|
จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ พบว่า พันธุ์ไม้และพันธุ์พืชที่เจริญเติบโตในพื้นที่นั้น
ล้วนแล้วแต่เป็นพันธุ์ไม้ที่มีประโยชน์ต่อชุมชนเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ
ชุมชนสามารถเข้าไปเก็บพืชพันธุ์เหล่านั้นมาใช้อุปโภค บริโภค ทำยาสมุนไพรรักษาโรค
รวมทั้งยังเป็นสถานที่ที่ให้เยาวชนและประชาชนได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ด้านระบบนิเวศวิทยาของป่าไม้
แต่เนื่องจากทรัพยากรป่าไม้เป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วมีแต่จะหมดไป หากไม่มีการปลูก
หรือไม่รู้จักวิธีการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ก็จะทำให้ป่าไม้หมดไปอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น การปลูกพืช หรือพันธุ์ไม้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
และควรจะเป็นวิธีที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ไม่ยุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป
เพื่อให้ประชาชนสามารถนำมาปฏิบัติได้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้พระราชทานแนวทางในการปลูกป่าธรรมชาติ ว่า
"ศึกษาดูก่อนว่าพืชพันธุ์ไม้ดั้งเดิม
มีอะไรบ้าง แล้วปลูกแซมตามรายการชนิดต้นไม้ที่ศึกษามาได้
ไม่ควรนำไม้แปลกปลอมต่างพันธุ์ต่างถิ่นเข้ามาปลูกโดยยังไม่ได้ศึกษาอย่างแน่ชัดเสียก่อน"
การดำเนินงานโครงการป่าชุมชนนั้น นอกจากจะต้องศึกษาพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ
ที่เจริญเติบโตในพื้นที่แล้ว หลักสำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือ การให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมรับรู้ในการดำเนินงานต่างๆ
ตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเกิดจิตสำนึกในการหวงแหนป่าเสมือนเป็นสมบัติของชุมชน
ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงในการอบรมให้ความรู้ด้านต่างๆ
ในระยะแรก เพื่อให้ชาวบ้านสามารถดูแลพื้นป่าได้อย่างถูกวิธีต่อไป ดังพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เมื่อปี พ.ศ. 2519 คราวเสด็จฯ ไปหน่วยงานพัฒนาต้นน้ำทุ่งจ๊อ จังหวัดเชียงใหม่
ความว่า
"เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน
แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันไปปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง"
|
|
|
|
สภาพพื้นที่โดยทั่วไปมี
เร่ว หมาก หวาย ฯลฯ เป็นไม้พื้นล่าง
|
เจ้าหน้าที่และผู้แทนชุมชนประชุมระดมความคิดร่างแผนงาน
/ งบประมาณ
|
ปัจจุบันโครงการพัฒนาป่าชุมชน ตำบลตกพรม (บ้านอ่างเอ็ด) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ได้สำรวจพันธุ์ไม้ พันธุ์พืชในพื้นที่ พร้อมทั้งประชุมชี้แจงให้ผู้แทนชุมชน
ตลอดจนชาวบ้านได้ทราบถึงความเป็นมา ความหมาย หลักการดำเนินงานป่าชุมชน
รวมไปถึงได้ฝึกอบรมในด้านต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมและเกิดความรู้
ความเข้าใจ ในการดูแลรักษาป่า ซึ่งเป็นสมบัติของชุมชนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
โดยชาวบ้านได้ให้ความสนใจและร่วมมือในการดำเนินงานดังกล่าวเป็นอย่างมาก
เห็นได้จากการที่ชาวบ้านได้ร่วมกันนำเอาพันธุ์กล้าไม้ของตนร่วมบริจาคสมทบ
เพื่อปลูกป่าในโครงการด้วยความสมัครใจ และในอนาคตเมื่อโครงการป่าชุมชนฯ
แล้วเสร็จสำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง พืชและผลที่ชาวบ้านช่วยกันหว่านลงดินก็จะเจริญเติบโตออกดอกออกผล
กลับกลายเป็นผลกำไรให้พวกเขาเก็บเกี่ยวผลผลิตเหล่านั้นไปจำหน่าย เป็นการเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง
ซึ่งนับเป็นประโยชน์ทางอ้อมของป่าชุมชนที่หยิบยื่นให้แก่ชาวบ้านต่อไป
|