คณะทำงานได้พิจารณาวางแผนการดำเนินงานโครงการ โดยแบ่งการศึกษาวิจัยการบำบัดน้ำเสียจากชุมชน  ออกเป็น 4 ระบบคือ 
1. ระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย (Lagoon Treatment) 
2. ระบบบึงชีวภาพ (Constructed Wetland) 
3. ระบบหญ้ากรองบำบัดน้ำเสีย (Grass Filtration) 
4. ระบบป่าชายเลนกรองบำบัดน้ำเสีย (Red and White Mangrove)
 
 
ระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย (Lagoon Treatment) 
          เป็นการก่อสร้างบ่อดินขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถขังน้ำเสียได้นานหลายๆวัน อาจจะเป็นบ่อเดียว หรือหลายๆบ่อต่ออนุกรมกัน โดยมีความลึกประมาณ 1.0 - 3.0 เมตร การบำบัดน้ำเสียเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยอาศัยแบคทีเรียและสาหร่ายสีเขียวเป็นส่วนสำคัญ โดยแบคทีเรียย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำทิ้ง ให้คาร์บอนไดออกไซด์ออกมา สาหร่ายจะดูดเอาคาร์บอนไดออกไซด์ และธาตุอาหารในน้ำทิ้งมาใช้ในการเจริญเติบโต และสังเคราะห์แสง 
          ระบบบำบัดน้ำเสียของโครงการศึกษาวิจัย และพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย มีพื้นที่ในการบำบัดน้ำเสียทั้งหมด ประมาณ 200 ไร่ มีด้วยกัน 5 บ่อคือ บ่อตกตะกอน 1 บ่อ, บ่อบำบัด(Lagoon) 3 บ่อ, และบ่อปรับปรุงคุณภาพน้ำขั้นสุดท้ายอีก 1 บ่อ สามารถบำบัดน้ำเสียได้วันละ 4,500 - 10,000 ลูกบาศก์เมตร คุณภาพของน้ำเมื่อผ่านออกจากระบบบ่อบำบัดแล้ว มีคุณภาพได้ตามกำหนดมาตรฐานน้ำทิ้ง (B.O.D. ไม่เกิน 20 mg/l)
ระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย
 
 
ระบบบึงชีวภาพ (Constructed Wetland) 
          เป็นระบบบำบัดน้ำเสียที่ขุดเป็นบ่อดินตื้นๆ มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า สำหรับกักขังน้ำเสียในบ่ออย่างต่อเนื่อง ให้มีระดับความลึกประมาณ 15 - 30 เซนติเมตร ภายในบึงปลูกพืชประเภทต้นกก ต้นอ้อ ฯลฯ พืชที่ปลูกจะมีลักษณะลำต้นเล็ก แต่ขึ้นหนาแน่นและมีระบบรากที่แผ่กระจาย ยึดเกาะกันกับผิวดิน สามารถเจริญเติบโตได้ดี ในพื้นที่ที่มีน้ำขัง การทำงานเริ่มที่น้ำเสีย ถูกปล่อยลงสู่ต้นบึงจะค่อยๆไหลไปท้ายบึง 
          ในขณะที่น้ำเสียอยู่ในบึงชีวภาพนั้น ธรรมชาติ สายลม แสงแดด จะช่วยบำบัดน้ำเสียได้ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนบำบัดที่สำคัญคือ พืชที่อยู่ในบึง จะช่วยดูดซับสิ่งสกปรกที่ประกอบด้วยสารอินทรีย์ และสารอนินทรีย์ให้ลดน้อยลง นอกจากนั้นบริเวณลำต้นและรากของพืช ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ได้จับเกาะ ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ ที่เป็นความสกปรกในน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้น้ำที่ไหลล้นออกจากท้ายบึง เป็นน้ำที่มีคุณภาพ สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์เพื่ออุปโภค บริโภค หรือการชลประทานได้เห็นอย่างดี (ระบบนี้ยังอยู่ในขั้นศึกษาทดลอง)
 
