ปัญหาการชะล้างพังทลาย และความเสื่อมโทรมของดิน เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประมาณว่าพื้นที่ในประเทศไทยกว่า 107 ล้านไร่ ที่ประสบปัญหาการชะล้างพังทลาย ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง การไหลบ่ากัดเซาะหน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ ของฝนที่ตกลงมา เมื่อนานวันเข้า ก็เกิดการทับถมของตะกอนดิน ทำให้การระบายน้ำไม่สะดวก ดังนั้นเมื่อฝนตกหนัก ก็จะเกิดอุทกภัยทำความเสียหาย ให้กับมวลมนุษย์อยู่ตลอดมา โดยในปีหนึ่งๆ ได้มีการใช้จ่ายเงิน เป็นจำนวนมากเพื่อใช้วิธีการต่างๆ ในการป้องกันแก้ไขปัญหานี้ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง
ปี 2534 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงแนวโน้มความรุนแรง ของปัญหาดังกล่าวข้างต้น จึงมีพระราชดำริให้นำหญ้าแฝก มาใช้ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมทั้งปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น ในปัจจุบันได้มีการดำเนินงานสนองพระราชดำริ ในการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกในรูปแบบต่างๆ ทั้งในด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และการใช้ประโยชน์อื่นๆ ที่เกี่ยวพันกับการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับหญ้าแฝก ได้แพร่กระจายไปสู่เกษตรกรอย่างกว้างขวาง ในโอกาสที่คณะอนุกรรมการด้านวิชาการ การวางแผนและติดตามประเมินผล การพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองประเมินผล สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้ออกไปติดตามความก้าวหน้า ของการดำเนินงานหญ้าแฝกในภูมิภาคต่างๆ เมื่อเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2540 และได้มีโอกาสสนทนากับเกษตรกร ผู้ที่ได้ปลูกหญ้าแฝกในภูมิภาคต่างๆ หลายราย เราลองมาฟังความคิดเห็นของเขาดูบ้าง ว่าเขามีความคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องแฝก... 
" นายผาย หาญมนตรี " 
...อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 1 ตำบลโนนหอม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร มีอาชีพทำนาและเลี้ยงปลาดุก และปลาตะเพียนเป็นอาชีพหลัก มีที่ทำกินประมาณ 30 ไร่ มีการปลูกหญ้าแฝกไว้ตามคันนา ซึ่งเขาได้พูดถึงเรื่องหญ้าแฝกดังนี้ 
วารสารฯ : ทำไมคุณลุงถึงปลูกหญ้าแฝกไว้ตรงนี้ 
นายผายฯ : แต่ก่อนตรงนี้เมื่อน้ำท่วมทำให้คันนาขาด เลยดันดินไปจะให้เป็นถนน เห็นโทรทัศน์พูดว่าในหลวงให้ปลูกหญ้าแฝก เลยไปขอพันธุ์ที่โรงเรียนมาปลูก (โรงเรียนคำผักแพวบำรุงวิทยาคม) เมื่อ 2 ปีที่แล้ว 
วารสารฯ : คุณลุงปลูกหญ้าแฝกแล้วได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง แล้วทำไมไม่ปลูกให้ตลอดคันนา 
