นสวนได้..."
(พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว : 7 มกราคม 2523)

            พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาทดลอง เพื่อหาวิธีการแก้ไขในรูปแบบต่างๆ บนผืนดินของมูลนิธิชัยพัฒนาที่ราษฎรน้อมเกล้าฯ ถวาย จากสถานที่ที่มีความแตกต่างกัน อาทิเช่น
            พื้นที่ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็น โครงการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นที่ดินที่มีความเสื่อมโทรมอย่างรุนแรงอันเกิดจากการใช้ดินอย่างผิดวิธี จนไม่สามารถทำประโยชน์ใดได้ การพัฒนาและฟื้นฟู ณ ผืนดินแห่งนี้ จากสภาพดินลูกรัง ตอไม้ที่ถูกตัดทิ้งไว้ กลายเป็นลำต้นที่งอกใหม่ ความอุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้นเกิดขึ้น งอกงามเป็นป่า เบญจพรรณดังเช่นที่เป็นมา ที่แห่งนี้จึงเป็นที่มาของพระราชดำริที่สามารถพิสูจน์ให้เห็นจากความเป็นจริงที่ปรากฏได้ ว่า "อย่ารังแกป่า" "อย่ารังแกธรรมชาติ" และ ทฤษฎี "การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก"
            ความเปรี้ยวของดินก็สามารถส่งผลเสีย ต่อการเพาะปลูกได้ ดังนั้น ผืนดิน 130 ไร่ ที่ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ที่มีสภาพของความเป็นดินเปรี้ยว ไม่สามารถเพาะปลูกข้าวได้ จึงเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืช ผืนดินแห่งนี้จึงเป็น โครงการศึกษาทดลอง การแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอันเนื่อง มาจากพระราชดำริที่ผลของความสำเร็จในวันข้างหน้าจะเป็นตัวอย่างอันดีแก่เกษตรกรที่จะนำไป ใช้แก้ปัญหาดินในพื้นที่ของตนเอง
           ส่วนเรื่องดินเค็มนั้น ก็เป็นปัญหาสำคัญที่จำเป็นต้องแก้ไขอีกเช่นกัน ดังนั้น ผืนดินกว่า 24 ไร่ ที่ตำบลตาจั่น อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา จึงเป็นที่มาของ โครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเค็มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
           นอกจากนี้ จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การทำนาปลูกข้าว ดังนั้น ผืนดินที่ตำบลเด่นใหญ่ อำเภอหันคา จำนวน 30 ไร่ จึงจัดทำเป็น แปลงสาธิตการปรับปรุงบำรุงดินสำหรับการทำนา เพื่อให้เกษตรกรรู้จักวิธีการปรับปรุงบำรุงดินที่เอื้ออำนวยต่อการปลูกข้าว เพื่อจะได้มีผลผลิตมากขึ้น


             เมื่อคราวปี พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวคิด "ทฤษฎีใหม่" เพื่อเป็นแนวทางในการทำการเกษตร ที่เน้นในเรื่องการบริหารจัดการที่ดินและน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยทรงตระหนักถึงปัญหาที่เกษตรกรมีที่ดินในจำนวนจำกัด ทั้งยังมีความเสี่ยงสูงต่อความเสียหายที่เกิดจากความแปรปรวนของดิน ฟ้า อากาศ และฝนทิ้งช่วง รวมทั้งไม่มีหลักเกณฑ์ในการปลูกพืช และส่วนใหญ่ปลูกพืชชนิดเดียว
            "ทฤษฎีใหม่" ตามแนวพระราชดำริ เป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาทางการเกษตรสำหรับเกษตรกร ที่ยากจน มีที่ดินทำกินน้อย และหลักการที่สำคัญ คือ เป็นระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงที่เกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ การศึกษาทดลองบนผืนดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิชัยพัฒนาจึงเริ่มขึ้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนา จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีชื่อโครงการว่า โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสระบุรี หรือ ทฤษฎีใหม่วัดมงคล และที่แห่งนี้จัดเป็นระบบทฤษฎีใหม่ที่สมบูรณ์ เพราะมีระบบการจัดการน้ำ จากอ่างใหญ่ สู่อ่างเล็ก และส่งต่อไปยังสระเก็บน้ำของราษฎร คือ มีน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ไปเติมให้แก่ "อ่างเก็บน้ำห้วยหินขาว" ซึ่งอยู่ในพื้นที่ จากนั้นจึงส่งน้ำไปยังสระน้ำในแปลงของเกษตรกร ทำให้เกษตรกรมีน้ำใช้เพื่อการเพาะปลูกในฤดูแล้งอย่างพอเพียง              ในขณะเดียวกันนั้น ได้มีการศึกษาทดลอง ทฤษฎีใหม่เขาวง หรือ โครงการพัฒนาพื้นที่เกษตรน้ำฝนบ้านแดนสามัคคีและขุดสระเก็บน้ำตามทฤษฎีใหม่ ที่ตำบลคุ้มเก่า อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเน้นการจัดการพื้นที่และการขุดสระเก็บกักน้ำให้ราษฎรมีน้ำใช้อย่างพอเพียง ราษฎรที่นี่ยากจนและมีความยากลำบากในการ ปลูกข้าวและได้ผลผลิตน้อย ดังพระราชดำรัสว่า "...ข้าวนั้นมีรวงจริงแต่ไม่มีเม็ด หรือรวงหนึ่งมีสักสองสามเม็ด ...เขาก็บอกว่าเพราะไม่มีฝน...ปักดำไม่ได้เพราะว่าไม่มีน้ำ ก็ปักในทราย ทำรูในทรายแล้วปักลงไป..." และที่แห่งนี้ยังเป็นที่มาของพระราชกระแส "ทางดิสโก้" เพราะทางเข้าสู่หมู่บ้านมีแต่หลุมบ่อเป็นอุปสรรค แก่การเดินทางสัญจร ของชาวบ้าน
