14 กรกฎาคม 2541 วันฝนพรำ เปี่ยมรอยยิ้มที่ห้วยทราย
           พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระราชหฤทัยและเสด็จพระราชดำเนิน ไปทอดพระเนตรความก้าวหน้าในการดำเนินงาน ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างต่อเนื่องตลอดมา พร้อมทั้งได้พระราชทานพระราชดำริไว้เป็นระยะๆ ในครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2541 ซึ่งนับเป็นวันมหามงคลที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้ม ของพสกนิกรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรความก้าวหน้า ในการดำเนินงานของศูนย์ฯ อีกวาระหนึ่ง ท่ามกลางสายฝนที่พรำลงมาให้ชุ่มฉ่ำตลอดเวลา เสมือนว่าเหล่าเทพยดาได้รับรู้ การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ และได้พระราชทานพระราชดำริแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้ยึดไว้เป็นหลักสำคัญ และถือเป็นหัวใจในการดำเนินงานต่อไป

ทฤษฎีใหม่ ยืดหยุ่นได้ เหมือนชีวิตของเราทุกคน
           บริเวณแปลงสาธิตทฤษฎีใหม่ (ระบบน้ำฝน) สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติม เกี่ยวกับหลักการของทฤษฎีใหม่ กล่าวคือ การทำทฤษฎีใหม่ต้องสามารถยืดหยุ่นได้ สามารถปรับสัดส่วนการใช้พื้นที่ให้มีความเหมาะสม ตามสภาพพื้นที่ โดยมีหลักการอยู่ที่ว่าบริเวณที่ดินจะต้องมีหลายอย่าง คือ พืชผัก พืชผล ต้นไม้ ข้าวและบ่อเก็บน้ำ โดยปลูกเพื่อการบริโภคในครัวเรือนและมีเหลือขาย เพื่อที่จะไปซื้อในส่วนที่ขาดแคลนหรือทำเองไม่ได้ ดังพระราชกระแสตอนหนึ่งว่า
           "ให้เข้าใจว่าทฤษฎีใหม่นี้ยืดหยุ่นได้ และต้องยืดหยุ่นเหมือนชีวิตของเราทุกคนต้องมียืดหยุ่น
ทำให้พอดีไม่ขาดทุน ประเทศชาติไม่ขาดทุน
           การทำทฤษฎีใหม่ต้องทำบัญชีแสดงการลงทุน-ผลกำไร โดยคำนวณให้เห็นว่ามีความพอเพียง ทั้งในส่วนของการบริโภคและการมีชีวิตอยู่ รายได้ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้สามารถนำมาหมุนเวียน ใช้ลงทุนเพิ่มเติมในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ต้องเป็นภาระให้กับส่วนรวมหรือทางราชการ "ทำบัญชีให้เห็นว่าสมดุลไม่ขาดทุน ถ้าทุกคนสามารถที่จะทำให้พอดีไม่ขาดทุน ประเทศชาติไม่ขาดทุนแน่ . . . ข้อสำคัญที่ว่าเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่ว่าพอเพียงในการบริโภค แต่ให้พอเพียงในการมีชีวิตอยู่ บางคนก็อาจจะรวยได้ทีเดียว
บริหารจัดการน้ำ ให้มีน้ำสม่ำเสมอ
           การบริหารจัดการน้ำในบ่อเก็บน้ำ จะต้องมีน้ำเอาไว้ให้สามารถใช้ในการปลูกพืชได้ ในช่วงหน้าแล้งหรือฝนทิ้งช่วง โดยจะต้องปรับระบบการปลูกพืชให้เหมาะสมกับฤดูกาล ซึ่งการจะนำเอาทฤษฎีใหม่ไปทำในพื้นที่ต่างๆ จะต้องศึกษาเรื่องของทรัพยากรน้ำด้วยทั้งปริมาณน้ำฝน และระบบน้ำชลประทาน

           ''ทฤษฎีใหม่นี่ หลักสำคัญอย่างหนึ่ง คือหน้าฝน หน้าทำนา น้ำฝนจะทิ้งช่วง ไม่มีที่ไหนฝนไม่ทิ้งช่วง ฝนทิ้งช่วงเสมอ ฝนทิ้งช่วงทำให้เกษตรกรเดือดร้อน น้ำที่เก็บตุนเอาไว้ให้เป็นการสม่ำเสมอ regulate แปลว่าทำให้สม่ำเสมอ ได้น้ำสม่ำเสมอไม่ล่มจม'' 
รวมกลุ่ม รวมพลังเกษตรกร
           ณ บริเวณแปลงเกษตรผสมผสานของนายยิน แหยมสกุล เกษตรหมู่บ้านไทยพุทธ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทาน พระราชดำริเกี่ยวกับโครงการเกษตรรวมตัวสามัคคี ส่งเสริมการรวมกลุ่มผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ ว่าจะต้องรวมกลุ่มให้มีความสามัคคี และให้เกิดการรวมพลังที่เข้มแข็ง รวมทั้งต้องบริหารจัดการระบบการจำหน่ายผลผลิต โดยแบ่งผลกำไรให้เกษตรกรส่วนหนึ่ง และนำมาเก็บไว้เป็นส่วนกลางของกลุ่มอีกส่วนหนึ่ง เพื่อหมุนเวียนนำไปใช้ประโยชน์ 