นายผายฯ : เมื่อน้ำท่วมครั้งที่ผ่านมาทำให้ถนนไม่ขาด เมื่อปลูกตอนนั้นปลูกเต็มแต่ตอนนี้ตายไปบ้าง เห็นประโยชน์ดีจะปลูกอีกให้เต็มคันนา แต่ไม่มีพันธ์ 
วารสารฯ : พันธ์ของคุณลุงที่มีอยู่นี่แหละ แยกออกไปปลูกได้เลย 
นายผายฯ : ทำได้หรือ? เดี๋ยวตายหมด 
วารสารฯ : แยกมาปลูกได้เลย เดี๋ยวจะทำให้ดู คุณลุงช่วยไปเอาจอบและเสียมมา (...นายผายให้ลูกชายและลูกสาวที่มาฟังการพูดคุยด้วย ไปเอาจอบเสียมจากบ้านที่อยู่ติดกับบริเวณนา จากนั้นเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปติดตามประเมินผล การปลูกหญ้าแฝกจึงได้ขุดแฝกกอที่แน่นมากๆ ออกมา พร้อมกับอธิบายวิธีการขยายพันธุ์แฝก และสาธิตวิธีการปลูกพร้อมกันนั้นภรรยา และลูกชายคุณลุงผายก็มา ช่วยกันปลูกแฝกบริเวณคันนา) 
วารสารฯ : ต่อไปคุณลุงจะปลูกแฝกอีกหรือไม่ 
นายผายฯ : ที่ปลูกมาเห็นว่าได้ผลดี ลุงจะปลูกให้รอบคันนาและจะไปปลูกที่ ขอบบ่อเลี้ยงปลาด้วย
" นางสาวหวี ภมรวิจิตร " 
...อายุ 30 ปี ราษฎรชาวเขาเผ่าแม้วซึ่งได้เปลี่ยนชื่อ และนามสกุลเป็นคนไทยพื้นราบ อาศัยอยู่ที่บ้านบวกจั่น หมู่ที่ 7 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางถึง 1,100 ฟุต ไม่ได้เรียนหนังสือ จึงอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้เลย อาชีพของราษฎรในหมู่บ้านคือ ปลูกไม้ดอก เช่น เยอบีร่า เบญจมาศ และปลูกไม้ผล เช่น ลิ้นจี่ และมีการปลูกพืชผักได้แก่ กะหล่ำปลี รวมทั้งมีการปลูกหญ้าแฝกเป็นแถวขวางความลาดชัน มีระยะห่างระหว่างแถว 8 เมตร ได้พูดถึงหญ้าแฝกดังนี้ 
วารสารฯ : ปลูกกะหล่ำปลีแล้ว ปลูกแฝกอีกทำไม ? ใครแนะนำ
นางสาวหวีฯ : เจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดินมาแนะนำให้ปลูก พอเสียหายจึงปลูกซ่อมเอง 
วารสารฯ : ปลูกหญ้าแฝกแล้วดินเป็นอย่างไรบ้าง 
นางสาวหวีฯ : ปลูกแล้วดินดีเมื่อก่อนดินพังทลายแยะ เดี๋ยวนี้ดีขึ้นถ้าเทียบกับแปลงอื่นๆ 
วารสารฯ : คิดจะปลูกแฝกในที่อื่นๆ ไหม 
นางสาวหวีฯ : มีที่ดินอยู่แค่นี้หากแฝกตายไปก็จะปลูกซ่อม 
วารสารฯ : ตัดใบบ้างไหม 
นางสาวหวีฯ : ตัดเอามาคลุมแปลงผัก 2 เดือนจะตัดครั้งหนึ่ง
ในวันเดียวกัน ได้พูดคุยกับ " นายเรืองศักดิ์ ภมรวิจิตร " อายุ 26 ปี เรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 3 ปัจจุบันมีอาชีพทำสวน และปลูกดอกเบญจมาศ ซึ่งอยู่บ้านเดียวกับนางสาวหวีฯและเป็น "หมอดิน"ด้วย โดยพูดคุยกันเรื่องหญ้าแฝกดังนี้ 
วารสารฯ : มีวิธีการอย่างไรในการส่งเสริม ให้ชาวบ้านปลูกหญ้าแฝก 
นายเรืองศักดิ์ฯ : เริ่มจากการจัดประชุมชาวบ้าน ประชุมเดือนละครั้งทุกวันที่ 6 นอกนั้นก็ไปพูดออกเสียงตามสาย วารสารฯ : ส่งเสริมให้ปลูกไปแล้วมากน้อยแค่ไหน 