              เมื่อการดำเนินงานผ่านไปได้ระยะเวลาหนึ่ง ความสำเร็จของทฤษฎีใหม่ขั้นต้น ผนวกกับกระแสความผันผวนทางเศรษฐกิจ จึงทำให้มีผู้มีจิตศรัทธาน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน เพื่อให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดทำเป็นแปลงสาธิตทฤษฎีใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการ ในหลายแห่งและสามารถเห็นผลแห่งความสำเร็จตามเจตนารมณ์ ของเจ้าของที่ดินเดิม ได้แก่
              ทฤษฎีใหม่ปักธงชัย หรือ ทฤษฎีใหม่บ้านฉัตรมงคล ณ ผืนดินที่ตำบลปักธงชัยเหนือ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา และ ทฤษฎีใหม่บ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี เป็นตัวอย่างแก่ราษฎรในภาคอีสานให้มีรายได้เพิ่มขึ้น มีงานทำตลอดทั้งปี ไม่ต้องอพยพเข้ามาทำงาน ในเมืองในช่วงฤดูแล้งอีกต่อไป
              และ ทฤษฎีใหม่ปากท่อ ณ ผืนดินที่ตำบลวันดาว อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งผลของการดำเนินงาน ในผืนดินแห่งนี้ ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างกว้างขวางแก่เกษตรกรในท้องถิ่นและจากที่อื่น ทำให้เจ้าของที่ดิน เดิมมีความชื่นชม และประทับใจอย่างมาก จึงเสนอขอบริจาคที่ดินให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนาจัดทำเป็นแปลงสาธิต "ทฤษฎีใหม่" อีก 1 แปลงด้วย

            พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระทัยในความสำคัญของภาคการเกษตรที่มีต่อราษฎรและประเทศชาติ ด้วยเหตุนี้ ผืนดินหลายแห่งที่เป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิชัยพัฒนา จึงมีการพัฒนาและจัดทำเป็นแปลงสาธิตทางการเกษตรในรูปแบบต่างๆ ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และอาชีพของราษฎรที่อาศัยทำมาหากินอยู่ในบริเวณนั้น เพื่อเป็นตัวอย่าง หรือต้นแบบที่เกษตรกร หรือแม้แต่ประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้และนำไปใช้ในการประกอบอาชีพของตนได้ ดังเช่น
            โครงการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เหมาะสมและสอดคล้อง กับสภาพความเป็นจริงของพื้นที่ อาทิ ในเขตจังหวัดนครนายกเป็นแหล่งที่สามารถเพาะปลูกข้าวได้ หากว่าให้ผลผลิตน้อย แต่เพราะ "ข้าว" เป็นอาหารหลักของคนไทย ดังนั้น ผืนดินบ้านชวดบัว ที่ตำบลดอนยอ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จึงจัดทำเป็นแปลงสาธิต และขยายพันธุ์ข้าว ผลิตพันธุ์ข้าวและแปลงไม้ผล รวมทั้งผลิตพันธุ์ข้าวพระราชทาน และ ผืนดินบ้านบางขอม
            ที่ตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้พัฒนาพื้นที่เป็นแปลงผลิตพันธุ์ข้าวและพืชหลังนา เพื่อบริการและให้ความรู้แก่เกษตรกร ที่ตำบลบ้านพระ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี จัดทำเป็น โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านหัวเขาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างสถานีอนามัย จัดทำแปลงสาธิตพืชสมุนไพร และยังมีตลาดจำหน่ายพันธุ์ไม้และร้านค้าชุมชน เพื่อจำหน่ายสินค้า แก่ชุมชนและราษฎรภายนอกชุมชนด้วย
           ที่ดิน 246 ไร่ ที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี จัดทำเป็น ศูนย์บริการวิชาการเกษตร แหล่งถ่ายทอดความรู้ด้านวิชาการเกษตร โดยยึดถือแนวทางการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน และให้เกษตรกรที่เช่าที่นาอยู่เดิม 8 ครอบครัว สามารถทำกินต่อไปได้ในลักษณะ แปลงทฤษฎีใหม่ เพื่อจะได้เป็นแบบอย่างแก่เกษตรกรอื่นๆ นำไปดำเนินการต่อ ในที่ดินของตนเอง
            แปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทาน พระราชดำริให้พัฒนา ผืนดินตำบลบึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี กว่า 24 ไร่ เป็นแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสาน เน้นการทำนาและสวนส้มตามอาชีพเดิมที่เคยทำมา ขณะเดียวกันให้ปลูกพืชอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เกิดความหลากหลาย ในการใช้พื้นที่ และที่สำคัญให้เกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมดำเนินการด้วย ซึ่งการดำเนินงานในลักษณะ การเกษตรแบบผสมผสาน ที่คล้ายกันนี้ ยังดำเนินการที่ ผืนดินตำบลสุขเดือนห้า กิ่งอำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท จำนวน 41 ไร่ ก็มีลักษณะของการเป็นศูนย์สาธิต การเกษตรแบบผสมผสานให้แก่เกษตรกรเช่นเดียวกัน
            สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การดำเนินงาน ณ ที่แห่งนี้เป็นไปตาม แนวพระราชดำริ ในรูปแบบที่เรียบง่าย เป็นทางเลือกสำหรับเกษตรกรนำไปปฏิบัติ หรือพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ ในท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นในเรื่องเกษตรยั่งยืน
             โครงการศูนย์สาธิตพืชไร่พืชสวนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลท่าแร้ง อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ผืนดิน 39 ไร่นี้ นอกจากจะเป็นศูนย์สาธิตพืชไร่พืชสวนให้แก่เกษตรกรแล้ว ยังมีที่ดินส่วนหนึ่ง ประมาณ 26 ไร่ ขุดเป็นสระเก็บน้ำขนาดใหญ่ เพื่อใช้เป็นที่รองรับน้ำที่ไหลล้นมาจากแม่น้ำเพชรบุรี เก็บไว้ใช้ทำนาปรังในฤดูแล้ง ซึ่งทำให้เกษตรกร มีน้ำใช้ ไม่ขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งอีกต่อไป
            ส่วนที่จังหวัดนครนายก มีที่ดิน 11 ไร่ ที่ตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง ได้จัดทำเป็นสวนป่า รุกขชาติ เพื่อรวบรวมพันธุ์ไม้ท้องถิ่น เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติและสถานที่ปฏิบัติธรรม คือ "โครงการสวนรุกขชาติอัน เนื่องมาจากพระราชดำริ" และ ผืนดินบ้านเกาะกา ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี ในอนาคตอันใกล้นี้จะได้รับการพัฒนาให้เป็น แหล่งเพาะพันธุ์ปลาธรรมชาติที่เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และการดำเนินชีวิตของราษฎรต่อไป

            การเกิดอุทกภัยน้ำท่วมหลากในปี 2538 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นปริมาณมากและยาวนาน ทำให้ทรัพย์สินเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะแต่เศรษฐกิจและสังคมในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงประเทศชาติอย่างเป็นวงจรด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริ ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งที่ดินชัยพัฒนาได้มีส่วนในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เช่น ที่ดินที่ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จัดสร้างเป็น โครงการสระเก็บน้ำพระราม 9 เป็นสระเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ บนเนื้อที่กว่า 2,800 ไร่ ใช้ประโยชน์ในการรองรับน้ำ ที่ไหล่บ่ามาจากที่ราบลุ่มตอนบน นอกจากเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว ยังช่วยให้ประชาชน ใกล้เคียงมีน้ำใช้ ทั้งการอุปโภคบริโภค รวมถึงการเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้งอีกด้วย
            ที่ดิน ณ แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพฯ จำนวนกว่า 4 ไร่ ที่มีผู้น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เคยประทับเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ให้เป็น อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑสถาน ที่แสดงถึงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเป็นแหล่งศึกษาที่แสดงถึง ความสัมพันธ์กลมกลืนกันของสังคมชุมชนชาวไทย จีน ลาว และมุสลิม ภายใต้พระบรมโพธิสมภารแห่งพระมหากษัตริย์ไทยอีกด้วย ในวันนี้ ผืนดินแห่งนี้ นอกจากจะเป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีแล้ว ยังเป็นสวนสาธารณะที่เป็น ศูนย์รวมของชุมชนย่านคลองสาน ที่ประชาชนได้เข้ามาร่วมทำกิจกรรมสัมพันธ์ สร้างความรักใคร่สามัคคีระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม

           ผืนดินที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ที่ราษฎรน้อมเกล้าฯ ถวาย ณ ปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งของวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก วัดแห่งแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นแบบอย่างในการ ก่อสร้างวัดที่มีขนาดเล็ก เน้นความประหยัด เรียบง่าย เป็นพุทธสถานในการประกอบศาสนกิจเพื่อสืบทอดและเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจและศรัทธาของประชาชน ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ด้านสังคมและจริยธรรมแก่เยาวชนและประชาชนในชุมชน เพื่อขัดเกลาให้มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม เน้นการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมในลักษณะ บ-ว-ร คือ บ้าน วัด และโรงเรียน หรือหน่วยราชการ ซึ่งเป็นจุดเด่นของสังคมไทยในอดีตมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน ทำให้เกิดการพึ่งพา อาศัย เกื้อกูลกัน และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในที่สุด
มูลนิธิชัยพัฒนายังมีที่ดินในกรรมสิทธิ์อีกหลายแปลงที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำเป็นโครงการ ตัวอย่าง หรือต้นแบบ แม้กระทั่งการเป็นศูนย์สาธิตการพัฒนาด้านต่างๆ ที่เหมาะสม เช่นเดียวกับที่ดินอื่นๆ ที่ได้จัดทำ และประสบผลสำเร็จแล้ว ดังเช่น ผืนดินที่ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำริ ให้จัดสร้างเป็น ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพด้านหัตถกรรมและอุตสาหกรรม โดยการนำวัสดุพื้นบ้านและเอกลักษณ์วิชาช่างสิบหมู่มาพัฒนา และประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมแก่ประชาชนในพื้นที่และบริเวณ ใกล้เคียง ที่ดิน 13 ไร่ ที่บ้านปากน้ำประแสร์ ตำบลคลองปูน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ที่กำลังจัดทำเป็น โครงการพัฒนาสวนไม้ผล แบบก้าวหน้า เป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรในบริเวณภาคตะวันออก ได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาหาความรู้และนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตน โครงการพัฒนาป่าชุมชนตำบลตกพรม (บ้านอ่างเอ็ด) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการ เพื่อให้เป็นป่าชุมชนที่ประชาชนในพื้นที่สามารถ เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และดูแลป่า ให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ ที่ดินที่ตำบลศรีภิรมย์ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 849 ไร่เศษ อยู่ในระหว่างการพิจารณาดำเนินการในลักษณะของการเป็นศูนย์สาธิตการเกษตรแบบผสมผสานที่เหมาะสม และสอดคล้อง กับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง โดยจัดตั้งเป็นกลุ่มสหกรณ์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ซึ่งเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัยและทำกินมาแต่เดิม

            การพัฒนาผืนดินชัยพัฒนา เป็นการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ ที่มีลักษณะประหยัด เรียบง่าย สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และวิถีการดำเนินชีวิตของราษฎร ทำให้การพัฒนานั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อเกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ก็เพื่อความมั่นคงในการประกอบอาชีพและความสุขในการดำเนินชีวิต ของราษฎรอย่างยั่งยืนต่อไป ผืนดินชัยพัฒนา มิใช่มีความหมาย แห่งการเป็นเพียงที่ดินผืนหนึ่งเท่านั้น หากเป็นผืนดินแห่งการพัฒนาที่เชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์ และความรู้สึกระหว่างพระมหากษัตริย์นักพัฒนา กับ ราษฎรผู้น้อมเกล้าฯ ถวายด้วยความจงรักภักดี และความศรัทธาในแนวคิดทฤษฎีแห่งการพัฒนา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริ ตลอดจนพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ได้ทรงทุ่มเทเพื่อความผาสุก ในการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนแก่ประชาชน ไทยทั้งประเทศ ซึ่งเป็น ชัยชนะแห่งการพัฒนา อย่างแท้จริง.