วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2541 เวลาประมาณ 15.30 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงไถนาและทรงหว่านพันธุ์ข้าวนาปี ในแปลงนาสาธิต โดยมี นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กราบบังคมทูลถวายรายงาน และอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นักเรียนนายร้อย จปร. ข้าราชการ และประชาชนเฝ้ารับเสด็จฯ พร้อมกันนี้ได้เสด็จฯทอดพระเนตรนิทรรศการ แสดงรถไถเดินตามสำหรับใช้ทำนา และการปรับระดับพื้นที่แปลงนาของโครงการทำนา ในพื้นที่ว่างเปล่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้วย
           จากนั้นเสด็จพระราชดำเนิน ณ แปลงนาสาธิตแปลงที่ 1 เพื่อทรงทราบถึงวิธีการใช้รถแทรกเตอร์ไถนา ซึ่งบริษัท ไทยเอนจิน เมนูแฟ๊คเจอริ่ง จำกัด มหาชน ได้น้อมเกล้าฯ ถวายเพื่อใช้ประโยชน์ในการดำเนินงาน ของมูลนิธิชัยพัฒนา และได้เสด็จฯ ประทับรถแทรกเตอร์เพื่อทรงไถนา เตรียมพื้นที่สำหรับทำนาข้าวนาปี คือ ข้าวสุพรรณบุรี 60 ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์เดิมที่ทรงปลูกข้าวนาปรัง ในช่วงที่ผ่านมา และเสด็จพระราชดำเนิน ณ แปลงนาสาธิตแปลงที่ 2 ทรงหว่านพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี 1 ที่สามารถต้านทานโรคได้ดี การปลูกข้าวทั้งสองพันธุ์สลับแปลงกัน และเสริมด้วยการปลูกหญ้าแฝกในลักษณะทึบหนา รอบแปลงสาธิต จะช่วยบรรเทาปัญหาศัตรูพืช ในการปลูกข้าว นาปีครั้งนี้ได้
           โครงการทำนาในพื้นที่ว่างเปล่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นการดำเนินงานเพื่อสนองพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการนำพื้นที่ว่างเปล่ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรูปแบบในการพัฒนา และส่งเสริมอาชีพทำนาให้แก่เกษตรกร ที่จะนำไปสู่หลักการ "พออยู่ พอกิน"
           เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2541 เวลา 15.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงปลูกป่าชายเลน บริเวณบ้านคลองโคน ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม จากนั้นประทับเรือหางยาวพระที่นั่ง ทอดพระเนตรพื้นที่ที่ทรงปลูกป่าชายเลนไว้เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2540 และทรงเยี่ยมชมแนวปลูกป่าชายเลน บริเวณคลองช้าง ซึ่งเป็นเขตรอยต่อ ระหว่างจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดเพชรบุรี
           การปลูกป่าชายเลนบนพื้นที่งอกชายฝั่งทะเล ของจังหวัดสมุทรสงครามนั้น ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2533 เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อให้เกิดความสมดุลตามธรรมชาติ และเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากป่าชายเลน โดยไม่ต้องอพยพไปทำงานในพื้นที่อื่น ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการสอดคล้องกับแนวพระราชดำริ ในอันที่จะช่วยกันรักษาป่าชายเลนให้คงอยู่ต่อไป จังหวัดสมุทรสงครามจึงได้จัดทำ " โครงการปลูกป่าชายเลนบนพื้นที่งอกชายฝั่งทะเล" ขึ้น ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (พ.ศ.2538-2541) มีเป้าหมายที่จะปลูกป่าชายเลนในพื้นที่งอก จำนวน 3,400 ไร่ บริเวณปากอ่าวแม่กลอง ปัจจุบันได้ดำเนินการปลูกป่าชายเลน ตามโครงการดังกล่าวไปแล้ว 2,550 ไร่ และเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงมีพระชนมายุครบ 6 รอบ ในปี พ.ศ.2542 จังหวัดสมุทรสงครามจึงได้จัด " โครงการปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ขึ้นอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งพื้นที่ดำเนินการนั้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ปลูกป่าชายเลนบนพื้นที่งอกชายฝั่งทะเล มีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี (พ.ศ.2541-2542) รวม 400 ไร่ เพื่อเป็นการรักษาสมดุลธรรมชาติให้คงอยู่ สืบชั่วลูกชั่วหลานต่อไป

           เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2541 เวลา 8.30 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนาที่ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการ กปร. นายเฉลิมเกียรติ แสนวิเศษ ผู้ช่วยเลขาธิการ กปร. นายประสงค์ พิทูรย์กิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆเฝ้ารอรับเสด็จ และบรรยายสรุปขอบเขตของที่ดินและลักษณะสภาพทั่วไป ของที่ดิน ซึ่งที่ดินดังกล่าวมีลักษณะเป็นที่ลาดเชิงเขา และถูกปกคลุมด้วยหญ้าและพันธุ์ไม้ต่างๆ เช่น ต้นอ้อยช้าง ต้นแจง และต้นมะขามป้อม จากนั้นได้เสด็จฯไปทอดพระเนตรสภาพทั่วไป ในบริเวณแปลงที่ดิน ในการนี้ ได้มีพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ ต่อสถาบันการศึกษาในพื้นที่ และบริเวณใกล้เคียง ตลอดจนประชาชนทั่วไป
           วันที่ 7 สิงหาคม 2541 เวลา 9.15 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังบ้านละหานใหญ่สามัคคี ตำบลตำหรุ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เพื่อทอดพระเนตรขั้นตอนการดำเนินงาน ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรละหานใหญ่สามัคคี ซึ่งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรฯได้รวมกลุ่ม ในการจัดทำกิจกรรมต่างๆโดยใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น และมีการจัดการด้านการผลิตและการจำหน่าย เพื่อเป็นรายได้เสริมนอกภาคเกษตรกรรม ได้แก่ การผลิตเครื่องแกงต่างๆที่ได้วัตถุดิบ จากพืชผักสวนครัวหลังบ้าน เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ มะกรูด พริก การทำขนมหวานพื้นเมือง เช่น ขนมหม้อแกง ขนมตาล ฝอยทองและขนมชั้น นอกจากนี้ยังมีการผลิตดอกไม้จันทน์ โดยใช้วัสดุในท้องถิ่น และการรวมกลุ่มเล่นดนตรีไทย และได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้านศาลาเขื่อน เพื่อทอดพระเนตรการแสดง ของเด็กเล็กและพระราชทานสิ่งของให้แก่ผู้ดูแลเด็ก
           จากนั้นได้เสด็จประทับเรือพระที่นั่งศึกษาธรรมชาติ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรทั้งสองฝั่ง แม่น้ำเพชรบุรี จนถึงพระราชวังรามราชนิเวศน์ จังหวัดเพชรบุรี และเมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง พระราชวังรามราชนิเวศน์ทรงวางพานพุ่ม และจุดเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปลูกต้นมะฮอกกานี เพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนำมาจากต่างประเทศเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรป มาปลูกในบริเวณพระราชนิเวศน์ทั้งสองข้างทาง ของถนนสายต่างๆในจังหวัดเพชรบุรี พระราชทานต้นมะฮอกกานีให้กับตัวแทนกลุ่มต่างๆ ในจังหวัดเพชรบุรี และทรงประกอบพิธีหลั่งน้ำ ลงแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำเพชรบุรี
           เวลา 14.50 น. ได้เสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทรงรับฟังบรรยายสรุปและทอดพระเนตรการดำเนินงาน ในโครงการ ตลอดจนประทับเรือพระที่นั่ง ไปยังปลายแหลมผักเบี้ย เพื่อทรงรับฟังการบรรยายสรุป และทอดพระเนตรสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย และระบบนิเวศน์ชายฝั่ง
           เวลา 17.50 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
           เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2541 เวลา 15.30 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่ง จากท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ดไปยังพื้นที่ดำเนินโครงการ อนุรักษ์พันธุกรรมพืช เกาะแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง ผู้บัญชาการทหารเรือพร้อมเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องเข้าเฝ้าฯรับเสด็จ และกราบบังคมทูลถวายรายงานและทูลเกล้าฯ ถวายแผนแม่บทโครงการฯ จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงปลูกต้นแสมสารบริเวณแผ่นป้ายโครงการ และเสด็จพระราชดำเนินต่อไปยังบริเวณ จัดแสดงนิทรรศการซึ่งได้จัดแสดงผลงานการศึกษา สำรวจด้านต่างๆของเกาะ เช่น ชนิดของพืชที่พบ ชนิดของสัตว์ที่พบ ชนิดของหิน ดิน และน้ำ เป็นต้น ต่อจากนั้นได้เสด็จพระราชดำเนิน ไปศึกษาธรรมชาติป่าไม้ เป็นระยะทาง 450 เมตร แล้วเสด็จพระราชดำเนินถึงอาคารเอนกประสงค์ เพื่อทอดพระเนตรแบบจำลองโครงการ และทรงฟังบรรยายสรุป ในการนี้ได้พระราชทาน พระราชกระแสให้ดำเนินการโครงการในรูปแบบที่เรียบง่าย มุ่งเน้นให้เยาวชนมีความรักและหวงแหนธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

           เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2541 ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยมีนายชูชาติ พูลศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายเฉลิมเกียรติ แสนวิเศษ ผู้ช่วยเลขาธิการ กปร. ผู้บัญชาการตำรวจตะเวนชายแดน และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ของศูนย์ จากนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และคณะได้ไปเยี่ยมชมการปฏิบัติงาน ในพื้นที่แปลงแฝกดินดาน (การพัฒนาพื้นที่เสื่อมโทรม) เยี่ยมราษฎรหมู่บ้านไทยพุทธ และหมู่บ้านไทยมุสลิม และได้ไปเยี่ยมชมแปลงทฤษฎีใหม่น้ำฝน และแปลงทฤษฎีใหม่ชลประทาน ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการนี้ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสนใจการศึกษาทดลองการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ ด้วยการนำหญ้าแฝกมาระเบิดดินดาน เพื่อให้สามารถปลูกต้นไม้ได้เป็นอย่างมาก
           ในระหว่างวันที่ 27 -31 กรกฎาคม 2541 ฯพณฯ นายจุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา องคมนตรี พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งประกอบด้วย นายจริย์ ตุลยานนท์ นายสวัสดิ์ วัฒนายากร และนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินการ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่ภาคเหนือ 4 โครงการ คือ
1. โครงการพัฒนาพื้นที่ป่าขุนแม่กวง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
2. โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่ปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอฮอด อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน
3. โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน
4. โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
ฯพณฯ องคมนตรี และคณะได้เยี่ยมชมกิจกรรม ด้านการพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่โครงการต่างๆ ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ตลอดจนส่งผลในการยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น ในการนี้ ฯพณฯ องคมนตรีได้มอบนโยบายการดำเนินงาน ในระยะต่อไป พร้อมทั้งยังได้รับทราบถึงปัญหาและอุปสรรค ในการดำเนินการ รวมตลอดถึงแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนราษฎรในพื้นที่โครงการต่างๆเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับในปี พ.ศ.2542 นี้ จะเป็นปีที่มีการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีพระชนมายุ 72 พรรษา ดังนั้น เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง เนื่องในวโรกาสดังกล่าว หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องและราษฎรในพื้นที่โครงการต่างๆ จะได้พร้อมใจกันปฏิบัติหน้าที่ของตน อย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้การดำเนินงานโครงการสำเร็จลุล่วง ตามพระราชประสงค์ขององค์พระประมุขของประเทศต่อไป
           ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการวิชาการศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และนายมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้นำคณะอนุกรรมการวิชาการศูนย์ศึกษาฯ ติดตามผลการดำเนินงานด้านวิชาการที่ศูนย์ศึกษา การพัฒนาเขาหินซ้อนฯ จังหวัดฉะเชิงเทรา และศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี ในวันที่ 27-28 สิงหาคม 2541 โดยมี นายเกรียงศักดิ์ หงษ์โต ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษา การพัฒนาเขาหินซ้อนฯ และนายวิเชียร สาคเรศ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ ให้การต้อนรับและนำคณะฯเยี่ยมชมโครงการ ด้านวิชาการต่างๆภายในศูนย์
           การดำเนินงานด้านวิชาการของศูนย์ศึกษาการพัฒนา เขาหินซ้อนฯ จังหวัดฉะเชิงเทรานั้น เน้นงานศึกษาวิจัยทางการเกษตร โดยการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากร ดิน น้ำ และป่าไม้ เนื่องจากในอดีตได้มีการใช้ทรัพยากรอย่างไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาในด้านอื่นๆอีก เช่น การสร้างพันธุ์ลูกผสมสองชั้นในพืชผักรับประทานผล การศึกษาเปรียบเทียบการใช้ปุ๋ยหมักกับปุ๋ยเคมี การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับระบบการให้น้ำแบบน้ำหยด และการศึกษาวิจัยพืชสมุนไพร เป็นต้น
           สำหรับการดำเนินงานด้านวิชาการของศูนย์ศึกษา การพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ จังหวัดจันทบุรี ส่วนใหญ่เป็นงานด้านวิชาการเกี่ยวกับการประมง และป่าชายเลน เช่น การศึกษาคุณภาพดิน และน้ำในคลองส่งน้ำ โครงการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ ชนิดและความชุกชุมของหอยในอ่าวคุ้งกระเบน การทดลองปลูกพันธุ์ไม้ป่าชายเลนในพื้นที่เลนงอก และการศึกษาวิธีที่เหมาะสมในการจัดการไม้เสม็ด เพื่อการใช้สอยของชุมชน เป็นต้น

           สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานผ้าพระกฐิน เพื่อให้สำนักงานเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ไปจัดพิธีทอดกฐินสามัคคี ณ วัดมงคลชัยพัฒนา จังหวัดสระบุรี และ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร
           นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา ได้อัญเชิญผ้าพระกฐินไปยังวัดมงคลชัยพัฒนา ตำบลห้วยบง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2541 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้มาร่วมในพิธีด้วยจิตศรัทธาจำนวนมาก เพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงาม และเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ ในโครงการ "บวร" (บ้าน วัด ราชการ) และเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2541 ก็ได้อัญเชิญผ้าพระกฐิน ไปจัดพิธีร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย สำนักงานเขตห้วยขวาง สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก และประชาชนทั่วไป ที่วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้ชุมชนบริเวณบึงพระราม 9 และพื้นที่ใกล้เคียงใช้เป็นศูนย์รวมจิตใจที่จะดำเนินงาน ในกิจกรรมต่างๆร่วมกัน เพื่อประโยชน์และความสุขของชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความมั่นคงให้แก่สังคม และประเทศชาติโดยส่วนรวมต่อไป
 
HOME
BACK
English Language
 
mailto:special@mail.rdpb.go.th