นายเรืองศักดิ์ฯ : 15 แปลง ประมาณ 10 ครอบครัว วารสารฯ : โดยทั่วๆ ไปการส่งเสริมเป็นอย่างไรบ้าง 
นายเรืองศักดิ์ฯ : ตอนนี้มีคนพัฒนาขึ้น เขาคิดจะอนุรักษ์ดิน เพราะกลัวไม่มีที่ทำกิน บางคนยังจะปลูกตะไคร้ เพราะต้นตะไคร้จะขายและกินได้ ชาวบ้านบางคนอยากปลูกพืชหลายๆ อย่าง ผมพยายามจะให้ชาวบ้านใช้แฝกอนุรักษ์น้ำและดิน เพราะว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อก่อนแล้ว หากปล่อยโล่งๆ ดินก็จะถูกชะล้างลงเรื่อยๆ ความคิดของคนพยายามอนุรักษ์ดินมาก ทำอย่างไรให้ผลประโยชน์มากขึ้น ซึ่งชาวบ้านเองก็จะดูว่าตัวไหนดี 
วารสารฯ : มีปัญหาในการส่งเสริมให้ชาวบ้าน ปลูกแฝกอย่างไรบ้าง 
นายเรืองศักดิ์ฯ : ชาวบ้านจะไม่ปลูกแฝก ก็พยายามที่จะพูดให้ชาวบ้านเข้าใจ
" นายทรงศักดิ์ เขียวคลี่ " อายุ 40 ปี ราษฎรบ้านท่ามะริด หมู่ที่ 2 ตำบลกลัดหลวง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี อาชีพหลัก ทำไร่มะนาวและปลูกต้นกะเพรา บ้างเล็กน้อย มีพื้นที่ที่ปลูกพืชไร่แล้วประมาณ 40 กว่าไร่ ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องหญ้าแฝกดังนี้ 
วารสารฯ : อยากทราบว่าได้อยู่อาศัยทำกินที่นี่มาแล้วนานเท่าไร 
นายทรงศักดิ์ฯ : ประมาณ 15 ปีกว่า โดยย้ายมาจากอำเภอบ้านไร่ 
วารสารฯ : เดิมทีเดียวปลูกพืชอะไรก่อน 
นายทรงศักดิ์ฯ : ตอนเข้ามาอยู่ใหม่ เริ่มไถดินปลูกถั่วเขียว แต่ทำไม่ได้ผล เพราะดินแข็งและน้ำมีน้อย 
วารสารฯ : อยากให้เล่าให้ฟังว่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วตอนเข้ามาทำกินใหม่ๆ สภาพที่ดินแถวนี้เป็นอย่างไร 
นายทรงศักดิ์ฯ : พื้นที่แถวนี้เดิมเป็นป่าล้มลุก ดินบนจะตื้น ถัดจากผิวดินลงไปเป็นหินและดินลูกรัง น้ำไหลไม่สะดวก ยิ่งเวลาฝนตก น้ำจะพัดดินและหินลงมา พอนานวันเข้าก็ทับกันแน่น น้ำซึมลงไปใต้ดินลำบาก เมื่อเวลาฝนตกน้ำจะท่วมขังอยู่นาน ที่ดินแต่ก่อนเป็นอย่างนี้ พอผมลองปลูกถั่วเขียวก็ไม่ได้ผล 
วารสารฯ : และสิ่งเหล่านี้มันไปเกี่ยวกับเรื่องการปลูกแฝกอย่างไร 
นายทรงศักดิ์ฯ : ผมจำได้ว่าราวๆ ปี 2538 ผมได้ยินว่าในหลวงให้ปลูกหญ้าแฝก ผมจึงคิดคนเดียวว่าถ้าหญ้าแฝกไม่ดีจริงในหลวงท่านคงไม่แนะนำให้ปลูก 
วารสารฯ : ก็สรุปได้ว่าได้ยินเรื่องหญ้าแฝกจากในหลวง ใช่ไหม 
นายทรงศักดิ์ฯ : ใช่ครับ หลังจากนั้นผมก็ลองเอาหญ้าแฝกมาปลูกในแปลงที่ผมจะปลูกพืชไร่ ซึ่งเป็นดินแข็งๆ โดยผมได้ลองสังเกตสภาพดินเป็นระยะๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง 
วารสารฯ : ได้ทราบว่าเป็น" หมอดินอาสา " ด้วยใช่ไหม 
