ความตอนหนึ่งจากพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2532 ซึ่งถ้าจะนับจากวันนั้น จนถึงวันนี้แล้วก็เป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปี พอดีที่หน่วยงานราชการต่างๆได้ร่วมกันดำเนินงานสนองพระราชดำริในอันที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขมวลหมู่ประชาราษฎร์ |
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
![]() |
||||||||||
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิชัยพัฒนาได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินจากมูลนิธิฯ จำนวน 857,605.23 บาท ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรมโยธาธิการ และสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท ดำเนินการขยายเขตไฟฟ้า เจาะบ่อบาดาลและสร้างระบบประปาให้แก่ชุมชนใหม่บ้านเขาหินกองหมู่ที่ 6 ตำบลม่วงค่อม อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้อพยพมาจากหมู่ที่ 3 ตำบลมะกอกหวาน อำเภอชัยบาดาล |
||||||||||
ผลกระทบที่สำคัญประการที่สอง ได้แก่ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านวัฒนธรรม จากการสำรวจบริเวณพื้นที่โครงการพบว่า มีแหล่งโบราณคดีที่ถูกผลกระทบ รวม 28 แหล่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่กิ่งอำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี อำเภอชัยบาดาล อำเภอท่าหลวง และอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี กรมศิลปากรจึงได้เริ่มขุดค้นแหล่งโบราณคดี เมื่อปี พ.ศ.2538 และแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2540 |
||||||||||
อาคารท่อระบายน้ำฉุกเฉิน (Auxiliary Spillway) |
||||||||||
![]() |
||||||||||
จากการดำเนินงานดังกล่าวทำให้ค้นพบข้อมูล และหลักฐานที่สำคัญก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ของพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง ทำให้ทราบถึงวัฒนธรรม การดำรงชีวิต สภาพแวดล้อม ความเป็นไปต่างๆ ตลอดจนความรุ่งเรืองของชุมชนในอาณาบริเวณดังกล่าว กรมศิลปากร จึงได้ดำเนินการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสักขึ้น เพื่อจัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรมที่ขุดพบในพื้นที่โครงการ นอกจากนี้ยังได้รวบรวมข้อมูลด้านการชลประทาน ข้อมูลเกี่ยวกับเขื่อนป่าสักข้อมูลด้านภูมิศาสตร์ และทรัพยากรธรรมชาติ จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ด้วย |
||||||||||
การขุดค้นแหล่งโบราณคดีในบริเวณที่ถูกน้ำท่วม |
||||||||||
พิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสักแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 6 ส่วน คือ ความเป็นมาของกรมชลประทานในประเทศไทย ย้อนรอยอารยธรรม
วัฒนธรรมท้องถิ่นภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และป่าสักวันนี้ โดยมีรายละเอียดสรุปได้คือ |
||||||||||
![]() |
||||||||||
ส่วนที่ 2 ย้อนรอยอารยธรรม : ในส่วนนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อย |
||||||||||
|
ส่วนแรก จะเป็นการนำเสนอความรู้เกี่ยวกับวิชาโบราณคดีและการปฏิบัติงานของนักโบราณคดี |
||||||||||
แหล่งโบราณคดีในบริเวณที่ถูกน้ำท่วม |
||||||||||
![]() |
||||||||||
ส่วนที่ 3 มรดกวัฒนธรรมท้องถิ่น ชาวไทยเบิ้ง :
เป็นการจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับชาวไทยเบิ้ง มนุษย์รุ่นสุดท้ายที่ได้เข้ามาอาศัยในพื้นที่เก็บกักน้ำของโครงการซึ่งจะได้ทราบถึงประวัติ |
||||||||||
บริเวณภายในพิพิธภัณฑ์ |
||||||||||
|
|
"ในปัจจุบันความต้องการน้ำเพื่อการเพาะปลูกในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง
และลุ่มน้ำป่าสักมีเพิ่มทวีขึ้นทุกปี อีกทั้งปัญหาอุทกภัยซึ่งทำความเสียหายให้กับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล น้ำจากแม่น้ำป่าสักมีส่วนทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงด้วยเช่นกัน
จึงสมควรที่จะดำเนินการศึกษาถึงความเหมาะสมของโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำป่าสัก" |
จากการที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เก็บน้ำได้ถึง 960 ล้าน ลูกบาศก์เมตร ก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย สามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่การเกษตรที่จะเกิดขึ้นใหม่ในเขตจังหวัดลพบุรี และสระบุรี ได้ถึง 135,000 ไร่ และยังเป็นแหล่งน้ำเสริมสำหรับพื้นที่โครงการชลประทานเดิมในทุ่งเจ้าพระยาตะวันออกตอนล่าง เนื้อที่ประมาณ 2,200,000 ไร่ อีกทั้งในช่วงฤดูฝนเมื่อมีปริมาณน้ำมาก จะสามารถเก็บกักน้ำไว้เพื่อป้องกันการเกิดอุทกภัยในพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำป่าสักในเขตจังหวัดลพบุรีและสระบุรี และยังช่วยบรรเทาอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาและแหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่ของประเทศและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกด้วย |
|||||||||
|
|
|||||||||
|
|