ฉบับ เดือน ธันวาคม ๒๕๔๕       

เรียบเรียงโดย กาญจนา พันธุ์นุช



นับเป็นนิมิตหมายอันดี ที่ปัจจุบันนี้ สังคมไทยหันมาให้ความสำคัญกับ "ป่าไม้" มากขึ้น เห็นได้จากการที่สถาบัน องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชน ได้เข้ามาให้ความร่วมมือร่วมใจ ทำให้เกิดโครงการฟื้นฟูสภาพป่าไม้ขึ้น คงจะไม่ต้องถามว่าป่าไม้มีประโยชน์อย่างไร เพราะ ณ วันนี้ ชาวไทยทุกคนล้วนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้

การเริ่มเห็นคุณค่า ความสำคัญ และมีจิตสำนึกเกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ดังพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2525 ความตอนหนึ่งว่า

"...พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า..."

เพราะไม่ว่าจะเป็น โครงการป่ารักน้ำ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ โครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสปท.) ฯลฯ ล้วนแล้วแต่สร้างจิตสำนึกให้ราษฎรเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของป่าไม้ จนเกิดการพิทักษ์รักษาและใช้ประโยชน์จากป่าร่วมกันอย่างระมัดระวัง

สถานการณ์ป่าไม้ของประเทศไทยล่าสุด ในปี พ.ศ. 2543 กรมป่าไม้ ได้มีการประเมินพื้นที่ป่าไม้ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศจากภาพถ่ายดาวเทียม พบว่า มีพื้นที่ป่าเหลืออยู่ประมาณ 107 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 33.40 ของพื้นที่ทั้งประเทศ จากเดิมเมื่อปี พ.ศ. 2504 ป่าไม้ในประเทศไทยมีประมาณ 171 ล้านไร่ หรือประมาณครึ่งหนึ่งของพื้นที่ประเทศ การลดลงของพื้นที่ป่าเกิดจากการขยายพื้นที่เกษตรกรรม ไฟป่า รวมถึงโครงการพัฒนาต่างๆ ที่มีในพื้นที่ป่า ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม มนุษย์ และสัตว์เป็นอย่างมาก ทำให้เกิดความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปริมาณสัตว์ป่าลดลง รวมทั้ง "ช้างป่า" ด้วย

 

ช้าง เป็นสัตว์ที่มีความผูกพันกับมนุษย์มาแต่โบราณ เป็นสัตว์ใหญ่ที่มนุษย์อาศัยใช้แรงงาน อีกทั้งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองไทยมาช้านาน แต่เมื่อพื้นที่ป่าไม้ลดลง จำนวนช้างก็ลดลงจนเป็นที่น่าวิตก ช้างที่อยู่ในป่าก็มีปัญหากระทบกระทั่งกับคน เริ่มจากที่คนเข้าไปบุกเบิกพื้นที่ทำการเกษตร และตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนในป่าอันเป็นที่อยู่อาศัยของช้าง ซึ่งหากเป็นช่วงฤดูฝน แหล่งน้ำและอาหารในป่ายังมีพอเพียงให้ช้างสามารถดำรงชีพอยู่ได้ แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง ช้างป่าเกิดปัญหาขาดน้ำและอาหาร ทำให้ต้องเข้ามาหากินในพื้นที่เกษตรกรรม ประกอบกับผลิตผลทางการเกษตร ได้แก่ สับปะรด ข้าว ข้าวโพด กล้วย อ้อย ขนุน ฯลฯ มีรสชาติเป็นที่ชื่นชอบของช้างมากกว่าอาหารที่คุ้นเคยในป่า เหตุนี้เอง จึงเป็นชนวนปัญหาให้ "คน กับ ช้าง" เกิดขัดแย้งกันขึ้น ดังที่ได้เป็นข่าวเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่นใน 7 พื้นที่ของประเทศที่เกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่าง คนกับช้าง คือ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี อุทยานแห่งชาติทับลาน จังหวัดนครราชสีมา อุทยานแห่งชาติปางสีดา จังหวัดสระแก้ว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย

ความขัดแย้งบางพื้นที่ทวีความรุนแรงถึงขั้นช้างได้รับบาดเจ็บและล้ม เช่น กรณีของพื้นที่กุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากช้างป่าและช่วยให้สัตว์ป่ามีแหล่งน้ำ อาหารเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิต ทั้งยังสร้างจิตสำนึกราษฎรให้ร่วมกันอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า รวมถึงได้มีการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพแก่ราษฎรที่อยู่อาศัยรอบพื้นที่ป่า เพื่อให้ทั้งราษฎรและช้างมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยในปัญหาที่เกิดขึ้นกับ คน ช้าง และป่า และมีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะอนุรักษ์ช้างป่าให้อยู่คู่กับผืนแผ่นดินไทยสืบไป ด้วยทรงตระหนักว่า ช้างเป็นสัตว์ประจำชาติไทย มีความผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาแต่อดีตกาล ทั้งในยามศึกและยามสงบ เป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ของป่าเขตร้อน ช่วยในการกระจายพันธุ์ไม้และสร้างแหล่งอาหารให้แก่สัตว์ป่าอื่นๆ ดังนั้น จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเช่นเดียวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยการปลูกพืชที่เป็นอาหารช้างป่า เช่น สับปะรด ที่ไม่ต้องมีคุณภาพดีนัก เป็นต้น