นายทรงศักดิ์ฯ : ใช่ครับ...มันพอดีกัน คือราวๆ ปลายปี 2538 ผมมีโอกาสได้รับการคัดเลือกเข้ารับการอบรมหมอดิน ของกรมพัฒนาที่ดิน อบรมกันที่สหกรณ์หนองแขม อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ทำให้ผมมีความรู้เกี่ยวกับหญ้าแฝกมากขึ้น เมื่อกลับมาบ้านผมจึงปลูกหญ้าแฝก ลงในแปลงมะนาวและพืชไร่เล็กๆ น้อยๆ ของผมโดยปลูกมันทั้งแปลงเลย ก็ราวๆ เกือบ 40 ไร่ ปลูกได้ราวๆ ปีครึ่งก็ลองขุดดินขึ้นมาดูก็รู้สึกว่าดินร่วนซุยขึ้น นุ่มขึ้น และมีความรู้สึกว่า ชุ่มชื้นกว่าเดิมมาก เวลาฝนตกน้ำก็ไม่ค่อยขังบนผิวดินเหมือนที่แล้วมา และรู้สึกว่าน้ำไหลสะดวกขึ้นพอดูมะนาวและพืชไร่ก็เห็นว่าโตเร็วขึ้น 
วารสารฯ : ก็แสดงว่าสภาพดินที่ดีขึ้นเป็นเพราะหญ้าแฝกถูกหรือไม่ 
นายทรงศักดิ์ฯ : แน่นอนที่สุด เพราะหญ้าแฝกทำให้ดินในไร่ของผมดีขึ้น ถ้านับจากที่ผมปลูกหญ้าแฝกในไร่มะนาวถึงวันนี้ก็ประมาณ 2 ปี ตลอดเวลาผมใช้เงินที่ได้จากการขายมะนาว เลี้ยงครอบครัวของผม ผมยังมีที่ดินอีกราวๆ 30 ไร่ คิดว่าจะปลูกมะนาว มะขาม และกล้วยสลับกับการปลูกหญ้าแฝก 
วารสารฯ : เพื่อนบ้านเขาเคยมาดูหรือพูดกันอย่างไรบ้างในเรื่องนี้ 
นายทรงศักดิ์ฯ : เวลานี้เพื่อนที่สนิทๆ กันก็เริ่มเอาอย่าง โดยปลูกหญ้าแฝกสลับกับปลูกพืชไร่ต่างๆ บ้างแล้ว และถ้าจะว่าไปแล้วชีวิตของผม และครอบครัวสามารถเลี้ยงตัวเองได้ก็เพราะหญ้าแฝก ซึ่งในหลวงท่านแนะนำให้ปลูก
" นายจินดา จันธสิทธิ์ " อายุ 50 ปี เกษตรกรดีเด่น บ้านเจ้าหลาว หมู่ 6 ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี อาชีพหลัก ทำเกษตรผสมผสานตามหลักทฤษฎีใหม่ ทำนา ปลูกมะพร้าว มะขามเทศ กล้วย และผักสวนครัวชนิดต่างๆ ได้แก่ พริก มะเขือ ถั่วฝักยาว ฯลฯ เลี้ยงสัตว์ ไก่ และขุดบ่อเตรียมเลี้ยงปลา มีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 10 ไร่ ได้กล่าวถึงอาชีพการเกษตรและ ประโยชน์ของหญ้าแฝก ดังนี้ 
วารสารฯ : การทำเกษตรในปัจจุบัน ได้นำวิธีการทฤษฎีใหม่มาใช้ในพื้นที่อย่างไร 
นายจินดาฯ : ผมมีที่ดินทำกินทั้งหมดประมาณ 15 ไร่ ได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ เป็นพื้นที่ทำสวนเกษตรผสมผสาน ปลูกมะม่วง มะพร้าว กล้วย และพืชผักสวนครัวชนิดต่างๆ ประมาณ 5 ไร่ เป็นพื้นที่ทำนา ประมาณ 3 ไร่ เป็นพื้นที่ขุดสระน้ำประมาณ 4 ไร่ ส่วนที่เหลือ ประมาณ 3 ไร่ ก็ใช้เป็นที่อยู่ ยุ้งฉาง และโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก 
วารสารฯ : การปลูกหญ้าแฝกในแปลงเกษตร ปลูกในลักษณะใดบ้าง 
นายจินดาฯ : ปลูก 3 อย่าง คือ ปลูกรอบโคนต้นไม้ ปลูกตามร่องสวน ตามขอบคันนาและตามขอบของสระน้ำ 
วารสารฯ : เมื่อปลูกแล้ว หญ้าแฝกให้ประโยชน์อย่างไรบ้าง ในการปลูกแต่ละอย่าง 