แปลงทดลอง Constructed Wetland
 
 
ระบบหญ้ากรองบำบัดน้ำเสีย (Grass Filtration) 
         เป็นระบบบำบัดน้ำเสีย ที่มีลักษณะคล้ายระบบบึงชีวภาพ (Constructed Wetland) แต่ต่างกันที่ระบบแปลงหญ้าสำหรับกรองน้ำเสีย คือจะปล่อยให้น้ำเสียได้กักขังเป็นระยะๆ จากการศึกษาทดลองพบว่า สภาพน้ำขังที่เหมาะสมคือขังน้ำที่ระดับ 30 cm. เป็นเวลา 5 วัน แล้วปล่อยแห้ง 3 วัน ภายในแปลงได้ปลูกหญ้าสำหรับการกรองสิ่งสกปรก ที่อยู่ในน้ำเสียให้ลดน้อยลง พบว่ามีพืชที่มีศักยภาพสูงในการเจริญเติบโต และบำบัดน้ำเสียได้ มีจำนวน 5 ชนิด คือ ต้นกกกลม หญ้าแฝกอินโดนีเซีย ต้นธูปฤษี หญ้าคาร์ลา และหญ้าสมูท และอัตราส่วนของดินที่เหมาะสม ต่อการปลูกพืชบำบัดน้ำเสียคือ อัตราส่วนผสม ทราย:ดิน = 3:1 รูปแบบการศึกษาวิจัย ระบบหญ้ากรองพืชบำบัดน้ำเสีย ประกอบด้วย 
1. แปลงพืชอาหารสัตว์และแปลงพืชทั่วไป ขนาด 5 x 100 m. จำนวน 7 แปลง 
2. แปลงพืชน้ำขัง 5 x 25 m. จำนวน 7 แปลง 
ซึ่งสามารถนำไปเป็นโครงการต้นแบบ ที่จะประยุกต์ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย สำหรับหน่วยงานในชนบทที่มีงบประมาณน้อย เช่น สุขาภิบาลได้
 
 
พื้นที่ก่อสร้างแปลงหญ้ากรอง
บำบัดน้ำเสีย
 
แปลงทดลอง Grass Filtration
ระบบหญ้ากรองบำบัดน้ำเสีย
 
 
ระบบป่าชายเลนกรองบำบัดน้ำเสีย (Red and White Mangrove) 
          เป็นระบบบำบัดน้ำเสียที่ใช้ป่าชายเลน ช่วยดูดซับและกรองน้ำเสีย โดยใช้เป็นการศึกษาวิจัยระบบบำบัดน้ำเสีย ด้วยวิธีการทางธรรมชาติรูปแบบหนึ่ง โดยน้ำเสียจากท่อระบายน้ำเสียรวม จะไหลผ่านท่อแยก เข้าสู่แปลงป่าชายเลน ก่อนที่จะปล่อยน้ำทิ้งลงสู่ทะเล ทำให้มีคุณภาพดี ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ชายฝั่งแต่อย่างใด 
          วิธีการใช้ป่าชายเลนเป็นตัวบำบัดน้ำเสีย โดยปล่อยน้ำเสียให้ไหลผ่านป่าชายเลน ที่เป็นป่าชายเลนที่ปลูกขึ้นใหม่ และป่าที่มีอยู่เดิม ซึ่งป่าชายเลนจะสามารถกรองและดูดซับมลสาร และสิ่งสกปรกต่างๆออกจากน้ำเสีย จนกลายเป็นน้ำที่มีคุณภาพดี สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร หรือปล่อยลงทะเลได้อย่างปลอดภัย
 
 
ป่าชายเลนตามธรรมชาติ
ในพื้นที่โครงการ
 
พื้นที่แปลงปลูกป่าชายเลน
บำบัดน้ำเสีย
 
 
Home Back