ช้างป่าที่ภูหลวง จังหวัดเลย
เยาวชนเข้าร่วมในพิธีปลูกป่าฟื้นฟูอาหารช้างป่า ณ บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าละเลิงร้อยรู

สำหรับพื้นที่ที่ได้ดำเนินการสนองพระราชดำริตามโครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าแล้ว ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย และในปี 2543 มีช้างในป่าดงใหญ่ถูกทำร้ายและล้ม จำนวน 5 ตัว ดังนั้น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจึงได้จัดทำแผนดำเนินงานสนองพระราชดำริในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ และอุทยานแห่งชาติทับลาน อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา และเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2545 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จัดให้มีพิธีปลูกป่าฟื้นฟูอาหารช้างเป็นปฐมฤกษ์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าละเลิงร้อยรู ตำบลลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษา และชาวบ้านในท้องถิ่น ให้ความร่วมมือในการปลูกพืชอาหารช้างกันเป็นจำนวนมาก

ในส่วนของราษฎรนั้น ต่างก็มีจิตสำนึกและตระหนักถึงคุณค่าของป่าไม้ อย่างเช่น ราษฎรบ้านหนองหลักศิลา อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นชุมชนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการร่วมแรงร่วมใจในการดูแลรักษาป่าไม้ เพราะแต่เดิมพื้นที่แห่งนี้มีพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ มีพืช ผัก สมุนไพร ที่หาได้ยากในปัจจุบันเกิดขึ้นมากมาย อาทิเช่น เห็ดโคน ผักหวาน ต้นเปราะ ฯลฯ แต่ด้วยความจำเป็น หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ตาม ทุกคนต่างใช้ประโยชน์จากป่าอย่างขาดความระมัดระวัง ทำให้พื้นที่บริเวณนี้หมดสภาพจากป่า กลายเป็นเขาหัวโล้น ไม่มีความสมดุลทางธรรมชาติ ฝนไม่ตกตามฤดูกาล เกิดสภาพแห้งแล้ง ไม่สามารถทำมาหากินได้ดังเดิม

ในปี 2536 ความเดือดร้อนต่างๆ มาเยือน ชาวบ้านจึงได้ร่วมกันคิดหาวิธีที่จะช่วยกันฟื้นฟูสภาพป่า เนื้อที่ประมาณ 1,700 ไร่ ให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ด้วยการร่วมกันจัดตั้งป่าชุมชนของหมู่บ้านขึ้น มีการปลูกป่าเสริม บำรุงรักษาและป้องกันป่า จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน คณะชุดลาดตระเวน และคณะยุวชนอนุรักษ์ป่า รวมทั้งออกกฎระเบียบของชุมชนในการดูแลรักษาและใช้ประโยชน์จากป่า เพียงระยะเวลาไม่นาน ป่าที่เคยแห้งแล้ง ก็ได้รับการฟื้นฟู จนกระทั่งปัจจุบันมีต้นไม้หลากหลายชนิด ทั้งไม้ยืนต้น ไม้พื้นบ้าน ค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารและไม้ใช้สอยให้แก่ชุมชน และป่าชุมชนบ้านหนองหลักศิลาแห่งนี้ ยังได้รับพระราชทานธง "พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต" อีกด้วย ซึ่งสร้างความปลื้มปิติใจแก่ทุกคนในชุมชนเป็นอันมาก นับจากวันนั้น บ้านหนองหลักศิลา ได้กลายเป็นชุมชนตัวอย่างแก่ชุมชนใกล้เคียงและพื้นที่อื่นๆ ที่มาศึกษาดูงาน โดยมีชาวบ้านหนองหลักศิลาเป็นวิทยากรบรรยาย ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในการรักษาป่าไม้ของชุมชนอย่างภาคภูมิใจ หากราษฎรทุกชุมชนมีจิตสำนึกและตระหนักถึงคุณค่าของป่าเช่นนี้แล้ว พื้นที่ป่าไม้และสัตว์ป่าของประเทศก็จะเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ล้วนเป็นผลมาจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงทำให้ราษฎรเกิดความรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่า เพื่อให้คงอยู่กับลูกหลานในวันข้างหน้าสืบไป