นายจินดาฯ : ปลูกรอบโคนต้นไม้เป็นรูปครึ่งวงกลม จะช่วยให้ดินบริเวณรอบโคนต้นมีความชุ่มชื้น ดินร่วนซุยขึ้น เมื่อถึงหน้าฝน ก็ช่วยทำให้หน้าดินไม่ถูกน้ำพัดพาชะล้างไป ส่วนการปลูกตามร่องสวนตามขอบคันนา และตามขอบของสระน้ำ จะช่วยให้ขอบร่องและริมตลิ่งไม่พังทลายลงมา เพราะรากหญ้าแฝกจะช่วยยึดหน้าดินได้เป็นอย่างดี ผมเคยเห็นในรูปภาพว่ารากหญ้าแฝกยาวมากราวๆ 6 เมตร เห็นจะได้ ส่วนใบหญ้าแฝกก็เอาไปคลุมรอบโคนต้นไม้ ใช้เป็นปุ๋ยอย่างดี 
วารสารฯ : ได้รับความรู้หรือเคยอบรม ในเรื่องประโยชน์ของหญ้าแฝกมาจากที่ใด 
นายจินดาฯ : จากศูนย์ฯ คุ้งกระเบน โดยผมไปฝึกอบรมเรื่องหญ้าแฝกที่ศูนย์ฯ คุ้งกระเบน ศูนย์ฯ เขาหินซ้อน ศูนย์ฯ ห้วยทราย ศูนย์ฯห้วยฮ่องไคร้ และเคยไปดูงานที่จัง หวัดเชียงรายด้วย ก็ถือว่าเป็นความโชคดีของชีวิต ที่ได้นำความรู้มาปรับใช้ ซึ่งได้ผลดีเป็นอย่างยิ่งแต่เหนือสิ่งอื่นใด คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพราะองค์ในหลวง ท่านเป็นผู้ให้ความคิดในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ (กล่าวพร้อมยกมือไหว้) 
วารสารฯ : การปลูกหญ้าแฝกที่นี่มีปัญหาอะไรบ้าง 
นายจินดาฯ : สภาพดินที่นี่มีปัญหามาก เพราะหน้าดินมีอยู่นิดเดียว ข้างล่างเป็นทราย ที่เป็นปัญหาหนักที่สุดคือ บริเวณขอบสระน้ำ หญ้าแฝกจะอยู่ในสภาพที่ไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร ใบเหลือง เพราะเป็นดินเค็มจึงอยากให้ทางราชการ ช่วยหาพันธุ์หญ้าแฝกทนเค็มมาปลูกแทน น้ำในสระก็ยังเค็มอยู่จึงยังไม่ได้เลี้ยงปลา 
วารสารฯ : ทราบว่าทางกรมพัฒนาที่ดิน จะทดสอบการปลูกหญ้าแฝก พันธุ์ฟิจิที่ทนเค็ม ได้ผลอย่างไรจะนำมาแจ้งให้คุณลุงทราบต่อไป อยากทราบว่าเคยมีเพื่อนบ้าน มาดูแปลงเกษตรของคุณลุงบ้างหรือไม่ 
นายจินดาฯ : ก็มีมาบ่อยๆ เหมือนกัน ดูแล้วก็ขอพันธุ์หญ้าแฝก ไปปลูกในพื้นที่ของตนเองกันหลายราย แต่ก็ยังพบปัญหาเรื่องดินเค็มบ้างเช่นกัน 
วารสารฯ : เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 5 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ คุณลุงจะกล่าวอะไรบ้างหรือไม่ 
นายจินดาฯ : ขอแสดงความรู้สึกจากใจว่าโครงการต่างๆ ขององค์ท่าน ล้วนช่วยให้ชาวบ้านสามารถพึ่งตนเองได้ มีกินมีใช้ตลอดปี และเรื่องหญ้าแฝกที่ในหลวงเป็นเสมือนผู้ริเริ่ม ให้เกษตรกรมาปลูกในพื้นที่ ก็ช่วยให้มีสภาพพื้นที่ดีขึ้นหน้าดินไม่พังทลาย ก็ขอให้ในหลวงมีอายุยืนนาน เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่ชนชาวไทยตลอดไป "
นางสำรวย บริสุทธิ์ " อายุ 40 ปี เกษตรกร บ้านม่วงโพรง ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา อาชีพหลัก ทำเกษตรผสมผสาน ทำนา ปลูกไม้ผลชนิดต่างๆ และ เลี้ยงปลาในร่องสวน ได้กล่าวถึง อาชีพเกษตรและประโยชน์ของหญ้าแฝกดังนี้ 
วารสารฯ : ที่บ้านมีการปลูกแฝกกันอย่างไรบ้าง 