สร้างของดีซ้อนบนของเลว
           บริเวณพื้นที่ดินที่มีการกัดกร่อนมาก ด้านทิศใต้เขาบ่อขิง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริ เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ดินเลว ให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ โดยให้ศึกษาสำรวจรูปร่างของภูมิประเทศ การเกิดร่องน้ำและการแพร่กระจายของร่องน้ำ อันเป็นผลมาจากการชะล้างพังทลายของดิน พร้อมทั้งได้พระราชทานแนวทางการแก้ไข โดยใช้หญ้าแฝกปลูกตามแนวระดับ ก็จะได้ปุ๋ยที่เป็นเศษไม้ใบไม้จากภูเขา มาทับถมหน้าแนวรั้วหญ้าแฝก ซึ่งก็จะสามารถสร้างดินดีขึ้นมา จนสามารถใช้ปลูกต้นไม้ได้ด้วยวิธีการทางธรรมชาติ ถึงแม้จะใช้เวลาสัก 20 ปี ก็ต้องทำ 
           "เพราะว่าที่ดินในเมืองไทยที่จะใช้งานได้มีน้อยลง จึงต้องหาที่เลวๆ ให้พัฒนาขึ้นเป็นที่ที่ใช้ได้ และถ้าทำได้แล้วเมืองไทยนี้ไม่อับจน
ใช้ธรรมชาติสร้างธรรมชาติ 
           พื้นที่ดินเลวที่มีการชะล้างพังทลายอย่างรุนแรง และมีชั้นดานแข็ง ให้ปลูกหญ้าแฝกและพันธุ์ไม้ โดยเจาะหลุมปลูกเอาดินที่มีอาหารใส่ในหลุม แล้วเพิ่มความชื้นลงไป ก็จะช่วยสลายโครงสร้างดินดาน ทำให้เกิดการสร้างดินที่อุดมสมบูรณ์ขึ้นมาใหม่โดยธรรมชาติ

           "เราจะสร้างของดีซ้อนบนของเลวนั้น ต้องสร้างผิวดินใหม่ขึ้นมา เมื่อหญ้าแฝกเจาะดินลงไปแล้วจะนำดินที่มีอาหารลงไป เวลาน้ำฝนชะมาจากภูเขา ชะใบไม้มาติดหญ้าแฝก ดินจะเพิ่มขึ้น แล้วก็ดินเลวจะเป็นดินดี"
ภาพอนาคตธรรมชาติอยู่รอด ปวงประชาพึ่งพาตนเองได้             ด้วยพระปรีชาญาณและพระวิสัยทัศน์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงริเริ่มพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ จนปรากฏผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในปัจจุบัน รวมทั้งแนวพระราชดำริทั้งปวงที่ได้พระราชทานไว้ ซึ่งมีใจความสำคัญในการสร้างความรู้รัก สามัคคี และการร่วมมือร่วมใจกันของหน่วยงานต่างๆ โดยมีผลประโยชน์สูงสุดตกอยู่แก่ประชาชนเป็นสำคัญ ส่งผลทำให้ประชาชนมีความ "พออยู่ พอกิน" สามารถ "พึ่งพาตนเองได้" มีชีวิตความเป็นอยู่ ที่สอดคล้องสัมพันธ์กับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในลักษณะที่ "ประชาชนอยู่รอดและธรรมชาติอยู่รอดด้วย" ซึ่งการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นมิติใหม่ของรูปแบบการบริหารจัดการ ที่สมควรจะนำไปประยุกต์ใช้ปฏิบัติ ในการพัฒนาพื้นที่ชนบทอื่นๆ ของประเทศต่อไปได้อย่างดียิ่ง และความสำเร็จดังกล่าวได้สร้างความปลาบปลื้ม และพอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากก่อนที่จะเสด็จพระราชดำเนิน กลับกรุงเทพมหานคร ได้มีพระราชกระแสกับเจ้าหน้าที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ ที่ส่งเสด็จ ณ พระราชราชวังไกลกังวล ความตอนหนึ่งว่า 
           "สิ่งที่ทำไว้ที่ห้วยทราย นับว่าประสบความสำเร็จดีมาก ต้องบันทึกเอาไว้เป็นทฤษฎีหรือตำรา . . . ฉันปลื้มใจมาก
  
HOME
BACK
English Language
 
mailto:special@mail.rdpb.go.th