นางสำรวยฯ : ปลูกไว้ตามชายร่องสวน ปลูกเป็นบางร่อง เพราะดินเป็นดินทรายปลูกไม่ให้ร่องพัง และก็ปลูกตามขอบคันนาไม่ให้หน้าดินพังทลาย 
วารสารฯ : ได้กล้าหญ้าแฝกมาจากที่ใด 
นางสำรวยฯ : จากเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯเขาหินซ้อน ซึ่งจะมาที่บ้านเป็นประจำ บางทีก็เข้าไปขอกล้าหญ้าแฝกที่ศูนย์ฯ และเคยไปอบรมทั้งด้านความรู้ในการเกษตร และการทำบัญชีจากศูนย์ฯ ก็คิดว่าชีวิตนี้ได้มาจุดนี้ได้ ก็เพราะองค์ในหลวงท่านให้ทุกอย่าง โดยผ่านมาที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาแห่งนี้ 
วารสารฯ : เคยมีเพื่อนบ้านมาขอคำแนะนำ เรื่องเกษตรผสมผสาน และการปลูกหญ้าแฝกหรือไม่ 
นางสำรวยฯ : มีบ้างก็ช่วยแนะนำไป พยายามบอกต่อๆ กันไป ตอนนี้ก็มีคนทำตามหลายรายแล้ว รวมทั้งน้องสาวก็ทำแบบเดียวกัน เพราะทำเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชทั้งไม้ผลและผักสวนครัว นอกจากนั้นก็เลี้ยงไก่ด้วย ทำให้ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้ออาหารจากตลาด ส่วนหญ้าแฝกก็เสมือนเป็นพืช ที่ช่วยมาเสริมให้การทำเกษตร ประสบความสำเร็จดียิ่งขึ้น เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัววันที่ 5 ธันวาคม 2540 นี้ ต้องการจะกล่าวและถวายพระพร พระองค์ท่านอย่างไร หรือคิดจะทำอะไรเพื่อพระองค์บ้าง 
นางสำรวยฯ : ท่านอยากให้ชาวบ้านทำสวน ตามหลักทฤษฎีใหม่เพื่อจะได้มีอยู่มีกิน ก็ได้นำมาปรับใช้ และก็พยายามช่วยแนะนำเพื่อนบ้าน เพื่อจะได้สมความปรารถนาที่ท่านอยากให้เป็น เราก็เห็นว่าท่านคิดดีมากเลย เป็นประโยชน์แก่ชาวนาชาวสวน ทุกๆ อย่าง ขอให้ท่านอายุยืน แข็งแรงและทำงานได้สำเร็จ 
" หญ้าแฝก " แม้จะเป็นพืชที่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ แต่จริงๆ แล้ว ถ้านำมาใช้อย่างถูกวิธี จะเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์ ต่อมวลมนุษย์นานัปการ ทั้งในด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ ซึ่งนับวันมีแนวโน้มที่เสื่อมโทรมลง ด้านการปรับปรุง และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และการใช้ประโยชน์อื่นๆ ตลอดจนการนำมาใช้ เพื่อเพิ่มรายได้โดยการทำเป็นงานหัตถกรรมต่างๆ ความคิดเห็นของประชาชน และเกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ ของหญ้าแฝกในแง่มุมต่างๆ ตามความรู้สึกของพวกเขาอย่างแท้จริง หญ้าแฝกจึงเปรียบเสมือนกำแพงที่มีชีวิต ที่สร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิต ให้กับพวกเขา แต่ในผลสำเร็จทั้งหมดนี้พวกเขารู้ดีว่า เป็นเพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ 


HOME
BACK
Copyright (C) 1996 Chaipattana Network Webmaster. All right reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited.